มาแล้วทุกคนสำหรับค่าย realme ที่ครั้งนี้ได้ทำการเปิดตัว realme C33 และ realme Buds T100 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย มาพร้อมกับสเปกการใช้งานที่น่าสนใจ น่าใช้งานมากๆ โดยสเปกทั้งคู่นั้นจัดหนักจัดเต็มแบบว่าต้องได้สัมผัสจริงๆนะ สมาร์ตโฟนดีไซน์สวยโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ วัสดุอุปกรณ์แข็งแรงทนทานขั้นสุด อีกทั้งมาพร้อมกล้องหลัง 50MP แบตเตอรี่จุกๆ 5,000mAh รองรับการใช้งานยาวๆตลอดทั้งวัน พร้อมเอียร์บัดที่ประสิทธิภาพการใช้งานครบจบลงตัว ดีไซน์สวยหรูดูแพง เป็นการกลับมาที่น่าประทับใจอีกครั้งสำหรับค่ายนี้ ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยจริงๆ เป็นการเปิดตัวคู่กันได้ดีมากๆ อารมณ์เดียวกับว่ามีฉันก็ต้องมีเธอ หลายๆคนคงจะอยากทราบกันแล้วว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง มีอะไรที่ถูกตาต้องใจมากแค่ไหน แอดจะพาทุกคนไปอ่านพรีวิวสั้นๆพร้อมกันเลย

UNBOX realme C33

  • ตัวเครื่อง realme C33
  • สายชาร์จ + Adapter
  • คู่มือการใช้งานและที่จิ้มซิม

DESIGN

การออกแบบดีไซน์ของรุ่นนี้นั้นมีความสวยงามเป็นพิเศษ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ผืนทะเลอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ด้วยการประมวลผลระดับไมครอนและการพิมพ์หิน (lithography) ที่ช่วยทำให้ฝาหลังของ realme C33 มาพร้อมแสงแบบไดนามิกที่สามารถมองเห็นสีได้แตกต่างกัน จากมุมที่แตกต่าง เรียกได้ว่าเล่นแสงเล่นไฟได้เป็นอย่างดีเลยแหละ อีกทั้งยังมีการซ้อนทับด้วยพื้นผิวคอมโพสิตทรายอันระยิบระยับและเคลือบให้มีความสว่างขึ้น เปรียบเสมือนการไหลของน้ำที่ดูมีมิติสุดๆ เป็นการออกแบบดีไซน์ที่ใส่ใจทุกจุด ละเอียดทุกมุมมากๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตัวเครื่องจริงนั้นสวยงามดึงดูดสายตาได้ดีมากๆ โดยรุ่นนี้มีมาให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Aqua Blue และ Night Sea

จะเห็นได้เลยว่าฝาหลังนั้นมีความสะท้อนแสง เล่นแสงเล่นไฟได้ดีมากๆ ดึงดูดสายตาได้ดีสุดๆ ถือไปไหนก็ขึ้นมืออย่างแน่นอน วัสดุอุปกรณ์แข็งแรงทนทานเพราะใช้วัสดุ PC+PMMA ที่มีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมสุดๆ มีพื้นผิวฝาหลังแบบไร้รอยต่อ ไร้ฐานของกล้อง ดูสบายตา ดูเรียบหรูไปอีกแบบเลย

หน้าจอในรุ่นนี้มีขนาดกำลังพอดีเลย ขอบหน้าจอบางมากๆ จะมีเพียงขอบจอด้านล่างเท่านั้นที่จะหนากว่าขอบจอด้านอื่นๆ แต่ก็ไม่ส่งผลต่อการใช้งานเลยนะ ช่วยให้เราใช้งานหน้าจอได้อย่างเต็มพื้นที่มากยิ่งขึ้น ในส่วนของกล้องหน้าในรุ่นนี้จะเป็นในรูปแบบติ่งหยดน้ำลงมาอย่างสวยงาม

ขอบเครื่องด้านบนจะไม่มีอะไรใส่มาให้เลย จะเป็นเพียงพื้นผิวเนียนๆของตัวเครื่องเพียงเท่านั้น และจะเห็นได้เลยว่ามุมของเครื่องมีความโค้งแบบมีมิติสวยงาม

ขอบเครื่องด้านล่างจะเป็นในส่วนของลำโพงที่มีมาให้ใช้งาน ตามมาด้วยพอร์ตชาร์จ รูไมค์ตัดเสียง และสุดท้ายจะเป็นในส่วนของรู 3.5 มม. ที่มีมาให้ใช้งานเช่นเดิม

ขอบเครื่องด้านซ้ายจะเป็นเพียงในส่วนของช่องใส่ซิมการ์ดเท่านั้น ไม่มีปุ่มสั่งการใดๆมาให้ใช้งานเลย ดูโล่งๆเนียนๆสบายตามาก

ขอบเครื่องด้านขวานั้นจะเป็นในส่วนของปุ่มปรับ เพิ่ม-ลดเสียง ตามมาด้วยในส่วนของปุ่ม Power ที่รองรับการสแกนลายนิ้วมือด้วย

SPEC realme C33

  • หน้าจอ mini-drop ขนาด 6.5 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 88.7%, ความสว่างสูงสุด 400nits, Touch sampling rate 120Hz, หน้าจอแสดงผล 16.7 ล้านสี
  • Unisoc T612 Procesor, Octa-core 64 bits
  • 3GB RAM and 32GB, 4GB RAM and 64GB ROM, UFS 2.2 2 Nano SIM card slots and 1 MicroSD card slot
    Up to 1TB external memory
  • กล้องหลัง 50MP
  • กล้องหน้า 5MP
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ พร้อมฟีเจอร์การตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ
  • แบตเตอรี่ 5,000mAh ที่รองรับชาร์จเร็ว 10W
  • สี Aqua Blue และ Night Sea

Battery realme C33

ทางด้านของแบตเตอรี่ในรุ่นนี้ให้ความจุมาถึง 5,000mAh รองรับการชาร์จไว 10W เพียงพอต่อการใช้งานยาวๆได้ตลอดทั้งวันเลยนะ ทางค่ายเคลมว่าสามารถใช้งานในโหมดสแตนด์บายได้ถึง 37 วัน และใช้งานในการโทรอย่างต่อเนื่องได้สูงถึง 36.7 ชั่วโมง ฟังเพลงได้นานถึง 84.7ชั่วโมง และยังสามารถเล่นวิดีโอได้นาน 14 ชั่วโมง เรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้อย่างนาวนานแบบลืมชาร์จไปได้เลยนะ นอกจากนี้เจ้าตัว
realme C33 ยังรองรับ Ultra Saving Mode ที่เข้ามาช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงานที่แม้แบตเหลือเพียง 5% เราก็ยังคงใช้งานได้ยาวนานถึง 43.6 ชั่วโมงภายในโหมดสแตนด์บาย ในรอบนี้ทางค่ายพัฒนาในเรื่องของแบตเตอรี่ออกมาได้ดีน่าประทับใจมาก เอื้ออำนวยต่อผู้ใช้งานสุดๆ

CAMERA realme C33

ในส่วนของกล้องรุ่นนี้นั้นมาพร้อมกับความละเอียดสูง 50MP รองรับภาพความละเอียดสูง พร้อมทั้งมีฟีเจอร์มากมายให้เราเล่นเช่นเดิม เรื่องกล้องแอดบอกเลยว่าไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการรองรับอัลกอริทึ่ม CHDR ที่เข้ามาช่วยลดไฮไลท์ในขณะที่เราถ่ายภาพในแสงที่มีความสว่างมากเกินไป เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดีๆที่จำเป็นต่อการใช้งานอยู่นะ ในส่วนของกล้องหน้าให้ความละเอียดมาอยู่ที่ 5MP เซลฟีได้สบายๆชิลๆกันเลย

UNBOX realme Buds T100

  • ตัวเครื่อง realme Buds T100
  • Charging case
  • Type-C charging cable
  • Earbud tip
  • จุกหูฟังให้เลือก 3 ขนาด
  • คู่มือการใช้งาน

DESIGN realme Buds T100

การออกแบบดีไซน์ของ realme Buds T100 นั้นต้องบอกว่าสวยหรู ดูมีระดับมากเลยนะ มาพร้อมกับแนวคิดการออกแบบแบบสี Two Tone ที่ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา ในส่วนของเคสชาร์จและตัวเอียร์บัดจะมี 2 สีที่ตัดกันเป็นลูกเล่นให้ดูมีอะไรมากยิ่งขึ้น และการเปิด/ปิดจะมีเอฟเฟกต์ภาพที่แตกต่างกันเป็นจุดเด่นพิเศษที่น่าใช้งานมากๆ อีกทั้งยังออกแบบมาให้เข้ากับสรีระร่างกายของเราด้วย ใช้งานง่าย ใส่ใช้งานเป็นระยะเวลานานๆก็ไม่เจ็บหูเลย ตัวเอียร์บัดมีน้ำหนักเบามาก มีน้ำหนักเพียงแค่ 4.1 กรัม ต่อหนึ่งข้างเท่านั้น อีกทั้งยังมาพร้อมกับจุกหูฟังที่มีมาให้เลือกถึง 3 ขนาดตามความต้องการเลย เจ้าตัวนี้มีมาให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่ Punk Black, Pop White สีสันสวยเด่นไม่ยอมกันเลย

ตัวเคสปิดสนิท แข็งแรงทนทานมากๆ ไม่ต้องกลัวในเรื่องของการตกแตกหักง่ายไปเลย มีการสลักชื่อค่าย realme ด้วยอักษรสีขาวแบบเท่ๆไว้เพียงอย่างเดียว รอบๆตัวเครื่องจะเป็นการโชว์พื้นผิวของสีที่น่าสัมผัสสุดๆ

ด้านใต้ของตัวเครื่องจะเป็นรูเสียบสายชาร์จที่มีมาให้ใช้งาน สามารถเสียบชาร์จได้อย่างง่ายดาย ตั้งวางได้แบบไม่สะดุด แอดอยากให้ทุกคนได้ลอง

SPEC realme Buds T100

  • ชิป AC7006D8
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 10m Connectivity Range
  • ตัดเสียงรบกวนขณะการโทร
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนาน 28 ชั่วโมง รองรับการชาร์จไว
  • Touch Controls
  • กันน้ำระดับ IPX5
  • สี Punk Black และ Pop White

AI ENC Noise Cancellation

ในรุ่นนี้ทางค่ายได้มีการใส่ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนเข้ามาให้ด้วยนะ ช่วยให้เราสามารถใช้งานการโทรได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ ไม่มีเสียงเข้ามารบกวนให้รำคาญเลย แม้ว่าเสียงรอบข้างจะดังแค่ไหน เราก็ยังคงสามารถได้ยินเสียงได้อย่างชัดเจน มีระบบรับเสียงพร้อมอัลกอริธึม การตัดเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อม AI ENC ช่วยให้เอียร์บัดตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งคุณประโยชน์สำคัญของเอียร์บัดเลยนะ เจ๋งมาก

realme C33 / realme Buds T100

ภาพรวมสำหรับ 2 รุ่นนี้แอดบอกเลยว่าสเปกเกินราคาทั้งคู่ แค่การออกแบบดีไซน์ก็ชนะเลิศแล้ว สวยงามคู่กันเหมือนกิ่งทองกับใบหยก จากที่แอดในทดลองใช้งานจริงในระยะเวลานาน ต้องบอกว่าใช้งานดีในระดับนึงเลยนะ แบตเตอรี่อึดทนนาน เจ้าตัวเอียร์บัดสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 37 วันในโหมดสแตนด์บาย อีกทั้งยังรองรับ Ultra Saving Mode ที่เข้ามาช่วยในขณะที่แบตเหลือเพียง 5% ก็ยังคงใช้งานได้ยาวนานไปถึง 43.6 ชั่วโมงในโหมดสแตนด์บายเลยนะ เจ้าสมาร์ตโฟนก็ไม่น้อยหน้าเลยให้ความจุแบตมาถึง 5,000mAh เพียงพอต่อการใช้งานตลอดทั้งวัน วัสดุอุปกรณ์แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา พกพาใช้งานสะดวกสบาย สำหรับใครที่กำลังสนใจแอดบอกเลยว่ามาถูกทางแล้วจ้า เพราะเจ้าสองตัวนี้สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างลงตัวจริงๆ

สำหรับพรีวิวนี้ก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะ มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกเรารีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะคะ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Ning