Oneplus ถือว่าเป็นแบรนด์ที่หลายๆคนนั้นรู้จักกันดี และ แน่นอนว่าในรุ่นแรกๆที่เปิดตัวนั้นทางค่ายนี้ถือว่าเน้นในเรื่องของ สเปกคุ้มค่า ราคาจับต้องได้ง่าย และเป็นแบรนด์ที่สาวกสายโมต้องรู้จักกัน แม้ว่าในปีหลังๆนั้นทางด้านราคา รวมถึงสเปกนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนไม่ใช่ Flagship Killer แล้ว เป็นการยกระดับขึ้นไปอีกทำให้ในรุ่นหลักของมันนั้น เป็นระดับสูงไปจนทำให้ตลาดในราคากลางๆนั้นค่อนข้างจะห่างหายไปเรื่อยๆ ทำให้ทาง Oneplus เองนั้นออกในรุ่นเรทราคาหมื่นต้นมาอีกครั้ง และกลับมาพร้อมกับสเปกที่น่าจับตามองหรือเรียกกันว่า Lite Flagship for New Gen หรือว่าเป็นเรือธงในราคาจับต้องได้ง่ายก็เป็นได้ด้วยเช่นกัน ทางด้าน Oneplus Nord นั้นเปิดตัวมาพร้อมกับ ดีไซน์ที่แตกต่างกับรุ่นพี่ แต่มาพร้อมกับ Snapdragon 765G ที่รองรับ 5G ด้วยถือว่าสเปกอะไรทำได้ดีเลยแหละ และหน้าจอที่มีความลื่นไหล 90Hz ด้วยเช่นกันทำให้ ทั้งสเปกหน้าจอ และ ระบบนั้นถือว่าน่าเล่นอย่างมาก

OnePlus Nord มาพร้อมกับหน้าจอ Fluid AMOLED ขนาด 6.44 นิ้วที่มีรีเฟรชเรท 90Hz และมีฟีเจอร์ปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติได้ถึง 2,048 ระดับ ส่วนกล้องหน้าของมันจะเป็นกล้องหน้าคู่แบบเจาะรูที่มีความละเอียด 32MP + เลนส์กว้าง 105° 8MP ส่วนภายในตัวเครื่องจะใช้เป็นชิปเซต Snapdragon 765G ที่มาพร้อมโมเดม 5G X52 ซึ่งมี RAM มาให้สูงสุดถึง 12GB ทางด้านของกล้องหลังนั้นมี 4 ตัวประกอบด้วยกล้อง 48MP + เลนส์กว้าง 119° 8MP + กล้องตรวจจับความลึก 5MP + เลนส์มาโคร 2MP ตัวเครื่องด้านหลังนั้นทำมาจากกระจก และมีแบตเตอรี่ความจุ 4,115 mAh ที่รองรับชาร์จเร็ว Warp Charge 30T ที่สามารถชาร์จแบตจาก 0% ถึง 70% ได้ในเวลาเพียง 22 นาที ถือว่าในเรื่องของสเปกของ Oneplus Nord นั้นทำออกมาได้น่าสนใจทีเดียว
สำหรับ ราคาของทาง Oneplus Nord  นั้นเปิดตัวในประเทศไทยพร้อมกับ ราคา 14,990 บาทในรุ่น 8+128GB และ 17,990 บาทในรุ่น 12+256GB ด้วยกัน 2 สี ฟ้า กับ เทา

UNBOX

กล่องทางด้าน Oneplus Nord นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะแน่นอนว่าหลักๆทางด้านสีนั้นจากทางสีแดงที่เคยเป็นสีที่คุ้นเคยประจำค่ายนี้ แต่ครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นการใช้สีฟ้าเป็นครั้งแรก รวมถึงโทนงานออกแบบทั้งหมดเปลี่ยนใหม่ให้แตกต่างกับรุ่นปกติของค่ายทันที แต่น่าเสียดายว่าสายชาร์จนั้นยังคงเป็นสีแดงอยู่ ไม่ได้ย้อมสีฟ้าแบบรุ่นอื่น ส่วนทางด้านฟิล์ม และ เคสนั้นมีมาให้เรียบร้อย และคุณภาพใช้ได้ครับ รวมถึงสติกเกอร์ และ ที่ชาร์จ 30W

มาที่ตัวเคสถือว่ามีความแปลกใหม่พอสมควรครับ ในแง่ของการออกแบบเล่นลวดลายข้างหลัง สีด้าน ตัดสลับกับสีแบบใส ถือว่าไม่ค่อยเห็นเคสแถมมีงานออกแบบพวกนี้เท่าไร แต่ชอบที่มันปกป้องเครื่องได้ดีมากๆทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตัวขอบกินเข้ามาบนหน้าจอ และมีความหนาสูงกว่าหน้าจอทำให้วางคว่ำได้สบาย ส่วนฝาหลังนั้นก็คลุมได้หมดครับรวมถึงตัวเลนส์กล้องนั้นก็ทำออกมาปิดได้ดี มีความหนาขึ้นมาปกป้องได้เวลาวางต่างๆใช้งานทั่วไป

จะเห็นได้ว่าตัวเคสนั้นมีความนูนขึ้นมาปกป้องตัวเลนส์ และหน้าจอขึ้นมาอีกครับ และ ทั้ง 4 มุมนั้นในด้านหน้าจะทำความสูงพิเศษขึ้นมาเพื่อที่จะปกป้องหน้าจอให้ดีขึ้นไปอีกเวลาตกหรือวางคว่ำ ซึ่งเคสปกติทั่วไปจะไม่มีมุมพิเศษขึ้นมาแบบนี้อันนี้ถือว่าออกแบบมาได้ดีมากๆ เหมือนเคสแถมเรือธงค่ายอื่นๆเลยแหละ มีเขียน Oneplus ด้วยเช่นกัน

DESIGN

งานออกแบบทางด้าน Oneplus Nord รุ่นนี้ถือว่ามีความแตกต่างกับรุ่น 8 หรือ 8Pro แบบชัดเจนเพราะว่าตัวกล้องอะไรนั้นถือว่ามีการย้ายตำแหน่งไปด้วยทำให้พอมีจุดแตกต่างกันอยู่สำหรับรุ่นนี้ พร้อมกับ สีสัน และ ความบางเบาก็มีความแตกต่างกันด้วย รวมถึงทางด้านหน้าจอนั้น ในรุ่นนี้เป็นหน้าจอแบบเจาะรูแบบคู่ แต่ปุ่ม Slide ด้านข้างสำหรับเปลี่ยน เสียงเรียกเข้านั้นยังคงให้มาเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ แต่กล้องหลังวางแบบนี้แอบคล้ายหลายๆแบรนด์ไปนิดหน่อย แต่ก็อาจจะเป็นดีไซน์ที่ลงตัวที่สุด เท่าที่ดูในบรรดา Prototype ที่เราเคยเห็นกันมาก็เป็นได้

หน้าจอ Oneplus Nord มาพร้อมกับหน้าจอแบบเจาะรูคู่ ใช้งาน หน้าจอ Fluid AMOLED 6.44 นิ้ว (1080 x 2400 พิกเซล) Full HD+ ที่มีอัตราส่วน 20:9, รีเฟรชเรท 90Hz และใช้กระจก Gorilla Glass 5 ด้วยครับ และมีการติดฟิล์มหน้าจอมาให้เรียบร้อยในการใช้งาน แต่เป็นฟิล์มแบบปกติพอใช้งานได้ระหว่างเริ่มใช้งานแรกๆ

ขอบหน้าจอด้านบนนั้นจะเห็นว่าเป็นกล้องหน้า 32MP (f/2.45) ที่ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX616, EIS + เลนส์กว้าง 105° 8MP (f/2.45) และ ขอบหน้าจอบนจะเป็นที่อยู่ของเซนเซอร์ และ ลำโพงในการคุยโทรศัพท์

ขอบจอด้านล่างนั้นจะเห็นว่าแอบมีความหนาอยู่นิดหน่อย ครับอาจจะด้วยเรทราคาของรุ่นนี้ ส่วนการควบคุมนั้นใช้งานเต็มหน้าจอ หรือ ปุ่มได้ทั้งหมดเหมือนรุ่นอื่นๆ แต่ถ้าหากเทียบกับรุ่นพี่นั้นบอกเลยว่าอาจจะไม่ได้บางเท่า

ขอบเครื่องด้านบนนั้นเรียบๆไม่มีอะไรมาก แต่จะเห็นว่ากล้องนั้นถือว่านูนน้อยมากๆและ ตัวไมค์ตัดเสียงข้างบนนั้นก็ใส่เข้ามาให้ด้วยยังไม่ได้ตัดออกไปไหน รวมถึงขอบเครื่องมีความสมมาตรกันพอสมควร

ขอบเครื่องด้านล่างนั้นเป็นลำโพงหลัก พร้อมกับ USB-C และ รูไมค์ เราจะเห็นถาดซิมแบบ Dual SIM แต่ไม่รองรับการเพิ่มความจุ และจะแอบเห็นว่ามีซีลยางมาให้ด้วยถือว่าปกป้อง น้ำเข้าได้ระดับนึงแม้จะไม่ได้มี IP Rating ก็ตามครับรุ่นนี้

ขอบเครื่องข้างซ้ายจะเป็นแค่ปุ่ม เพิ่ม ลดเสียงเท่านั้น ไม่มีอะไรมากและขอบเครื่องสีฟ้าเงาสวย แต่วัสดุขอบเครื่องทั้งหมดนั้นจะเป็นพลาสติกสำหรับทาง Oneplus Nord รุ่นนี้

ขอบเครื่องข้างขวานั้นเราจะเห็น เอกลักษณ์ประจำค่ายอยู่คือตัว Alert Silder ที่เป็นปุ่มเลื่อนสำหรับเปลี่ยนเสียงการแจ้งเดือน เงียบ สั่นหรือมีเสียงถือว่าเป็นค่ายเดียวที่ใส่เข้ามา และ ใช้งานสะดวกมากๆรวมถึง ปุ่ม Power ส่วนขอบเครื่องวัสดุพลาสติกทั้งหมดรวมถึงเล่นสีฟ้าเงาๆ สวยงามพอสมควรเลย มีความบางระดับนึงเลยแหละ

กล้องหลังนั้น ในรุ่นนี้มาพร้อมกับ 4 ตัวประกอบด้วย กล้อง 48MP (f/1.75) ที่ใช้เซนเซอร์ Sony IMX586, OIS/EIS + เลนส์กว้าง 119° 8MP (f/2.25) + กล้องตรวจจับความลึก 5MP (f/2.4) + กล้องมาโคร 2MP (f/2.4), สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้ที่ 30fps และถ่าย slow-mo 1080p ได้ที่ 240fps เป็นการออกแบบกล้องวางเรียงกันอยู่ในโมดูลเดียวกัน มีความนูนพอประมาณ และ ตัวไฟแฟลชนั้นจะแยกออกมาข้างนอก

ฝาหลังในรุ่นนี้มาพร้อมกับฝาหลังกระจก เงาสีฟ้าสวยงามมีความโดดเด่นมากๆในเรื่องของสีสันที่เราจะไม่ค่อยเห็นสีสดใสในบรรดามือถือเท่าไร แต่รุ่นนี้ถือว่าสีสวยและเด่นมาก และเป็นสีฟ้าโทนแบบเดียวกันกับตัวกล่อง รวมถึง ธีมดีไซน์หลักด้วยครับ แน่นอนว่าทั้งโลโก้ ตัวอักษณนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเป็นแบบใหม่แล้วด้วยเช่นกัน รวมถึงสแกนนิ้วก็เป็นบนหน้าจอทั้งหมดแล้วทำให้ด้านหลังนั้นเรียบๆเป็นแค่โลโก้ และกล้องครับ ส่วนสีฟ้านั้นเวลาเจอแสงนั้นจะสว่างขึ้นมาพอสมควร และมีความสดใสมากขึ้นก็ถือว่ามีความสว่างมากขึ้นช่วยให้เด่นขึ้นมามาก สีสันสวยและเรียบๆแต่ก็ยังสะท้อนแสงได้ดี ถือว่าเป็นสีที่เด่นมากๆเวลาถือใช้งาน

SPEC

  • หน้าจอ Fluid AMOLED 6.44 นิ้ว (1080 x 2400 พิกเซล) Full HD+ ที่มีอัตราส่วน 20:9, รีเฟรชเรท 90Hz และใช้กระจก Gorilla Glass 5
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 765G 5G 7nm EUV มาพร้อมการ์ดจอ Adreno 620
  • RAM LPDDR4X12GB + Storage (UFS 2.1)256GB
  • Android 10 ที่ครอบด้วย OxygenOS 10.5
  • ซิมคู่ (nano + nano)
  • กล้องหลัง 4 ตัวประกอบด้วย กล้อง 48MP (f/1.75) ที่ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX586, OIS/EIS + เลนส์กว้าง 119° 8MP (f/2.25) + กล้องตรวจจับความลึก 5MP (f/2.4) + กล้องมาโคร 2MP (f/2.4), สามารถถ่ายวิดิโอ 4K ได้ที่ 30fps และถ่าย slow-mo 1080p ได้ที่ 240fps
  • กล้องหน้า 32MP (f/2.45) ที่ใช้เซนเซอร์ Sony IMX616, EIS + เลนส์กว้าง 105° 8MP (f/2.45)
  • เซนเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.3×73.3×8.2mm; น้ำหนัก: 184 กรัม
  • พอร์ต USB Type-C, ลำโพง Super linear
  • 5G SA/NSA, Dual 4G VoLTE, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.1, NFC
  • แบตเตอรี่ขนาด 4115 mAh รองรับชาร์จเร็ว Warp charge 30T ที่สามารถชาร์จแบตจาก 0% ถึง 70% ได้ในเวลา 30 นาที

SCREEN

หน้าจอในรุ่นนี้แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ใช้หน้าจอแบบเดียวกับรุ่นพี่ แต่ก็ใช้งานหน้าจอที่มีความลื่นไหล 90Hz โดยถือเป็นหน้าจอที่โหดสุดๆอีกรุ่นทั้งเรื่องของความคมชัดสวยงามการสัมผัสที่ไว และ รวมถึงอัตราการตอบสนองที่ไวมากๆ หน้าจอนั้นการสัมผัสนั้นไวมากเลยทีเดียว ติดนิ้วมากๆ ในส่วนของหน้าจอก็สามารถปรับได้ว่าจะเอา 60 กับ 90Hz ครับ ช่วยประหยัดแบตได้นิดหน่อยส่วนเรื่องของสเปกนั้นมาพร้อมกับ หน้าจอในชื่อ Fluid AMOLED มาพร้อมกับขนาด 6.44 นิ้ว (1080 x 2400 พิกเซล) Full HD+ ที่มีอัตราส่วน 20:9, รีเฟรชเรท 90Hz และใช้กระจก Gorilla Glass 5 ถือว่าในสเปกอะไรทำได้ดี และเท่าที่ทดสอบใช้งานดูนั้น สู้แสงได้ดีระดับนึงพร้อมกับ มิติสีของภาพนั้นสวยใช้ได้เลยแหละ การออกแบบหน้าจอแบบเจาะรูทำให้แปลกใหม่และดูทันสมัยกว่ารุ่น 7 ก่อนหน้า

ANTUTU

Antutu นั้นในรุ่น Oneplus Nord นี้ใช้งาน Snapdragon 765 5G รองรับ 5G และ RAM 12GB  รวมถึงใช้งาน UFS 2.1 ในความจุขนาด 256GB แน่นอนว่าช่วยในเรื่องของการเรียกแอป รวมถึงการดูรูปต่างๆทำงานได้ไวขึ้นแน่นอน ส่วนคะแนนจากที่ทดสอบนั้นทำไปได้ที่ 321K  ก็ถือว่าแรงพอสมควรเลยแหละ เรื่องความแรงเล่นเกมใช้งานนั้นสบายๆ และเมื่อเทียบกับเรทราคานั้นต้องบอกว่า สเปกที่ให้มาทั้งเรื่องของการรรองรับ 5G และความแรง ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่คุ้มค่า และสบายมากในการใช้งานจริง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานทั่วไป และ การทำงานได้หลากหลาย

ANDROBENCH

หน่วยความจำนั้นใช้งาน UFS 2.1 แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับเรทราคาของมันนั้นถือว่าทำได้ไว ทั้งเรื่องของเซฟภาพอะไรก็ไวขึ้นแน่นอน รวมถึงการเปิดปิดแอปต่างๆก็ทำได้ดีถือว่าเป็นจุดเด่นๆ ทำคะแนนได้ 973 ในการอ่าน และเขียนไปที่ 473 ถือว่าเร็วแรงตามสเปกของตัวเครื่องใช้งานดูรูปภาพ หรือ เรียกดูข้อมูลและบันทึกอะไรได้ไวด้วย ถือว่าในเรทราคาถือว่าค่อนข้างคุ้มพอสมควรในการใช้งาน หรือแม้แต่การเล่นเกมก็อ่านเขียนได้ไวขึ้นด้วย

CAMERA 

กล้องหลังในรุ่นนี้ถือว่าน่าสนใจแน่นอนว่าเมื่อเทียบกับเรทราคาของมันนั้นถือว่าดีอย่างมาก เพราะเป็นไม่กี่รุ่นที่มาพร้อมกับ OIS ในระบบกันสั่นในการถ่ายภาพนิ่ง หรือ วีดีโอก็มีส่วนช่วยด้วยเช่นกันเพราะในบรรดามือถือเรทช่วงนี้ค่อนข้างน้อยมากๆที่จะเห็น OIS ในบรรดามือถือเรทหมื่นต้นๆหรือหมื่นกลางๆพวกนี้  มาพร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัวประกอบด้วย กล้อง 48MP (f/1.75) ที่ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX586, OIS/EIS + เลนส์กว้าง 119° 8MP (f/2.25) + กล้องตรวจจับความลึก 5MP (f/2.4) + กล้องมาโคร 2MP (f/2.4), สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้ที่ 30fps และถ่าย slow-mo 1080p ได้ที่ 240fps และทางด้าน กล้องหน้าให้มา 2 ตัวครับ พร้อมกับตัวหลักกล้องหน้า 32MP (f/2.45) ที่ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX616, EIS + เลนส์กว้าง 105° 8MP (f/2.45) ส่วนทางด้านคุณภาพ โทนสีรวมถึง Software นั้นยังคงทำได้ดีโทนภาพไม่ต่างกับรุ่นอื่นๆของค่ายรวมถึงคุณภาพใช้งานได้ดีเลยแหละ ทางด้านโหมดก็มีให้เลือกเยอะเช่นเดิมพร้อมกับ มีโหมดถ่ายกลางคืนให้มาด้วยเช่นกัน

ONEPLUS NORD

” Oneplus ในเรทราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น พร้อมกับสเปกที่น่าสนใจ รวมถึง ระบบที่ลื่นไหล “

Oneplus Nord นั้นถือว่าเป็นรุ่นที่เปิดตัวมาเสริมในช่วงเรทราคาหมื่นต้นๆของค่ายได้เป็นอย่างดี และทำให้มันเป็นรุ่นที่ค่อนข้างจับต้องได้ง่ายสำหรับสาวก และสำหรับคนที่อยากจะลองแบรนด์นี้ด้วยช่นกันครับเพราะแบรนด์นี้ยังคงมีจุดเด่นในเรื่องของ ระบบที่ไว้ใจได้ลื่นไหล อัปเดตไว และงานประกอบคุณภาพอะไรนั้นทำได้ดีเลยแหละ และการที่ออกในรุ่นกลางราคาจับต้องได้แบบนี้ย่อมทำให้หลายๆคนเข้ามาใช้งานได้มากขึ้น ในสเปกที่ดูดี หน้าจอ 90Hz พร้อมกับ Snapdragon 765G 5G และยังให้กล้องหลังมา 4 ตัว 48MP พร้อมกับกันสั่น OIS และกล้องหน้าคู่มุมกว้าง จึงเป็นสเปกที่ตอบโจทย์ใครหลายๆคนได้ แต่ในเรื่องของการใช้งานจริง เล่นเกม ถ่ายภาพ วีดีโอจริงๆนั้นจะเป็นยังไงนั้นต้องรอติดตามในรีวิวเต็มได้เลยครับ

สำหรับพรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ
ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Preview by Nineztr 

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments