หูฟัง Gaming มีตัวเลือกหลากหลายครับ แน่นอนราคาหลัก 900 ก็มี หรือจะเป็น 12000 กว่าบาทก็มีให้เลือกซื้อกันแน่นอนว่าในยุคนี้ที่สังคมเริ่มจะชอบความสะดวกสบายมากขึ้น มือถือต่างๆก็เริ่มใช้ระบบไร้สายกันมากขึ้นแน่นอนว่าทางวงการ Gaming ก็ได้เข้าสู่ไร้สายกันมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นตัว เมาส์ไร้สาย คียบอร์ดไร้สายและแน่นอนว่าครั้งนี้ หูฟังไร้สายก็มีราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้นมาก และยังมาพร้อมระบบเสียง 7.1 รวมถึงมีไมค์ในตัวในรุ่น Razer Theresher  7.1 Wireless ที่ออกแบบมาใช้กับ PS4 เป็นหลัก แต่แน่นอนว่า คอมพิวเตอร์ หรือ มือถือเองก็ใชได้

RAZER Theresher 7.1 Wireless เปิดตัวมาด้วยจุดเด่นมากมายครับไม่ว่าจะเป็นตัวเรื่องของเสียง รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1  ระบบไร้สายที่เอา USB ไปเสียบและใช้งานได้เลยไม่ต้องมีโปรแกรม หรือจะเป็น ความใหญ่ของตัวหูฟังทำให้ใส้สบายครอบหูได้ทั้งหมด และยังมาพร้อมกับปุ่มควบคุมต่างๆบนตัวหูฟังทั้ง 2 ข้างครับผม และยังรองรับ รู 3.5มม. เช่นเดิมคือใช้งานง่ายและสะดวก แต่ไม่มีระบบตัดเสียงระกวนนะครับในรุ่นนี้

ในส่วนของราคาตัว Razer Thresher 7.1 Wireless นั้นเปิดมาที่ 5,490 บาทครับมีสีเดียวหาซื้อได้ตามร้านทั่วไปเลย มีแค่สีเดียวโทนสีฟ้าแบบ PS4 ทำให้รู้เลยว่ารุ่นนี้มันทำมาเพื่อ PS4 เต็มที่แต่เราใช้กับคอมก็ไม่มีปัญหา

UNBOX

สำหรับตัวกล่องนั้นเป็นมาในโทนสีฟ้าซึ่งเน้นไปทาง PS4 เลยก็ว่าได้ครับเพราะหลุดจากธีมสีเขียวดำอย่างรุ่นอื่นๆตัวกล่องมีขนาดใหญ่พอสมควรครับเนื่องด้วยตัวหูฟังค่อนข้างใหญ่ อึปกรณ์ข้างในมีมาให้ใช้งานพอดี ไม่ว่าจะเป็น สาย 3.5มม. สายชาร์จไฟแบบ Micro-USB และ ตัว USB Wireless Adaptor ครับรวมถึงคู่มือและสติกเกอร์ RAZER

ตัวกล้องมีการจัดวางอะไรต่างๆมาเป็นระเบียบตามสไตล์เค้าเลยแหละ มาในโทนสีดำ มีของมาให้พร้อมจัดวางดูหรูแพงตามราคาครับ เป็นการเปิดกล่องที่รู้สึกดีเช่นเคย Razer ทำกล่องมาได้ดีนะประทับใจตั้งแต่ Razer Phone เลย

DESIGN 

ด้านการออกแบบตัวนี้พัฒนามาจากรุ่นเดิม เป็นรุ่นปรับปรุงจาก Man o War ทั้งในเรื่องก้านหูฟัง, ไมโครโฟน, และเปลี่ยนมาเป็น Plug and play คือสามารถเสียบใช้งานได้เลยไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรให้ยุ่งยาก การออกแบบพัฒนาขึ้นไม่ว่าจะเป็นก้านหูฟังเป็นโลหะแล้ว และระบบ สลิง มาใช้งานแทนระบบเดิม ถือว่าทำได้ดีครับและแข็งแรง

มาดูกันที่ตัวสายกันบ้าง สายทั้ง 2 เส้นเป็นสายถักสีดำครับ สายแรกคือสาย 3.5 ที่จะมีไมค์ ปรับเสียงอะไรได้ในตัวเลย หัวแจ็คทั้ง 2 เคลือบสีทองมาให้ดีงาม และอีกเส้นเป็นสายชาร์จไฟเข้าหูฟัง หัวแบบ Micro-USB ทำได้แข็งแรงและเป็นสายถักเช่นเดียวกันครับผม และมีความหนาพอสมควร ตัวข้อต่อก็ทำได่ดีเหมือนสายทั่วไปของ Razer ครับ

ตัวหูฟังมีขนาดค่อนข้างใหญ่ใช้วัสดุเป็นพลาสติกดำด้านและมีสีน้ำเงินเงาพลาสติก และมีการใช้ตระแกรงโลหะเข้ามาเพื่อความสวยงามและแข็งแรงมากขึ้นเวลาจับรู้สึกดีกว่าพลาสติกล้วนๆครับ องศาสามารถหมุนได้ค่อนข้างเยอะและปรับเปลี่ยนได้ดีตามทรงหัวของแต่ละคน แน่นอนว่าเป็นแบบสลิงคอาจจะปรับความยาวอะไรไม่ได้ครับแต่ทรงมันทำมาค่อนข้างครอบคลุม ให้ลองหลายๆท่านใส่ก็ไม่เจอปัญหาอะไรครับผม ส่วนข้อต่อดูบอกบางไปนิดที่หมุน ในเรื่องไมค์ดึงออกมาเป็นสายกึ่งอ่อนครับ งอไปมาได้ตามสบายเลย แบบในภาพ ใช้แบบไม่ดึงก็ได้ครับผมเสียงก็ยังดีเหมือนกันและตัวปลายไมค์ก็ยังมี ไฟสีแดง เช่นเคยเวลาเรากด Muted ไมค์ครับผม

ตัวข้างบนที่รัดนั้นเปลี่ยนพอสมควร อย่างแรกเลยคือแถบก้านโลหะ ทั้ง 2นั้นเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นพลาสติกครับความแข็งแรงมากขึ้นแน่นอน ยืดหยุ่นดีขึ้นและเข้ารูปได้ดีขึ้นอันนี้พัฒนาได้ดีเลยแหละ ส่วนฝองน้ำส่วนหัวเป็นแบบบางๆค่อนข้างบางมากครับ ด้านที่สัมผัสหับผมเราเป็นผ้าตาข่ายระบายอากาศ บางๆ ส่วนด้านบนเป็นหนังเทียมเขียนแบรนด์ Razer ไว้ค่อนข้างชัดเจนเลยแหละ ระบบดึงเป็นใช้ระบบ สลิงดึงทั้ง 2 ข้างนะครับถือว่าค่อนข้างโอเคในระบบนี้

ข้อต่อทั้งหมดจะเป็นพลาสติกด้านมีดีไซน์ที่ดูแข็งแรงแต่เมื่อลองจับจริงๆแอบดูไม่ค่อยแข็งแรงมากนักแต่การใช้งานยังไม่เจออะไรนะแต่ก็ต้องรอดูยาวๆเพราะว่าส่วนข้อต่อจุดหมุนก็เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กันครับ แต่ชอบที่มันสามารถหมุนได้ค่อนข้างเยอะและอิสระมากๆ ทำให้ปรับตามหัวแต่ละคนได้อย่างไม่ยากเกินไปครับขนาดใหญ่พอดีใบหูเวลาแอดมินใส่คือครอบไปทั้งหูเลยก็ถือว่าเป็นอีกแนวที่หลายๆคนน่าจะชอบ เก็บเสียงได้ดีและนุ่มใส่สบายครับไม่บีบ

ปุ่มทั้งหมดจะอยู่ในส่วนของด้านล่างของหูฟังทั้ง 2 ข้าง ด้านแรกจะเป็นที่ปรับระดับเสียง หูฟังว่าจะเอาเบาหรือค่อย ส่วนอีกข้างนั้นเป็นที่ปรับเสียงไมค์ Monitor ว่าจะได้ยินเสียงเราเบาหรือดังหรือปิดไปได้เครับ มีช่อง 3.5 สำหรับเสียบสายเวลาไม่ได้ใช้ระบบไร้สาย พอร์ท Micro-USB สำหรับชาร์จแบตในตัวและ ปุ่มเปิดปิดตัวหูฟังครับผม และแถบเลื่อนนั้นเมื่อกดลงไปก็จะเป็นการ Muted ไมค์ครับและไฟแดงตัวไมค์จะติดขึ้นเพื่อบอกว่าไมค์นั้นปิดอยู่

ตัวฟองน้ำหูฟังมันนิ่มากๆนะแม้จะไม่ใช่หนังแท้แต่ก็ถือว่าค่อนข้างนิ่มมากๆครับในการใช้งานจริงใส่สบายแน่นอนไม่เมื่อยไม่บีบเลยอันนี้ชอบ แต่ที่ไม่ชอบคือพวกหนังแบบนี้เอาเป็นว่าทุกยี่ห้อแหละมันจะร้อนเวลาใส่นานๆถ้าไม่ใช่ห้องแอร์ หรือแม้แต่ก้องแอร์ก็อาจจะมีอุ่นๆหน่อยครับ ส่วนเรื่องของแบตเวลาใช้นานๆมีอุ่นนิดๆด้านซ้ายครับผมปกติตัวหูฟังมีความหนาพอสมควรใส่สบาย สายสามารถเสียบใช้งานกับมือถือ คอม ต่างๆได้ทั้งหมดครับ ส่วนของไร้สายก็ใช้ได้เช่นกัน

SPEC RAZER THRESHER 

  • PlayStation 4 and PC
  • Frequency Response: 12 – 28,000 Hz
  • Drivers: 50 mm, with Neodymium Magnets
  • Impedance: 32Ω at 1kHz
  • Dolby® Headphone 7.1 Surround
  • Connectivity —  RF 2.4GHz, up to 40ft / 12m
  • Controls — Volume & Mic Controls on headset
  • Battery Life  — Up to 16 hours on one single charge
  • Retractable Uni-directional Boom Microphone
  • Frequency Response: 100 – 10,000 Hz
  • Sensitivity (@1kHz, 1V/Pa): -38 ± 3dB
  • Signal-to-Noise Ratio: >55 dBMicrophone
  • 50mm Driver Units providing crystal clear audio
  • น้ำหนัก 408g
  • วัสดุหุ้ม Leatherette

WIRELESS 

ระบบไร้สายตัวนี้ต้องใช้ Adaptor ที่ให้มาเราไม่สามารถใช้ Bluetooth ปกติได้ครับแน่นอนว่า RF 2.4Ghz ไร้สายแบบนี้ย่อมสเถียรกว่ามาก และไม่หน่วงจากที่ใช้งานนั้นไม่ยากเลยแค่เสียบก็มาเลยครับไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรทั้งนั้นสำหรับหูฟังตัวนี้ ส่วนตัวรับหรือหูฟังของเรานั้นก็แค่เปิดและมันจะเชื่อมต่อเองเลยครับสะดวกมากๆ Plug/Play ได้เลย เมื่อใช้งานระบบไร้สายจะสามารถควบคุมเสียง ไมค์ ผ่านตัวหูฟังได้ครับผมว่าต้องการดังอะไรยังไงแค่ไหน

ในเรื่องของแบตนั้นถือว่าทำได้ดี 16 ชั่วโมงได้ตามที่เขียนครับ แอดมินเล่นทั้งวัน แต่ไม่ได้ต่อเนื่องก็ใช้งานได้ไม่ต้องมานั่งชาร์จอะไรครับ แต่ถ้าแบตหมดอะไรจริงๆก็ชาร์จไปเล่นไปได้แต่ไม่แนะนำนะครับ ส่วนเรื่องความอุ่นเวลาใช้งานแบตนั้นมีนิดหน่อยถ้าไม่จับข้างนอกไม่ค่อยรู้สึกครับ ใช้งานก็ไม่รู้สึกว่ามันจะร้อนอะไรครับในเรื่องนี้แต่ไร้สายจะหนักเพราะแบตของมัน จึงทำให้ตัวหูฟังนั้นหนักกว่าตัวทั่วไปนิดหน่อยครับ

แน่นอนแล้วมือถือหละใช้งานได้ไหมสำหรับแอดมินได้ลองแล้วต่อ OTG เสียบเล่นได้เลยเห้ยอันนี้ชอบครับเพราะว่าตัว 3.5มม ค่อนข้างเกะกะ และใช้ไมค์ไม่ได้ถ้าเสียบกับมือถือบางยี่ห้อ แต่อันนี้ใช้ได้สบาย ไมค์ดังควบคุมได้ปกติเสียงมาเต็มเลยถือว่าเป็นข้อดีเลยก็ว่าได้ครับ มือถือที่ใช้งานได้ที่ลองมี SONY /HTC /SAMSUNG นะครับ คุณภาพเสียงเมื่อใช้งานไร้สายแทบไม่ต่างกับแบบมีสายเลยทั้งมิติเสียง รอบทิศทางและความดังของตัวเสียงต่างๆ

FEELING

ในเรื่องของความใส่สบาย ฟองน้ำของหูฟังเป็นวัสดุหนังเทียมแบบ Memory Form ซึ่งคุ้นๆกันคือในรุ่นก่อนหน้าแน่นอนว่ามันช่วยกระจายแรงบีบได้ดีมากครับไม่บีบเลย ใส่สบายไม่กดทับ แต่ข้อเสียคือมันจะร้อนเพราะระบายอากาศได้ไม่ดีนั้นเองครับ เรื่องของบีบด้านข้างแน่นอนว่าไม่มีบีบครับแต่ ด้านบนบางท่านนั้นอาจจะรู้สึกกันนิดหน่อย หรือถ้าใครมีใบหูที่ใหญ่หน่อยเวลาใส่ใบหูมันจะขนกับด้านในหูฟังเลยรู้สึกแปลก เพราะมันไม่ได้ลึกมานั้นเอง

เสียง —  ตัวเสียงนั้นแน่นอนว่ายังคงสไตล์ไว้ได้คือแบบฟังได้ทั่วไป สบายรับได้หมด เสียงมาหนักแน่นครับ นุ่มๆไม่ได้แหลมจัด เสียงกลางอาจจะไม่ได้เด่นมาก แต่เล่นเกมสะใจ แน่นอนส่วน Stage ไม่ได้กว้างมากนัก ส่วนด้าน Impact กระแทกไม่แรงแต่ก็ทำให้ฟังได้นานไม่ทำให้หูของเราล้าเท่าไรครับ คือฟังได้เล่นเกมได้สบาย และแน่นอนว่าอีกจุดที่เป็นจุดเด่นของหูฟังตัวนี้เลย คือการรองรับ 7.1 เกมส์  FPS บอกเลยว่าเกมส์ไหนรองรับรองทิศทางมันโคตรจะดีครับรู้เลยใครเดินมา ยิงจากทางไหนอันนี้ชอบมาก และเสียงระเบิดอะไรสะใจมากครับไม่บวมเกินไปด้วย

ไมค์ —-ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากสำหรับการพูดคุย แน่นอนว่าในด้านของความสะดวกสบายนั้นทำให้มันไม่มีระบบ Noise Cancellation แต่เสียงที่ลองก็ดีครับคือคุยได้ชัดรู้เรื่องไม่มีเสียงรบกวนอะไรมากนักและชุดเจนแต่แอบขาดเสียงต่ำไปนิดหน่อยไม่ค่อยทุ้มมากนัก

RAZER Thresher 7.1 Wireless  ไร้สายเสียงดี โอเคเลยแหละ

เป็นการพัฒนาข้อเสียจากรุ่นเดิมไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของหูฟัง ระบบเสียง ไมค์ทั้งหลายให้มันลงตัวขึ้นและยังมาพร้อมกับไร้สายที่ใช้งานได้ดีมากๆสะดวกและง่าย แต่ก็ยังมี 3.5มม. ให้ใช้งานครับรวมถึงเรื่องเสียงโอเคไม่ได้แย่ดีกว่าที่คิดซะด้วยเสียงดี หนักแน่นสะใจแต่ก็ไม่ได้เยอะจนทำให้ล้าครับ ในเรื่องของ ไร้สายเสียงก็ไม่ได้ต่างกับแบบมีสายมากนักและไม่หน่วง หรือช้าเลยด้วยเป็นอีกรุ่นที่แนะนำ และใช้ง่าย แต่แอบใหญ่ + หนักไปนิดและบางคนอาจจะติดใบหูได้ เพราะมันจะไปชนกับตัวหูังข้างในครับ อันนี้แนะนำให้ไปลองกันก่อนจัดเลยนะ ..เสียดายไม่มีไฟ Chroma

ข้อดี

  • ระบบเสียง 7.1 ทำงานได้ดีและรอบทิศทาง
  • มี Mic Monitor ได้ยินเสียงตัวเองและปรับได้
  • เสียงค่อนข้างฟังสนุกเบสมาแน่นลึก แต่ไม่ใสมาก
  • ใส่สบายไม่เกิดอาการล้าหรือบีบหัว
  • ระบบ Wireless ใช้ได้ดี ไม่เกิดอาการ ดีเลย์ แม้จะใช้กับมือถือ หรือ คอม หรือจะเป็น PS4
  • แบตใช้ได้ทั้งวันค่อนข้างอึด

ข้อสังเกต

  • ใส่นานๆบริเวณหูนั้นจะอุ่นๆหน่อยด้วยวัสดุที่ครอบหู
  • อาจจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่สำหรับบางคน
  • เวทีเสียงไม่ได้กว้างมากนัก
  • น้ำหนักแบบมากไปนิด

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรีวิวรุ่นต่อไปนั้นจะเป็นรุ่นอะไรอย่าลืมติดตามกันนะครับ ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ
ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

Review By Nineztr