MSI ในรุ่น Stealth 15M นั้นจะเป็น Gaming ที่โดดเด่นในเรื่องความเบา ความบางเป็นหลักแต่เรื่องของสเปกการใช้งาน หรือว่าประสิทธิภาพนั้นไม่ธรรมดาเช่นกัน พร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i7 Gen 11 “Tiger Lake H35” สถาปัตยกรรมขนาด 10nm SuperFin อย่าง Core i7-11375H ถือว่าเอาเรื่องอย่างมาก และ ใช้งาน RTX 3060 เลยทีเดียวเห็นบางๆเบาๆแบบนี้แต่สเปกพร้อมชนได้ทุกตัวเลยทีเดียว ด้วยน้ำหนักเพียง 1.7 กิโลกรัม บางที่ 16.15 มิลลิเมตร และเรื่องระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 ยังคงใส่เข้ามาให้แบบจัดเต็มสบายๆ ทำให้ภาพรวมเป็นอีกรุ่นที่เหมาะแก่การเล่นเกม พกพา แต่ประสิทธิภาพนั้นไม่ธรรมดาในการเล่นเกมหรือทำงานหนัก

MSI Stealth 15M ในรุ่นที่เรารีวิวจะเป็น Intel Core i7-11375H สถาปัตยกรรม Tiger Lake H35 10 นาโนเมตร SuperFin 3.30 – 5.00 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread + การ์ดจอออนบอร์ดIris Xe Graphics  การ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-Q (6GB GDDR6) พร้อมกับ RAM 16GB DDR4 Bus 3200 MHz (SO-DIM) และ STORAGE  SSD M.2 NVMe PCIe 1TB เรียกได้ว่าครบๆเหลือเฟือ พร้อมกับหน้าจอ ขนาด15.6″ IPS Full HD รองรับ 144Hz ส่วนทางด้านการเชื่อมต่อเองก็สามารถรองรับ  Wi-Fi 6 AX, Buetooth 5.1 และพอร์ต Thunderbolt 4 ถือว่าครบและพร้อมใช้งานกันเลยทีเดียว รวมถึง ระบบระบายความร้อน มาพร้อม 2 พัดลมใหญ่ 6 ฮีทไปป์ใบพัดบาง 0.1 มม. ในตัว Cooler Boost 5 จัดเต็มสบายๆครับ และได้ตำแหน่ง Gaming ขนาด 15 นิ้วที่บางที่สุดในโลกเลยทีเดียว และหน้าจอยังรองรับการกางได้ราบไปกับพื้นถือว่าอิสระมากๆ

PRICE

MSI STEALTH 15M มาพร้อมกับ Intel Core i7 Gen 11 “Tiger Lake H35”  i7-11375H + RTX 3060 RAM 16GB ราคาเริ่มต้น 53,990-57,990 บาท แล้วแต่ ความจุ 512-1TB นะครับผม 

UNBOX

  • MSI STEALTH 15M
  • คู่มือการใช้งาน
  • กระเป๋าเป้ MSI
  • Adaptor 180W

DESIGN

งานออกแบบรุ่นนี้ถือว่าน่าสนใจเพราะว่าถ้าเรามองผ่านๆจะไม่รู้เลยว่ารุ่นนี้จะเป็นสาย Gaming ที่เน้นความบางเบา เพราะว่างานออกแบบมีความเรียบหรู และ บางเบาคล้ายกับพวกคอมพิวเตอร์สายทำงานทันที และตัวเครื่องสีสันลวดลายไม่เยอะมากนัก เหมาะแก่การพกพาไปข้างนอก และเอาไปทำงานได้ไม่เขินเกินไป มาพร้อมกับบอดี้วัสดุอลูมิเนียมทั้งหมดใช้งานโทนสีอ่อนสวยงาม และแน่นอนว่าความบางแค่ 16.1 มม. น้ำหนักเพียง 1.7 กก. เท่านั้นครับถือว่าเบาและบางที่สุดในบรรดา Gaming Notebook หน้าจอ 15  นิ้วเลยทีเดียวครับ ถือว่าบางที่สุดที่โลกเลยทีเดียว ซึ่งถ้ามองในแง่ของงานประกอบรุ่นนี้ทำได้ดีน่าสนใจมีความแข็งแรงและแน่นพอสมควรแม้จะเน้นบางเบาก็ตาม

งานออกแบบภาพรวมนั้นถือว่าดูเรียบร้อย ค่อนข้างสวยงามดูไม่เป็นสาย Gaming เกินไป และมีความบางเบาตัวเครื่องโทนสีสว่างพร้อมกับโลโก้ MSI ที่เป็นแบบ 2D เรียบๆไม่มีไฟหรือลูกเล่นอะไรครับ เรียบๆทั้งหมดทั้งฝาหลัง และโลโก้ส่วนด้านในนั้นเราจะเป็นแป้นพิมพ์ขนาดใหญ่พร้อมกับการออกแบบวางตรงส่วนกลางเครื่องไม่ได้มี Numberpad อะไรเข้ามาพร้อมกับโลโก้แบบใหม่ข้างในงานออกแบบหน้าจอขอบส่วนล่างถือว่ามีความหนาระดับนึง

ส่วนข้อพับในรุ่นนี้สามารถเปิดได้ด้วยมือเดียว ถือว่ามีความแข็งแรงและสามารถกางได้สูงสุด 180 องศาเลยทีเดียวทำให้ราบเนียนไปกับโต๊ะได้ด้วยเช่นกัน งานประกอบความแข็งแรงในส่วนข้อพับนั้นทำได้ดี พร้อมกับช่องระบายความร้อน ที่มีการเล่นลวดลายต่างๆส่วนในช่องระบายความร้อนด้านหลังเองนั้นมีให้ทั้งซ้ายและขวายิงออกด้านหลังขนาดกลางๆกำลังดีครับ และมีช่องระบายความร้อนด้านขวากับซ้ายเข้ามาด้วยเช่นกัน ถือว่าเรื่องระบายความร้อนทำได้ดีอยู่แล้วสำหรับค่ายนี้ Cooler Boost 5 และสำหรับสายเกมเรื่องนี้ถือว่าสำคัญและทำได้ดีในการใช้งาน

ขอบหน้าจอรุ่นนี้ทำได้บางแม้จะเป็นสาย Gaming แต่ถือว่าควบคุมความหนาบางรุ่นนี้ได้ดีถือว่าไม่หนีจากบรรดาคอมพิวเตอร์สายทำงานหรือ Ultrabook เลยก็ตามมาพร้อมกับกล้องและไมค์ 2 ตัว ซึ่งตัวนี้ขอบหน้าจอจะเป็นโทนสีเดียวกับตัวเครื่อง และหน้าจอที่ให้มานั้นเป็นหน้าจอแบบด้าน ทำให้การใช้งานนั้นถือว่ารองรับได้สบายๆเวลาเจอแสง

ด้านฐานเครื่องเองนั้นเราจะเห็นว่ามีช่องระบายความร้อนจัดเต็มในส่วนใต้เครื่องมีการออกแบบคล้ายกับรังผึ้ง รวมถึงมียางรองฐานเครื่องให้มาทั้งหมดในส่วนด้านหลัง และด้านหน้าตัวเครื่อง รวมถึงตรงกลางและขอบซ้ายขวาเล็กน้อยในตรงกลาง รวมถึงลำโพงในรุ่นนี้จะอยู่ในด้านล่างมุมซ้าย ขวา เราจะเห็นเลยว่ายังคงเอกลักษณ์การออกแบบได้ดีครับ และเมื่อเปิดด้านใน มีการออกแบบแผ่นรักษาความร้อนต่างๆทำให้เรื่องของทิศทางลมนั้นจัดการและควบคุมได้เป็นอย่างดีและการออกแบบรุ่นนี้เมนบอร์ดแบบกลับด้านทำให้เราไม่สามารถเห็นการอัปเกรดอะไรได้เลย และไม่รองรับการแกะอัปเกรดเองทั้งหมด ถือว่าแอบน่าเสียดายอย่างมากเพราะมีแผ่นมาปิดทั้งหมดและเปิดออกมาก็ไม่มีอะไรให้เห็นนะ

SPEC

  • CPU Intel Core i7-11375H (4C/8T & 3.30 – 5.00GHz)
  • NVIDIA® GeForce RTX™ 3060 Laptop GPU 6GB GDDR6
    Up to 1357MHz Boost Clock, 65W Maximum Graphics Power with Dynamic Boost.
  • RAM 16GB DDR4 Bus 3200 MHz (SO-DIM)
  • DISPLAY15.6″ IPS Full HD @ 144Hz
  • STORAGE SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS Windows 10 Home
  • Warranty  2 Years (1 Year for Battery and Adapter)
  • RGB Backlight Keyboard
  • 1x Type-C (USB / DP / Thunderbolt™ 4) with PD charging
    1x Micro SD
    1x (4K @ 60Hz) HDMI
    2x Type-A USB3.2 Gen1
    1x Type-C (USB3.2 Gen2 / DP)
  • 802.11 ax Wi-Fi 6 + Bluetooth v5.1
  • HD type ([email protected])

PERFORMANCE

ในรุ่นที่เรารีวิวจะเป็น Intel Core i7-11375H สถาปัตยกรรม Tiger Lake H35 10 นาโนเมตร SuperFin 3.30 – 5.00 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread + การ์ดจอออนบอร์ดIris Xe Graphics  การ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6) พร้อมกับ RAM 16GB DDR4 Bus 3200 MHz (SO-DIM) และ STORAGE  SSD M.2 NVMe PCIe 1TB ถือว่าสเปกภาพรวมนั้นทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอหรือว่าตัว CPU ซึ่งถ้ามองสเปกเป็นสาย Gaming รุ่นนี้สามารถรองรับระดับสูงได้ดี แม้จะเป็นรุ่นที่เน้นความบางเบาแต่สามารถยัดสเปกแบบนี้มาได้ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวครับ และแน่นอนว่าสเปกพวกนี้รองรับการอัปเกรด Windows 11 ได้

PCMARK

คะแนนทำได้ 4484 ถือว่าตามระดับของ CPU เป็นการเรนเดอร์ในหลายๆอย่างที่เสมือนกับทำงานจริงๆในแง่ของการใช้งานทั้งหมดเวลาใช้งานคอมพิวเตอร์คะแนนเอาจริงๆถือว่าไม่แย่เลยนะถ้าเรามองในราคาแค่นี้ และทำคะแนนออกมาได้ประมาณนี้แน่นอนว่าดีกว่า CPU รุ่นก่อนเยอะ ทำให้ตัวนี้ถือว่าน่าพอใจครับ ทำงานทั่วไปสบายๆไม่ต้องกังวลอะไร และทำคะแนนรวมๆนั้นถือว่ารองรับการทำงานทั้งหมดได้หลากหลาย เต็มประสิทธิภาพกว่าแบบเดิมชัดเจน ทางด้านความร้อนนั้น CPU 72 และ GPU 65  สำหรับการทดสอบนี้ให้สภาพอากาศปกติถือว่าสบายใช้งานได้ชิวๆ

3DMARK 

เราทดสอบแบบพื้นฐาน 5 แบบกันในส่วนของ Firestrike , Timespy ด้วยถือว่าทำคะแนนได้ดีเอาเรื่องเลยคะแนนในส่วนของ Firestrike Ultra ตัวนี้ทำได้ 4072  คะแนน การประมวลผลของรุ่นนี้ในแบบ 3 มิติ ทำได้ดีมากๆในแง่ของการเรนเดอร์พวก 3 มิติทั้งหลาย RTX3060 ตัวนี้เอาอยู่ครับ เล่นเกม ทำงานเรนเดอร์เหลือๆ ถือว่าสบายๆไม่ต้องกังวลส่วนเรื่องคะแนน Timespy  Extream นั้นแตะ 2891 ได้เลย TimeSpy แบบโหดๆไปที่ 6079 คะแนนครับและ Firestrike Extream ที่ 7604 คะแนน ความร้อนที่ทดสอบนั้น CPU 77 และ GPU 71 ครับสำหรับตัวนี้

CINEBENCH R15 R20 / CRYSTALDISKMARK 

ตัวนี้คะแนนวัดที่ CPU ล้วนๆเลยแหละทำไปได้ 967 ทำได้ดีมาก ในตัว C15 อย่างที่บอกว่ารุ่นนี้คือมาแรงมาก พัฒนาขึ้นเยอะในคะแนนของตัว R20 ที่โหดกว่าเดิมนั้นทำไปได้  2227 ถือว่าคะแนนดีเลยแหละในแง่การประมวลผลของ CPU ดีกว่าเจนก่อนหน้าเยอะพอสมควรส่วนตัวนี้มาพร้อมกับ SSD ทำคะแนนการอ่านไปได้สูงและถือว่าเทียบกับการใช้งานถือว่าโหดมากๆ สามารถอ่านสูงถึง 3245 ส่วนเขียนที่ 1847 ครับจากทดลองหลายๆรอบให้มา 1TB  ถือว่าเพียงพอและความเร็วความจุนั้นสบายๆเหลือๆ และความเร็วภาพรงทำให้ตัวนี้ใช้งานได้สบายไวมากๆ

SCREEN

หน้าจอในรุ่นนี้มาพร้อมกับขนาด 15.6 นิ้วรองรับการใช้งาน 144Hz พร้อมกับหน้าจอแบบ IPS LCD รองรับการใช้งานสีสันค่อนข้างแม่นยำ พร้อมกับงานออกแบบหน้าจอขอบบางและมาพร้อมกับ Full HD ที่ 1920×1080 พิกเซล และรองรับการปรับเปลี่ยนแต่งสีผ่านซอฟต์แวร์ MSI True Color ได้อีก 6 แบบครับจะมีเป็น ANTI-BLUE, sRGB, DESIGNER, OFFICE, MOVIE, GAMER ส่วนหน้าจอนั้นจะเป็นหน้าจอแบบด้านครับรองรับการใช้งานทั้งเรื่องของการเล่นเกม หรือว่าจะเป็นการทำงานข้างนอกก็ลดแสงสะท้อนได้ดีเลยทีเดียว หน้าจอนั้นสีสันค่อนข้างแม่นยำมากๆเรียกได้ว่า ใกล้เคียง sRGB 100% เลยทีเดียว เท่าที่ทดสอบนั้นจะได้ประมาณ 95-95% ถือว่ามีความใกล้เคียงมากๆตัวนึงในบรรดา Gaming รวมถึงความสว่างอะไรนั้นสู้แสงได้ดี สีสันคมชัดอันนี้มุมมองอะไรก็ทำได้ดีเช่นกัน เป็นหน้าจอเมื่อเทียบกับเรทราคานั้นทำได้ลื่นไหล มีความสวยสีตรงมากๆตัวนึงครับและเล่นเกมได้ดีมาก

หน้าจอเมื่อมองเอียงๆนั้นถือว่าทำได้ดีและข้อดีของการใช้งานหน้าจอแบบด้านนั้นทำให้การพกพาไปทำงานข้างนอกหรือว่าใช้งานทั่วไปในหลายๆสภาพแสงนั้นไม่มีแสงรบกวน และใช้งานได้จริง รวมถึงหน้าจอมีความสว่างสูงพอสมควรสามารถสู้แสงได้ดี ในการใช้งานจริงสีสันถือว่าตรงกว่าจอ 144Hz รุ่นอื่นๆของค่ายนี้และแน่นนอนว่าสมราคาครับเอามาเล่นเกมหนักๆแน่นอนว่าตัวจอนี้ไม่มีปัญหาเลย หรือจะเป็นการทำงานแต่งภาพ สีสันตรงเลยทีเดียว การใช้งาน 144Hz แน่นอนว่าช่วยในเรื่องเล่นเกมพร้อมกับเวลาหันกล้องอะไรพวกนี้บอกเลยว่าลื่นไหล และภาพไม่ฉีกขาดเลยแม้แต่น้อย รุ่นนี้เป็นข้อดีของการใช้งาน 144Hz  และ ทำได้ดีทั้งเล่นเกม ทำงาน หรือว่าจะเป็นสายงาน กราฟิก

KEYBOARD

แป้นพิมพ์ในรุ่นนี้แอบแปลกตากว่า Gaming ทั่วไปเพราะว่าการจัดวางต่างๆนั้นไว้ตรงกลางไม่มีการใส่ แป้นพิมพ์ส่วน Numberpad มาให้และแน่นอนว่าทำให้มีพื้นที่ซ้ายขวาเหลือมากกว่าทั่วไป แต่ข้อดีของการออกแบบแบบนี้ทำให้เราจะได้ปุ่มใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม รวมถึงระยะห่างที่กำลังดีแม้ว่าระยะกดอะไรอาจจะไม่ได้เยอะมากเพราะว่าตัวเครื่องที่บางแต่ก็ยังสามารถเล่นเกมอะไรได้เช่นกัน รวมถึงเรื่องสีสันนั้นแอบเสียดายว่าเป็นแค่ RGB AllZone เท่านั้นไม่สามารถไล่สีได้ และ ปรับได้แค่ทั้งหมดเป็นสีเดียวเท่านั้นรวมถึงมี Effect ต่างๆที่สลับสีต่างได้ด้วยเช่นกันครับถือว่าลงตัว และแน่นอนว่ายังคงให้ปุ่ม Arrow ทั้งหมดเป็นแบบเต็มไม่ได้มีการตัดอะไรออกไปทำให้เล่นเกมและกดได้เต็มๆนิ้ว

และในการใช้งานจริงตัวปุ่มถือว่าระยะกำลังดีและสามารถรองรับการพิมพ์งานได้ดีครับ แม้จะไม่ได้มีคีย์บอร์ดพิเศษแบบรุ่นอื่นๆที่เป็น Steelseries ทำให้อาจจะไม่ได้มีระยะกดลึกมาก แต่ตอบสนองเด้งได้ดีครับถือว่าอยู่ในะดับกลางๆในแง่ของ Gaming ที่บางเบาแบบนี้ ส่วนตัวอักษรต่างๆรู้สึกว่าจัดวางได้เรียบร้อยดูไม่รกอาจจะด้วยตัวอักษรเล็กกว่ารุ่นอื่นๆทำให้การออกแบบดูคลีนและโล่งแม้จะเป็นแป้นพิมพ์ภาษาไทยก็ตาม และมีความเว้าลงไปบ้างเล็กน้อยในตัวนี้

TOUCHPAD

ทัชแพดในรุ่นนี้ใช้งานวัสดุคนละแบบกับตัวเครื่องครับ เป็นแบบด้านเรียบๆไม่ได้มีลวดลายอะไรครับขนาดของทัชแพดนั้นถือว่ากำลังดีไม่ได้ใหญ่มากหรือเล็กมากด้วยความที่เป็นสายเกมจริงๆ พวกทัชแพดนั้นถือว่าไม่ค่อยได้ใช้เท่าไรแต่ก็มีไว้ยามจำเป็นเวลาทำงานข้างนอกได้อยู่ ส่วนการออกแบบคลิกซ้ายขวา ซ่อนเนียนอยู่ในทัชแพดไม่ได้มีปุ่มแยกหรือขีดแยกอะไรถือว่าค่อนข้างแตกต่างกับรุ่นอื่นๆ ส่วนความรู้สึกความลื่นไหลนั้นทำได้ดีนะ และคุณภาพดีกว่ารุ่นก่อน

SPEAKER 

ลำโพงให้ 2 ตัวซ้ายขวาเสียงถือว่ากำลังดีเลยแหละ เสียงที่ออกมานั้นถือว่ามิติของเสียงนั้นทำได้ดีระดับนึงในการเล่นเกมฟังเพลงครับ เสียงที่เด่นๆคือความดังที่ทำได้ดีเลยแหละสามารถเล่นเกม ฟังเพลงเสียงดังได้สะใจเลยทีเดียว แต่เสียงปืนเวลายิง หรือ ระเบิดนั้นยังไม่ได้แน่นสะใจเท่าไรนัก แต่ก็ยังสามารถปรับเสียงเพิ่มมิติเสียงเบส EQ อะไรพวกนี้ได้อยู่บ้างครับ และเสียงรอบทิศทางนั้นก็สามารถปรับได้ ถ้าเน้นเล่นเกมเสียงคนพูดอะไรชัดเจนดี แต่เสียงยิงปืนอะไรนั้นยังไม่ได้แน่นเท่าที่ควรครับ แต่ถ้าเอาเรื่องความดังสะใจตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์อยู่เช่นกันนะ แยกชัดเจน และรองรับระบบเสียง HI-RES มาให้สำหรับการใช้งานผ่านรูหูฟังถือว่าจัดเต็ม Nahimic 3 ให้มาครบเช่นเดิมในตัว Stealth

CONNECTOR

พอร์ตเชื่อมต่อรุ่นนี้ถือว่าให้มาครบและพร้อมใช้งานมากๆแม้เราจะเห็นตัวเครื่องที่บางแบบนี้แต่รุ่นนี้ยังคงให้มาครบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อ DisplayPort และ Thunderbolt 4 (USB Type-C) จำนวน 1 ช่องในภาพ พร้อมด้วย HDMI 2.0 เพื่อเชื่อมต่อหน้าจอภายนอก ในฝั่งขวาทำให้ครบและมีแต่ตัวเทพๆเข้ามาทั้งหมด รวมถึงมีช่องระบายความร้อนเสริมเข้ามาในด้านข้างทั้งหมดทำให้ระบายได้ดีมากๆ

ในฝั่งซ้ายนั้นเราจะเห็นช่องระบายความร้อนเข้ามาให้ด้วยเช่นกันพร้อมกับช่อง DC-IN ที่สำหรับเสียบใช้งานจ่ายไฟเข้า พร้อมกับ Micro-SD และ USB-A 3.1 GEN 2 และ รู 3.5 มม. Combo รองรับได้สบายอย่างมาก และตัวเครื่องถือว่าบางถ้าเรามองเทียบกับช่อง USB-A ในภาพ และเชื่อมต่อไร้สาย  Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX

MSI DRAGON CENTER

ทางด้านระบบ Dragon Center และ ตัวปรับไฟ Keyboard นั้นให้มาครบจัดเต็มเช่นเดิมครับเป็นโปรแกรมสำหรับ Monitor และ ตรวจดูภาพรวมของคอมพิวเตอร์ทั้งเรื่องของ ประสิทธิภาพ ความร้อน การใช้พลังงานรวมถึงปรับแต่งทั้งหลายครับ อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าในแต่ละโปรแกรมได้ทั้งหมด รวมไปถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์ในแต่ละอย่างของทางคอมพิวเตอร์ได้ทั้งหมดไม่ต้องไปยุ่งยากหามาโหลดใช้งานกันเองครับ ซึ่งปรับหน้าตาใหม่ทั้งหมดดูดีขึ้นเยอะมาก

WORKING

ในแง่ของสเปกแน่นอนว่าตัวนี้ถือว่าใช้งานตัวล่าสุด เป็นตัว Intel Core i7-11375H เป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake H35 เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร SuperFin  ความเร็ว 3.30 – 5.00 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread และมาพร้อมกับ การ์ดจอแยก  NVIDIA GeForce RTX 3060 ทำงานร่วมกับ RAM 16 GB จัดเต็มให้มาเพียงพอต่อการใช้งานทำงานหลากหลายโปรแกรม หลายเลเยอร์ได้สบาย และการอ่านเขียนของ SSD ก็ถือว่าช่วยงานทำงานได้ไวขึ้นระดับนึงรวมถึงในการเรนเดอร์การทำงานจริงนั้นจะเป็นอย่างไรกันบ้างลองดูทดสอบกันในหลายๆโปรแกรมสายทำงาน  ทดสอบแบบจัดเต็มเช่มเดิมทั้งโปรแกรมตัดต่อแบบ Premire Pro และตระกูล ADOBE ทั้งหลายครับ ซึ่งบอกเลยว่าถ้าใครสายทำงานหนักๆตัวนี้ไม่ต้องห่วงและสามารถเรนเดอร์ได้สบายๆ ไม่ว่าจะทำงานโปรแกรมเดียวหรือเรนเดอร์หลากหลายโปรแกรมพร้อมกัน รองรับได้สบายรวมถึงการพกพาเวลาทำงานที่อื่น

PREMIRE PRO  

แน่นอนว่าสายครีเอเตอร์หลายๆคนก็เอาคอมแบบนี้ไปทำงานกันเยอะครับ เลยขอมาทดสอบ เรนเดอร์ 4K 60 FPS นั้นทำได้ดีแค่ไหนซึ่งในตัวนี้ จะเรนเดอร์ได้ภายใน 26 นาที และเมื่อเทียบกับ Ryzen 7 4800HS ทำไปได้ 25 นาทีครับและในการเรนเดอร์คลิปต้องบอกว่ามันมีผลแบบชัดเจนถ้าเราเอาคลิปแต่ละเครื่องมาเทียบกันกับระยะเวลาในการเรนเดอร์ โดยทางเราทดสอบในการเรนเดอร์คลิปแบบเดียวกันทั้งหมดถือว่าทำได้ดี ประหยัดเวลาการทำงานได้ดี

PHOTOSHOP 

โปรแกรมการตัดต่อภาพหรือว่าแต่งภาพจะเด่นๆในเรื่องของการทำงานหลากหลายเลเยอร์และยิ่งประมวลผลได้ดีความหน่วงหรือช้าก็จะน้อยลงเยอะมากๆในการเปิดหลายๆงานพร้อมกัน ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เน้นเรื่อง RAM มากเช่นกันเราจะเห็นเลยว่าใกล้เต็ม 16GB เลยทีเดียว แต่ทางด้าน CPU เองนั้นสบายๆเช่นกันครับเหลือเฟือในการทำงานทั่วไปและในโปรแกรมนี้เช่นกัน จากที่ลองมานั้นสามารถจัดการได้เป็นอย่างดีแม้จะตัดต่อไฟล์ขนาดใหญ่ก็ไม่มีอาการหน่วง

LIGHTROOM

จริงๆอาจจะไม่ได้กิน RAM อะไรมากนักจะกินช่วงหนักๆคือ ตอน EXPORT หลายๆรูปและ IMPORT ซึ่งจะเน้นไปที่การประมวลผลภาพล้วนๆ ซึ่งถ้าใช้งานหลากหลายรูปภาพก็จะยิ่งกินประสิทธิภาพมากกว่าเดิม แต่ทางด้าน  i7 ตัวนี้ก็สามารถใช้งานได้สบาย  สามารถแต่งเกรดสีหลายๆภาพได้แบบไม่มีปัญหา ซึ่งทางด้าน นี้ามารถตอบโจทย์การทำงานได้เป็นอย่างดีทั้งเรนเดอร์หรือแต่งภาพใช้งานไป 5-10% แค่นั้น และ Export ก็ทำได้ไวเช่นกัน ถือว่าผ่านสบายๆ

SKETCH UP

โปรแกรมสำหรับสายทำงานเรนเดอร์ 3 มิติแน่นอนว่า Google Skecthup ถือว่าเป็นพื้นฐานเลยก็ว่าได้ในการใช้งานทำงานต่างๆและรุ่นนี้สามารถเรนเดอร์ได้ภายใน 32 นาทีถือว่าไวครับในการใส่ Texture แบบเต็มที่ใน Vray ต่างๆและเราจะเห็นว่า RAM เหลือเฟือแต่ CPU จัดเต็มแน่นมากๆครับวิ่ง 3.9 สบายๆและเรนเดอร์ได้ไม่มีปัญหาเลยครับ

GAMING 

ตัวเครื่องรุ่นนี้มาพร้อมกับทีม Intel และ NVIDIA และแน่นอนว่ามีการใช้งานเทคโนโลยี “Resizable Bar” มาช่วยในการทำให้ CPU สามารถเข้าถึงและใช้งาน VRAM ของ GPU ได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้ FPS ในการเล่นเกมดีขึ้น 5% – 10% และ เมื่อเล่นเกมแน่อนว่าตัวสเปก Intel Core i7-11375H เป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake H35 เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร SuperFin  ความเร็ว 3.30 – 5.00 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread และมาพร้อมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-Q (6GB GDDR6) ตัวล่าสุดเช่นกันครับแน่นอนว่าเรื่องประสิทธิภาพเองนั้นไม่ธรรมดาสามารถรองรับได้สบายแต่ด้วยความบาง และเบาของมันอาจจะต้องมาดูกันว่าเรื่องของความร้อน หรือการระบายความร้อนการจัดการความร้อนนั้นตัวนี้จะทำได้ดีมากน้อยแค่ไหนถ้าเล่นใช้งานนาน

  • Overwatch นั้น ทำไปได้ FPS 120-125 อุณหภูมินั้น GPU 86 CPU 94  : EPIC 
  • APEX ทำไปได้ FPS 83-90 อุณหภูมินั้น GPU 81 CPU 92 : ULTRA 
  • PUBG ทำไปได้ FPS 100 อุณหภูมินั้น GPU 79 CPU 92  : ULTRA 
  • Modern Warfare ทำไปได้ FPS 55 อุณหภูมินั้น GPU 80 CPU 96  : ULTRA 
  • FORZA HORIZON 4 ทำไปได้ FPS 100-105 อุณหภูมินั้น GPU 84 CPU 90  : ULTRA 

ต้องบอกว่าสายเกมไม่ผิดหวังแน่นอนครับสำหรับการรัน FPS ปรับภาพสูงสุดยังสามารถดันได้สูงมากๆและลื่นไหล อีกทั้ง ถือว่าประสิทธิภาพไม่ตก และขับได้เยอะขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ถ้าเทียบกับตัวก่อนหน้านั้นเอง ซึ่งถ้ามองเทียบกับความบางเบาถือว่าขับได้โหดมากๆแล้ว แต่ถ้าอยากได้ลื่นๆนั้นต้องปรับภาพระดับกลาง โดยรวมชอบเรื่องของความร้อนที่จัดการได้ดี และแน่นอนว่า CPU ใช้งานแค่ 20-30% เท่านั้นในการเล่นเกมหลายๆเกม แต่ถ้าเทียบการทำงาน CPU 100% ถือว่ามีความร้อนแตะ 90+ได้ง่ายเลยแหละถ้าเล่นในสภาพอากาศปกติครับอาจจะดูสูงไปหน่อยแต่ก็เล่นได้ไม่เจอปัญหาอะไรในเรื่องนี้ ซึ่งทางค่าย MSI ใช้งานระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 บอกเลยว่าจัดการได้ดีถ้าเรามองเทียบกับขนาดของมันคุมได้ไม่แตะ 100 และไม่เจออาการหน่วงอะไรถือว่าผ่านครับ

MSI STEALTH 15M

” Gaming ที่บางเบาที่สุด แต่ประสิทธิภาพนั้นไม่ธรรมดา พกพาได้ง่าย ดีไซน์สวย “

MSI ในตระกูล Stealth 15M แน่นอนว่าตระกูลนี้เด่นในเรื่องของการออกแบบที่ทำได้บางและเบา อาจจะแลกมาด้วยราคาที่อาจจะสูงกว่าทั่วไปถ้ามองเทียบกับสเปกเดียวกันเพราะว่าเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามา ถ้าเน้นความบางเบาแน่นอนว่าจะยากกว่ารวมถึงเรื่องระบายความร้อนยิ่งบางยิ่งยากเช่นกันทำให้ตัวนี้ถือว่าสเปกแรงแต่ยังคงทำได้บางเบา ตอบโจทย์สำหรับคนที่ยังอยากเล่นเกมหรือเน้นประสิทธิภาพในการทำงานหนักมาๆแต่ก็ยังคงพกพาไปทำงานข้างนอกหรือไปนอกสถานที่บ่อย ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์ชัดเจนอีกทั้งหน้าจอต่างๆ สเปกที่ให้มา วัสดุงานประกอบทำได้ดีทั้งหมดเช่นกัน รวมถึงระบายความร้อนแม้จะบางแต่ก็คุมได้ดีครับ ไม่เจออาการหน่วงหรือแลคเวลาเล่นเกมนานๆก็ตามตัว Cooler Boost 5 รองรับได้สบายแม้อาจจะไม่เย็นเท่าพวกตัวหนาๆแต่ก็ยังเอาอยู่ในหลายๆสถานการณ์เช่นกันทำให้ภาพรวมนั้นเป็นรุ่นที่น่าเล่นสำหรับสายพกพาตัวนึงเลย

ข้อดี

  • ตัวเครื่องบาง และ เบามากๆเมื่อมองเทียบกับสเปกของตัวเครื่อง
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกม ทำงาน i7 Gen 11 + RTX 3060 ถือว่าโหดมากๆ
  • ระบายความร้อนได้ดีแม้จะมีความบางกว่ารุ่นอื่นๆ
  • ดีไซน์สวยงามประกอบดี ดูพรีเมียมเส้นสายไม่เยอะ
  • RAM 16 GB + SSD 1TB รองรับการใช้งานได้สบาย
  •  Cooler Boost 5  ทำงานได้ดี เสียงไม่ดังมากนัก
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบทั้ง Thunderbolt 4 – USB-C 3.2 พร้อมใช้งาน

ข้อสังเกต

  • หน้าจอ มุมมองอาจจะไม่กว้างมากนัก รวมถึงค่าสีไม่เด่นมากนัก
  • ด้วยความบางเบา แบตอาจจะไม่อึดเท่าไร
  • ไม่มี Numberpad ใส่เข้ามาให้ใช้งาน
  • ไม่รองรับการอัปเกรดหรือแกะเปลี่ยนเองได้เลย

สำหรับรีวิวนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน สำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะ มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เพื่อนๆสนใจอยากให้รีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ
ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะคะ>>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Comments กันได้เลย !

Comments

0 Shares