Altron นั้นถือว่าเป็นแบรนด์ไทยที่เราคงรู้จักกันมากขึ้นแล้วในยุคนี้ครับ แน่นอนว่าเราเคยซื้อมารีวิวก่อนหน้าเป็นรุ่นแรกๆที่เปิดตลาดเลย แต่ตอนนี้ก็ยังใช้งานได้ดีอยู่นะครับตัว 43 นิ้วครั้งนั้นถือว่าโอเคเลยคุณภาพอะไรยังใช้งานได้สบายๆจนถึงตอนนี้ และแน่นอนว่าในครั้งนี้เนื่องจากทีมเราได้มีโอกาสทำ Office ใหม่เลยหาของเข้ามาใช้งานกันเพิ่มเติมครับ และเล็งๆทีวี 65 นิ้วไว้อยู่และต้องรองรับ 4K เลยมาโดนเจ้า Altron ตัวนี้เป็นรุ่นล่าสุดครับที่เปิดตัว และเป็น Smart TV ที่มีปุ่ม Netflix มาให้เลยพร้อมใช้งานจุดนี้แหละเลย ทำให้มันน่าโดน และระบบใหม่ใช้งานลื่นไหลขึ้นด้วย เป็นเจ้า ALTRON SmartTV LTV-6502 นั้นเองครับ โดยราคานั้นหากันได้ไม่แพงเลยแถมรับประกัน 3 ปีพร้อมจอแตกเคลมได้เช่นเดิมเลยครับ ยังคงเป็นจุดเด่นของค่ายนี้และ สนับสนุนแบรนด์ไทยแท้ๆที่เคยทำ ธานินท์นั้นเองครับ

altron SmartTV LTV-6502 นั้นมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 65 นิ้วในความละเอียดแบบ 4K พร้อมกับการรองรับ NETFLIX YOUTUBE รวมถึงมี Facebook Browser อะไรมากมายใส่เข้ามา และระบบ Smart tv ค่อนข้างครบแต่ไม่ได้ใช้งาน Android นะครับจะเป็นระบบปฏิบัติการลินุกซ์ บน อัลทรอน สมาร์ททีวี รวมถึง  Ram 1 GB Rom 4 GB และรองรับ Wi-Fi และ LAN ปกติครับส่วนในแง่ของระบบเสียงนั้นรองรับระบบเสียง Dolby Audio ด้วยเช่นกัน และ รับประกัน 3 + (สามพลัส) รองรับอุบัติเหตุจอแตกอะไรเรียบร้อยครับ ส่วนทางด้านฟีเจอร์ก็รองรับการส่งออกหน้าจอมือถือ Mirror ไปได้สบายๆง่ายๆครับ และเมนูภาษาไทยอะไรมีมาให้ครบๆใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก

สำหรับ ราคา Altron SmartTV LTV-6502 NETFLIX TV นั้นมาพร้อมกับ ราคา 31,990 บาทครับ หรือบางร้านอาจจะมีโปรหาได้ราคาถูกกว่านี้ได้นั้นเอง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นราคากลาง

DESIGN

การออกแบบตัวทีวีนั้นรู้สึกเลยว่ามีความเรียบและดูดีขึ้นจากรุ่นก่อนๆครับทั้งการดีไซน์ขอบหน้าจอ การวางหรือจะเป็นตัวแถบด้านล่างรู้สึกว่าเรียบร้อยและดูดีขึ้น ใช้งานสีดำแถบดำทั้งหมด พร้อมไฟสถานะนมุมขวาล่างแบบเดิมเลยครับ ทางด้านน้ำหนักและความบางนั้นทำได้ตามมาตรฐานทั่วไป และขาตั้งทรงที่เราคุ้นเคยกันดีในรุ่นก่อนๆหน้านี้เช่นกัน

ในภาพรวมทั้งด้านหน้าและด้านหลังนั้นเน้นดีไซน์เรียบๆครับ ไม่ได้มีการปั๊มนูนอะไรหรือเล่นลวดลายอะไรในด้านหลัง การวาง Layout ต่างๆในด้านหลังยังคงเป็นเหมือนรุ่นอื่นๆของทางค่ายเลยครับไม่ได้แตกต่างกันมากนักรวมถึงการเสียบช่องสายต่างๆเช่นกัน แต่ทางด้านลำโพงนั้นโดนย้ายไปข้างล่างหน้าจอแทนแล้ว เพราะรุ่นที่เราเคยรีวิวเหมือนจะยิงออกด้านหลังครับ ส่วนความบางนั้นทำได้ดีเลยแหละ และมีส่วนฐานที่นูนออกมานิดหน่อย งานประกอบเป็นชิ้นเดียวกันมากขึ้นในด้านหลังรอยต่อน้อยลงครับ ส่วนหน้าจอนั้นมีความแข็งแรงขึ้น เคาะอะไรได้ไม่ยวบแบบรุ่นก่อนแล้ว

แถบข้างล่างอย่างที่บอกกคือมีการออกแบบเรียบหรูขึ้นครับ แต่ก็ไม่ลืมที่จะใส่โลโก้ของค่ายมาไว้ตรงกลางแบบเดิมสีเงินโครเมี่ยม และในด้านขวามุมนั้นจะเห็นว่าเป็น ฟีเจอร์ที่รองรับคือ 4K – DOLBY AUDIO และ ECO รวมถึง HDMI ครับ แต่น่าเสียดายว่าไม่รองรับ DOLBY VISION / ATMOSอะไรใส่เข้ามาไม่งั้นจะสุดกว่านี้เลยแหละครับ ส่วนปุ่มเปิดปิด ในรุ่นนี้ไม่มีการใส่เข้ามานะครับ จะเป็น Stanby ตลอดเวลาเลย และ สามารถกดปิดผ่านรีโมทได้

ในด้านหลังจะเห็นส่วนที่นูนออกมาที่จะเป็นช่องระบายความร้อนและเป็นที่อยู่ของระบบทั้งหลายรวมถึงพอร์ตเชื่อมต่อด้วยเช่นกัน การวาง Layout ด้านหลังยังคงคุ้นเคยกันดีครับเหมือนกับรุ่นอื่นๆของค่ายนี้เลย ช่องระบายความร้อนจะออกมาด้านบน ด้านข้างครับ และรวมถึงด้านหลังด้วยแต่ความร้อนเท่าที่ลองก็ไม่ได้ร้อนเท่าไร ส่วนฐานด้านล่างจะเป็นพวกลำโพงครับ และ รวมถึงปุ่มควบคุมนั้นจะอยู่มุมขวา เมื่อหันหน้าเข้าทีวีนั้นเอง

จอภาพนั้นตามขอบเก็บงานได้สวยครับไม่ได้มีกรอบหนาๆแล้วจะเป็นเนื้อกระจกคลุมถึงขอบสุดเลยนั้นเองทำให้งานดีไซน์มันดูดีขึ้นแน่นอนและทำให้ขอบบางขึ้นด้วยเช่นกันครับ ถือว่าทำได้บางมากๆเลย ส่วนตัวหน้าจอนั้นใช้พาแนลจอดีระดับนึง มองมุมตรงๆนั้นทำได้ดีเลยครับ ทั้งสีสัน และความสว่างแต่ถ้าเวลามองด้านข้างแอบมีแสงรอดนิดหน่อย

ทางด้านพอร์ตเชื่อมต่อนั้นใส่มาให้เพียงพอครับทั้งด้านข้างและด้านล่าง โดยด้านข้างนั้นจะเป็นพอร์ต USB ทั้ง 2 ช่องและ DVI สำหรับเสียบสายต่อจอจากคอมพิวเตอร์ต่างๆแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยใช้กันเท่าไร น่าจะมี HDMIเข้ามามากกว่าครับ ส่วนด้านล่างนั้นจะมาเต็มๆทั้ง LAN – OPTICAL – HDMI 3 ตัว จริงๆแบ่งมาด้านข้างบ้างก็จะดีมากและช่อง AV-IN ครับผม เสียดายแค่ด้านข้างน่าจะใส่ HDMI มามากกว่าได้ใช้งานบ่อยกว่าพอสมควรเลยครับ

ในด้านของปุ่มควบคุมในรุ่นนี้ไม่มีปุ่ม Power อะไรครับเป็นแค่ปุ่มควบคุม 4 ทิศทางพร้อมกดลงไปได้สามารถเข้าตั้งค่าอะไรได้เลย แต่ทั้งเครื่องมีแค่ปุ่มพวกนี้เท่านั้นเองครับไม่มีเปลี่ยนช่อง ปรับอะไรแล้ว ส่วนความรู้สึกปุ่มนั้นดูแน่นหนาแข็งแรงดีกว่ายุคแรกๆเยอะมากอันนี้ขอชมครับและใช้งานได้ไม่หน่วง ส่วนขาตั้งก็มีขนาดกลางๆทรงที่คุ้นเคย

SPEC

  • Smart TV ขนาด 65 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ 4K ULTRA HD LED (3840×2160)
  • แรงกว่าเดิมด้วยระบบปฏิบัติการลินุกซ์ บน อัลทรอน สมาร์ททีวี
  • ดู Netflix และ Youtube ที่ความละเอียดสูงสุด 4K
  • Smart Remote พร้อมปุ่ม Netflix one touch access เข้าดูซีรีส์ได้ง่ายๆในปุ่มเดียว
  • หน่วยความจำ Ram 1 GB Rom 4 GB
  • เชื่อมต่อโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็วผ่าน Wi-Fi และ LAN
  • MIRROR SCREEN – CAST
  • ระบบเสียง Dolby Digital
  • รับประกัน 3 + (สามพลัส)
  • HDMI,USB,RF in (Terrestrial/Cable Input),Digital Audio Out(Optical),Audio Out (Mini Jack),Ethernet (LAN),Composite in (AV)
  • Netflix,Wireless Connectivity,Web Browser,Youtube,Mobile Screen Mirroring,DTS Audio,Bluetooth Connectivity

SCREEN

ทางด้านหน้าจอในรุ่นนี้มีความละเอียดจัดเต็ม 4K ครับเป็นพาแนล LED ปกติเลยแน่นอนว่าสีดำสนิทคมชัดสวยงามครับ ในมุมมองตรงๆนั้นทำได้ดีพอสมควรทั้งมิติของภาพและความคมชัดของตัวหน้าจอในการเล่นไฟล์แบบ 4K แท้ๆครับแสดงผลได้ดีน่าประทับใจความลื่นไหลของจอภาพทำได้ดีเช่นกัน รวมถึงการสู้แสงอะไรกำลังดีเลยครับ สีอิ่มดีส่วนพวกตัวหนังสืออะไรคมชัดเช่นกันแน่นอนว่าเมื่อมองตรงๆนั้นทำได้ดีกว่าที่คิดไว้พอสมควรจากแบรนด์ Altron แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าถ้าหากไปเทียบพวก อินเตอร์แบรนด์ พวกนั้นแน่นอนว่าอาจจะยังสู้ได้ยากหน่อยแต่ถ้าเทียบกับยุคแรกๆนั้นต้องบอกกันตรงๆว่าดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับแต่จะไปสู้ระดับนั้นอาจจะยังไม่ถึงแต่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆครับสำหรับแบรนด์ไทยอันนี้ ก็รอดูกันยาวๆเอาใจช่วยแบรนด์ไทยกันครับ ส่วนมุมมองในด้านอื่นๆจุดนี้แหละอาจจะไม่ได้ดีมากนัก

เมื่อมองในมุมมองเอียงๆหรือด้านข้างนั้นเราจะเริ่มเห็นว่าสีดำมันอาจจะไม่ได้สม่ำเสมอเท่าไรครับในตัวจอภาพทั้งด้านข้างและด้านล่างคือเมื่อหน้าจอแสดงผลสีดำแล้วมันจะเหมือนมีแสงลอดๆเข้ามาตามภาพด้านบนถ้าเราสังเกตดีๆครับ จุดนี้ยังคงเจอในหลายๆรุ่นของแบรนด์นี้อยู่บ้างและจะค่อนข้างชัดเมื่อแสดงผลสีดำครับ แต่ถ้าใช้งานปกตินั้นจะไม่ได้เห็นเท่าไรแต่หน้าจอมุมมองอื่นๆอาจจะมีดรอปลงไปพอสมควรครับ ตามภาพด้านบนที่เป็นทะเลสีน้ำเงินเมื่อเทียบมุมมองตรงๆ ก็ต้องพัฒนากันไปเรื่อยๆสำหรับหน้าจอตัวพาแนลหน้าจอที่เลือกเข้ามาใช้แต่ถ้ามองตรงๆนั้นไม่มีปัญหาเลย

SYSTEM UI

หน้าตาระบบรุ่นนี้ไม่ได้ใช้งาน Android TV เลยทำให้ฟีเจอร์อาจจะไม่ได้เยอะเท่ารุ่นก่อนๆแต่ได้ความลื่นไหล และเรียบง่ายเข้ามาแทนครับถ้าคนไม่ได้ใช้อะไรเยอะถือว่าใช้งานได้ไวและลื่นมากๆอันนี้ชอบครับเพราะพวก Android tv เราใช้งานจริงๆไม่ได้กี่ฟีเจอร์มันจริงๆนะ และในระบบ linux อันนี้ก็ใส่มาครบที่เราเน้นๆคือ Youtube -NETFIX แท้ๆ-และรองรับ Screen Mirroring รวมถึงแอปจำนวนนึงที่ใส่เข้ามาครับและรองรับเมนูภาษาไทย และมีแอปเล่นเกมอะไรใส่เข้ามาด้วยตามภาพด้านบนและเลื่อนลงไปได้อีกรวมถึงมี Facebook Twitter อะไรมาให้ด้วยเช่นกัน

ตัวหน้าหลักนั้นจะเป็นแถบเมนูข้างล่างครับสามารถเข้าไปใช้ได้เลยไม่ยุ่งยากแต่จะยากตรงพิมพ์รหัส เมลทั้งหลายเนี่ยแหละครับลำบากนิดนึง ส่วนระบบนั้นไม่หน่วงไม่เอ๋อเลยอันนี้ชอบมากๆลื่นไหลดีครับและเมนูนั้นรองรับภาษาไทยเรียบร้อยใช้งานได้ง่ายและสามารถตั้งค่าอะไรได้ปกติเลย แต่ WIFI นั้นรองรับแค่ 2.4Ghz เท่านั้นนะครับ แอบเสียดายนิดหน่อย ส่วนระบบเสียง ระบบภาพก็สามารถปรับได้สบายๆเลยครับทั้งรอบทิศทางต่างๆในตัวเมนูครับ

SPEAKER 

ทางด้านระบบเสียงลำโพงในรุ่นนี้ใส่ลำโพงคู่มาให้ครับ อยู่ตรงฐานเครื่องยิงลงด้านล่าง ซ้ายขวา เสียงนั้นรองรับระบบเสียง DOLBY ปกติแน่นอนว่าความดังมันดังสะใจอยู่แล้วสบายๆครับ แต่เรื่องของมิติเสียงนั้นจุดนี้สำคัญเลยก็ทดสอบทั้งการฟังเพลง ดูหนังอะไรก็ใช้ได้เลยครับเสียงสามารถปรับรอบทิศทางได้และรู้สึกแตกต่างกันจริงๆ เบสมากำลังดี เสียงคนพูดจะเด่นหน่อยเวลา ดูหนัง ฟังเพลงเสียงร้องจะชัดครับ แต่ไม่ได้แหลมบาดหูอันนี้ชอบเลย แต่มิติเสียงในภาพรวมนั้นกลางๆไปทางดีครับ แต่ไม่ได้แน่นจัดเต็มอะไรแบบนั้นอยู่ในระดับที่ดูหนังสนุก ฟังเพลงสนุก

NETFLIX

ทางด้าน NETFLIX นั้นรองรับเต็มรูปแบบของแท้ๆเลยครับสามารถกดได้จากปุ่มบนรีโมท รวมถึงหน้าเมนูหลักก่อนเข้าไปในแอปนั้นจะมีแนะนำที่เราเคยดู หรือ ดูค้างไว้ได้อันนี้ชอบครับหน้าตาดูดีและสวย ส่วนทางด้านการรองรับเต็มรูปแบบ 4K HDR แต่ที่เราทดสอบนั้นใช้งาน wifi 2.4Ghz เลยอาจจะขับไม่ถึง 4K ครับแต่ถ้าสาย LAN นั้นมาเต็มแน่นอนถือว่าเป็นแอปที่ใส่เข้ามาและได้ใช้งานจริงที่สุดแล้ว สำหรับตัวผมเองเพราะสมัครแพ็คแบบสูงสุดไปคุ้มมากๆ

ตัวแอปเท่าที่ใช้งานมานั้นไม่เจอปัญหา ERROR อะไรแบบที่เคยเจอในค่ายอื่นๆเลยถือว่าเป็นข้อดีอีกตัวครับอาจจะด้วยระบบ Linux เองและการจูนของค่ายนี้ก็เป็นไปได้เช่นกันเพราะตัวแอปมันลื่นไหลและปรับอะไรได้ง่ายพอสมควรรวมถึงไม่ค่อนค้างและไม่เด้งเท่าไร เพราะ Android tv บางตัวนั้นจะเจอปัญหาเมื่อเล่นใช้งาน NETFLIX พอสมควรแต่ในรุ่นนี้เรากลับไม่เจออะไรแบบนั้นเลยครับและสามารถดูได้ HDR 4K อะไรได้เลยแต่น่าเสียดาย ตัวเครื่องไม่มี DOLBY ATMOS ไม่งั้นมันจะสุดกว่านี้เลยแหละครับ แก้ได้โดยจัด SoundBar เทพๆมาได้ใช้งานร่วมกันครบๆเลย

SCREEN MIRRORING 

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือตัว Screen Mirroring ของรุ่นนี้ที่สามารถใช้งานได้ง่ายครับเข้าแอปและสามารถเชื่อมต่อชื่อ Altron ได้เลยไม่ต้องลงแอปในมือถือให้ยุ่งยากครับอันนี้ก็ทำงานเหมือนรุ่นอื่นๆเลยนั้นเอง สามารถ CAST หน้าจอขึ้นไปได้เลยมีความหน่วงนิดหน่อยเป็นปกติครับ ส่วนมือถือที่รองรับ DESKTOP MODE เช่น HUAWEI – SAMSUNG DEX ก็สามารถใช้งานได้ปกติเลยเหมือนเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องนึงก็ต้องยกความดีให้กับแบรนด์เค้าเลยครับ ส่วนการเชื่อมต่อนั้นเสถียรพอสมควรแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ wifi ที่ใช้งานด้วยนะครับแต่ภาพที่ได้ก็คมชัดเลย

FILE  

ในแง่ของการเล่นไฟล์ที่เรามีในตัว EXT HDD หรือจะเป็น Flashdrive ทั้งหลายก็สามารถเล่นได้สบายๆครับโดยเมื่อเราเสียบไปแล้วมันจะเด้งขึ้นมาเลยว่าจะดูอะไรครับและเมื่อเข้าไปก็จะเป็นหน้าหลักแบบในภาพข้างบนเลยครับจะแยกเป็นหมวดๆเลยว่า วีดีโอ รูปภาพ เพลง หรือ ไฟล์ต่างๆก็จะเลือกเข้าไปได้ในแต่ละส่วนครับ รองรับการอ่านไฟล์ค่อนข้างครอบคลุมเลยนะในแง่ของวีดีโอ  รองรับไฟล์เพลง ประเภทMP3, WAV รองรับไฟล์วีดีโอ ประเภท AVI, MPEG, MPEG2, MP4, MKV, AVI, WMV, MOV, FLV รองรับไฟล์ภาพ JPEG, BMP, PNG รองรับไฟล์ทั่วไปได้ครับในส่วนนี้ ทั้งคลิป วีดีโอที่เราเคยถ่ายๆกันไว้ก็สามารถดูได้เลย ปรับภาพปรับเสียงอะไรได้ปกติครับผม ส่วนการเล่นไฟล์ภาพ วีดีโอนั้นไม่ค่อยเจอหน่วงเท่าไร แตกต่างกับรุ่นก่อนๆที่เมื่อเสียบไปแล้วจะเจออาการหน่วงเยอะมาก แต่พอมารุ่นนี้ไม่เจอแล้วครับในตัวไฟล์ขนาดใหญ่ก็สามารถรองรับได้ดีเลยและ 4K ก็สามารถเล่นได้สบายเลยครับ

PS4 PRO 

แน่นอนว่าหน้าจอ 4K ทั้งทีเราก็สามารถใช้งานให้มันเต็มที่มากขึ้นด้วยการเล่นเกมทั้งตัว PS4 PRO ที่รองรับ 4K ครับทำให้เราเล่นเกมได้สะใจและภาพคมชัดมากกว่าเดิมและตัวจอก็รองรับได้ดีครับทั้งความคมชัดและสีสันนั้นเหมาะสำหรับเล่นเกมเอาเรื่องเลยแหละ จากที่ลองค่อนข้างประทับใจครับและเล่นพวกเกม FPS ก็ลื่นไหลดีเหมือนกันครับและตัวไฟล์ที่ขับออกมานั้นเป็น 4K เลยทำให้มันได้ทำงานเต็มที่ของตัวหน้าจอ ถ้าใครมีหน้าจอ 4K ค่อนข้างแนะนำ

ALTRON LTV-6502 SmartTV 4K 65 นิ้ว

” ทีวีแบรนด์ไทย จัดเต็ม 4K รองรับ NETFLIX คุณภาพดีขึ้น ออกแบบสวย ไม่หน่วงแล้ว “

ทีวีแบรนด์ไทยแท้ๆก็ได้ลุยตลาดมาเรื่อยๆครับและมีการพัฒนาขึ้นแน่นอนจากรุ่นแรกที่เราเคยรีวิวไปต้องยอมรับว่าโอเคขึ้นมากเลยแต่ถ้าไปเทียบ อินเตอร์แบรนด์อาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้นแต่ก็ดีกว่าเดิมเยอะครับอันนี้ขอพูดตรงๆเลย ในตัวนี้ก็ยังคงทำได้ดีในแง่ของการรับประกัน ตัวงานออกแบบต่างๆรวมถึงระบบ ที่ลื่นไหลขึ้น รองรับ NETFLIX YOUTUBE  ได้ดีกว่าเดิม มีปุ่มในตัวเลยใช้งานง่ายและระบบไม่เอ๋อ ไม่รวนเลยครับ ส่วนในแง่ของหน้าจอนั้นมุมมองตรงๆทำได้ดีแต่มุมมองอื่นๆยังมีจุดแปลกๆอยู่บ้าง ส่วนทางด้านลำโพงดังสะใจดีครับ มิติกำลังดี และพอร์ตเชื่อมต่อค่อนข้างครบๆเพียงพอใช้งาน ราคานั้นอาจจะตั้งมาสูงไปหน่อยแต่ก็มีโปร มีราคาอะไรลงมาเรื่อยๆน่าสนใจครับ ถ้าอยากสนับสนุนแบรนด์ไทยก็แนะนำเลย และคุณภาพดีนะ ตัวเก่าที่ใช้อยู่ตอนครั้งแรกก็ยังไม่มีปัญหาเลยครับรุ่นนั้น

ข้อดี

  • ตัวงานออกแบบดีไซน์สวยขึ้น ขอบจอบางขึ้น
  • รองรับ NETFLIX YOUTUBE แบบเต็มรูปแบบ
  • CAST หน้าจอขึ้นไปได้ง่ายๆ รวมถึง YOUTUBE
  • เสียงลำโพงดังสะใจมาก
  • จอ 4K คมชัด แสงสีดีในมุมมองตรงๆ
  • ประกัน 3 ปีพร้อม อุบัติเหตุจอแตก ในปีแรก
  • รองรับภาษาไทย และ ระบบไม่หน่วงแล้ว
  • มีแอปให้ใช้งานค่อนข้างครอบคลุม  หน้าตา UI เรียบง่าย

ข้อสังเกต 

  • ไม่มีช่อง HDMI ในด้านข้างเลย
  • ลำโพงยังไม่มี Dolby Atmos
  • หน้าจอมองมุมอื่นยังมีแสงลอดนิดหน่อย

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Nineztr 

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments