MERCEDES-BENZ ตระกูล A หรือ A-Class ในไทยนั้นก็เริ่มเอาเข้ามาขายในก่อนหน้านี้จะเป็นตัวนำเข้า หรือว่าในรุ่นก่อนๆนั้นเราจะเห็นเป็น CLA นั้นเองในระดับเรทประมาณนี้ ส่วนในยุคใหม่นั้นจะปรับมาเป็น A-Class แทนในรุ่น A 200 ส่วน CLA นั้นจะเน้นไปทำ High Performance เช่น CLA35 ไปเลยนั้นเองทำคนละกลุ่มกันชัดเจนมากขึ้น ทำให้รถยนต์ใช้งานทั่วไปนั้นจะเป็น A-Class 200 รุ่นนี้แทนนั้นเองครับ ส่วนในครั้งนี้เป็นการประกอบในประเทศไทย ทำให้ทำราคาได้ดีมากขึ้น เริ่มต้น 1.99 ล้านบาท มาพร้อมกับรุ่นย่อย Progressive และ 2.15 ล้านบาทในรุ่นย่อย AMG Dynamic นั้นเอง และเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกันทั้งหมด แตกต่างกันในเรื่องตกแต่งต่างๆ แค่นั้น

EXTERIOR PROGRESSIVE 1.99 ล้านบาท

ในรุ่น PROGRESSIVE นั้นจะเป็นรุ่นเริ่มต้นทำราคาไม่ถึง 2 ล้านบาท ส่วนการตกแต่งนั้นจะแตกต่างกับ AMG ค่อนข้างเยอะ ทั้งภายนอกและภายในครับ ส่วนฟีเจอร์อะไรนั้นไม่ได้หนีกันมากนัก งานออกแบบทางด้าน Progressive นั้นจะเน้นเรียบๆไม่ได้หวือหวามากนัก แต่ได้ไฟหน้า ไฟท้ายอะไรนั้นเหมือนกับรุ่น AMG ทั้งหมด ส่วนชุดกันชน หน้าหลังนั้นจะมีความแตกต่างกันอยู่รวมถึงรอบคัน ทั้งล้อแม็กที่มีขนาดเล็กกว่า และภายในวัสดุ งานออกแบบเบาะนั้นแตกต่างกันด้วยเช่นกันรวมถึงตัวพวงมาลัยต่างๆและการตกแต่งสีสันทั้งหมดครับทางด้าน Progressive คันนี้

งานออกแบบภายนอกทั้งหมดในรุ่น Progressive นั้นจะไม่มีชุด AMG อะไรใส่เข้ามาทำให้ กันชนด้านหน้า ด้านหลัง และ ชายล่างตรงกลางนั้นเรียบๆไม่ได้มีเส้นสายหรือตกแต่งอะไรมากนัก และในส่วนของกระจังหน้าเช่นกันครับจะไม่มีการเล่น กระจังหน้า Diamond Grille สีเงิน พร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz อะไรใส่เข้ามา รวมถึงล้อนั้นจะเป็นขนาดเล็กกว่ามาพร้อม 10 ก้านปกติครับ ส่วนด้านหลังนั้นจะเป็นท่อหลอก 2 ข้างพร้อมกับตัดโครเมี่ยม ทั้งตัวท่อ และ เล่นเส้นสายตรงกลางนิดหน่อย ซึ่งจะเป็นจุดแตกต่างกับรุ่น AMG ด้วยเช่นกันครับ แต่ทางด้านไฟหน้าไฟท้าย รวมถึงส่วนอื่นๆนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากอีกรุ่น เพราะใช้งานหลายๆส่วนแบบเดียวกันทั้งหมดเลย

ชุดงานออกแบบด้านหน้าช่องดักลมอะไรต่างๆนั้นจะมีขนาดเล็กมาก และไม่ได้ดุดันเท่าไร พร้อมกับเป็นช่องทึบทั้งหมดครับ ส่วนกระจังด้านหน้ามีขนาดใหญ่โตเป็นขนาดเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันที่ การเล่นรายละเอียดภายในกระจังหน้าที่จะเป็นสีดำล้วนไม่ได้เล่นสีเงินแบบ Diamond Grille  นั้นเองแต่โลโก้อะไรนั้นยังคงใหญ่สะใจเช่นเดิมเลย พร้อมกับ ทางด้านล้อรุ่นนี้จะใช้งานล้อ 17 นิ้ว มาพร้อมกับลวดลายพื้นฐาน 10 ก้าน และ เบรกทั่วไปไม่ได้มีเขียนชื่อแบรนด์อะไรใส่เข้ามาครับ เรียกได้ว่าเน้นการขับขี่ทั่วไป ใช้งานพื้นฐานไม่ได้เน้นการแตกต่างสวยงามอะไรมากนัก

กระจกมองข้างมาพร้อมกับไฟเลี้ยวในตัว แต่ไม่มีกล้องรอบคันอะไรมาให้ครับ รูปทรงสวยงามโค้งมนตัดสีดำเข้ามาไฟท้ายนั้นจะใช้งานไฟท้ายตัวเดียวกันทั้งรุ่น AMG PROGRESSIVE งานออกแบบ รายละเอียดตัวโคมนั้นเหมือนกันทั้งหมด รวมถึงไฟหน้าด้วยเช่นกันครับ เส้นสายอะไรออกแบบสวยงาม พร้อมกับไฟ LED ทั้งหมด รวมถึงไฟหน้านั้นจะแตกต่างกับรุ่นนำเข้าคือไม่มีไฟสูงอัตโนมัติมาให้แล้ว เป็นไฟปกติครับ มาพร้อม LED DRL ทรงคุ้นเคยที่แอบคล้ายกับ CLS อย่างมาก และ ทางด้านรถ Sedan ของค่ายจะเป็นทรงเส้นเดียวที่จะแตกต่างกับ SUV ของค่ายครับ

INTERIOR PROGRESSIVE 1.99 ล้านบาท

ภายในทางด้าน PROGRESSIVE นั้นจะวางงานออกแบบอะไรนั้นเหมือนกัน แต่ในเรื่องของวัสดุ การตกแต่ง พวงมาลัย และหน้าจออะไรนั้นจะไม่เหมือนกับทาง AMG รวมถึงการเล่นแสงสีนั้นจะไม่ได้มีเยอะเท่ากับตัว AMG ด้วยครับรวมถึงตัวเบาะวัสดุหนังอะไรนั้นจะมีความแตกต่างกันด้วยเช่นกันเพราะทางด้าน Progressive จะเป็นหนัง Artico ล้วนเลย ไม่ได้มีแทรก DYNAMICA microfibre และไม่มีการเดินด้ายสีแดง รวมถึงเบาะเป็นทรงพื้นฐานครับ และพวงมาลัยนั้นไม่ได้มีการปาดขอบด้านล่างและการตกแต่งอะไรนั้นเป็นแบบพื้นฐานเรียบง่าย เน้นสีดำเข้ามามากขึ้น

ตัวเบาะภายในนั้นจะเป็นทรงมาตรฐานเป็นหนังสีดำล้วนทั้งหมด พร้อมกับปรับไฟฟ้าในตำแหน่งคนขับเท่านั้น ส่วนคนนั่งจะเป็นเบาะปรับมือนะครับ ทางด้านคนขับมีการปรับระยะที่รองขามาให้แบบปรับมือ พื้นที่ข้างในนั้นกำลังดีไม่ได้เล็กมากเกินไปและการออกแบบคอนโซลแบบนี้นั้นถือว่าทำให้รถโปร่งมากขึ้น ส่วนพื้นที่ด้านหลังในตัวขายไทยจริงๆนั้นจะไม่มีแอร์หลังมาให้นะครับ ส่วนไฟส่องเท้าอะไรนั้นมีมาให้ปกติ การเข้าออกด้านหลังแอบเล็กไปนิดหน่อยด้วยขนาดของตัวรถแบบนี้ และเป็นรถยนต์ Sedan อาจจะไม่ได้เหมาะกับผู้ใหญ่มากนักแต่ถ้าวัยรุ่นนั้นขึ้นลงไม่มีปัญหา ห้องสัมภาระคันนี้มาพร้อมกับ ขนาด ด้านท้าย 420 ลิตร ขนาดกำลังดี และมาพร้อมกับชุดปะยางให้มาด้วยครับ

พวงมาลัยการควบคุมนั้นจะเหมือนกันทั้ง 2 รุ่นแต่จะแตกต่างกันที่การตกแต่งวัสดุของตัวพวงมาลัยครับ ในรุ่น Progressive นั้นจะเป็นพวงมาลัยทรงปกติ มาพร้อมกับปุ่มควบคุมพื้นฐาน และตกแต่งวัสดุดำเงาซ้ายขวา จะไม่มีการเล่นสีเงินด้าน หรือ ปาดขอบอะไรรวมถึงไม่มีหนังเจาะรูใส่เข้ามาครับ จะเป็นทรงเดียวกับตระกูล Avantgarde ในหลายๆคันของค่ายนี้ ส่วนคอนโซลกลาง งานออกแบบเหมือนกันทั้งหมดในทั้ง 2 รุ่นนี้ แตกต่างกันแค่แสงสีเท่านั้น

EXTERIOR AMG DYNAMIC 2.15 ล้านบาท 

ทางด้านรุ่นท็อปสูงสุดของ A200 AMG DYNAMIC นั้นรุ่นนี้จะเป็นรุ่นประกอบในประเทศที่จะแตกต่างกับรุ่นที่เคยขายก่อนหน้าที่เป็นนำเข้า ทำให้มีราคาถูกลง จาก 2.49 เป็น 2.15 แต่ก็มีออฟชันที่แตกต่างกันอยู่เช่น มีการเพิ่ม ระบบกุญแจ KEYLESS-GO เปลี่ยนเป็นยางปกติ พร้อม ชุดปะยาง ใส่แอร์อัตโนมัติเข้ามา ตัดแอร์ด้านหลังออก และ เปลี่ยนไฟหน้าเป็นแบบปกติ ไม่มีระบบไฟสูง อัตโนมัติแล้วนั้นเอง ทำให้ราคาถูกกว่าเดิมประมาณ 340,000 บาท แต่งานออกแบบภายนอกภายในนั้นเหมือนกันทั้งหมด ทำให้ใครที่กำลังเล็งรุ่นนี้อยู่นั้นถือว่าเป็นราคาที่ทำได้ดี

งานออกแบบทั้งหมดนั้นเราจะเห็นว่าการตกแต่งทั้งหมด ในด้านหน้า หลัง ด้านข้างของตัวรถ รวมถึงตัวล้อนั้นมีความสวยงามและดุดันมากขึ้นทันทีเมื่อเป็นรุ่นย่อย AMG แบบนี้แต่ถ้ามองเทียบกับตัวนำเข้านั้นไม่มีความแตกต่างกันครับ สิ่งที่เราจะได้งานออกแบบแตกต่างกับตัว Progressive นั้นจะเป็น ลายกระจังหน้าแบบ  Diamond Grille สีเงิน พร้อมชุดกันชนหน้าแบบ AMG ที่มีการเล่นลวดลายช่องดักลมด้านข้าง และการตัดขอบโครเมี่ยมด้านล่างเข้ามา ส่วนในด้านหลังนั้นเราจะเห็นว่าไฟท้ายอะไรไม่แตกต่างกัน แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงชุดกันชนล่างที่ดูดุดันมากขึ้น ที่มีความโค้งขึ้นมาในส่วนโซนท่อไอเสียด้านหลัง พร้อมการเล่นโครเมี่ยมเสริมเข้ามาตามทรงของชายล่างสีดำ และมี ครีบรีดอากาศด้านหลังเข้ามาเสริมเป็นการตกแต่ง ส่วนท่อไอเสียนั้นเป็นแบบหลอกทั้งคู่ทรงเดียวกับ Progressive

ช่องดักลมด้านข้างงานออกแบบแบบเดียวกันกับ AMG Dynamic หลายๆรุ่นของค่ายนี้พร้อมกับการเล่นโครเมี่ยมส่วนด้านล่าง และกระจังหน้าที่มีการเล่นโครเมี่ยมเข้ามาเป็นกระจังหน้าแบบ  Diamond Grille สีเงินทำให้สวยและสะท้อนแสงสวยงามโดดเด่นมากขึ้น ส่วนล้อคันนี้มาพร้อมกับลวดลาย AMG 5 ก้านสวยงามพร้อมกับขนาดที่ใหญ่มากขึ้นเป็น 18 นิ้ว และตัวเบรกนั้นมีการเขียน Mercedes-Benz เข้ามาและจะเห็นช่องระบายด้านข้างเข้ามาตรงกันชนครับ และตัวล้อนั้นจะหุ้มด้วยยางขนาด ขนาด 225/45 R18 ครับ เพราะถ้าเป็น Pregressive จะเป็น17 นิ้ว

ชุดชายกันชนล่างในด้านหลังนั้นเราจะเห็นว่าท่อไอเสียทรงสวยงามแต่เป็นการตกแต่งนะครับและมีการเล่นโครเมี่ยมรอบปลายท่อ และตรงกลาง พร้อมกับเส้นสายสีดำที่เสริมเข้ามาเป็นชุดชายล่างคันนี้จะมีการเล่นขอบล่างขึ้นมา และครีบรีดอากาศเสริมเข้ามาส่วนด้านล่าง และช่องระบายลมจากทางล้อขึ้นมา ทำให้ตัวรถนั้นดูสปอร์ตมากขึ้นจากเดิม ส่วนทางด้านไฟหน้าไฟท้ายนั้นจะเป็นแบบเดียวกันไม่มีอะไรแตกต่างกับรุ่นพื้นฐาน Progressive ทั้งไฟและเส้นสาย

INTERIOR AMG DYNAMIC 2.15 ล้านบาท 

งานออกแบบภายในนั้นเมื่อเทียบกับ Progressive จะเห็นว่าวัสดุตัวเบาะ พวงมาลัยและแสงสีรวมถึงวัสดุขอบประตูต่างๆนั้นจะมีความแตกต่างกันมากขึ้นรวมถึงตัวเบาะนั้นมีทรงสปอร์ตเข้ามาและเล่นกับด้ายสีแดงเสริมเข้ามาช่วย ส่วนการวางตำแหน่ง Layout และ การควบคุมทั้งหมดนั้นเหมือนกับทางรุ่น Progressive ทั้งหมด รวมถึงตัวเบาะไฟฟ้ามีมาให้แค่ด้านคนขับเหมือนกันครับ และ ฟีเจอร์หรือฟังก์ชันทั้งหมดให้มาเหมือนกันรวมถึง หน้าจอ และ การถอยจอดอัตโนมัติก็ใส่เข้ามาให้เหมือนกันทั้งหมดเลยนั้นเอง ส่วนตำแหน่งการนั่งนั้นเหมือนกันกับรุ่นพื้นฐานทั้งหมดเลยครับ

ทางด้านเบาะพื้นที่ขึ้นลงนั้นจะเหมือนกับทาง Progressive แต่ที่แตกต่างแบบชัดเจนนั้นจะเป็นวัสดุแผงประตู วัสดุเบาะทั้งหมดครับ รวมถึงการตกแต่งที่คล้ายกับอลูมิเนียมปัดด้านเสริมเข้ามาตรงแผงประตู และแสงสีแยกโซนได้สวยงามมากกว่า ส่วนพื้นที่ด้านหลังก็กว้างขวางเท่ากันกำลังดีพร้อมกับไฟ Ambient ใส่เข้ามาให้ทั้งหมดครับ แต่ตัวเบาะทั้งด้านหน้าและด้านหลังนั้นเราจะเห็นว่า เป็นวัสดุหนัง ARTICO สลับ DYNAMICA microfibre สีดำ ตกแต่งด้วยตะเข็บด้ายสีแดง และรูปทรงในด้านหน้านั้นจะเป็นทรง สปอร์ตสวยงามมากขึ้นครับ และปรับที่รองขาได้เหมือนกัน

พวงมาลัยในรุ่น AMG Dynamic นั้นจะเป็นทรงสปอร์ต ปาดขอบด้านล่างพร้อมกับ พวงมาลัยหุ้มด้วยหนัง Nappa และเล่นลวดลายสีเงินปัดด้านแทนที่สีดำเงาครับ  หน้าปัดนั้นมาพร้อมกับมาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 10.25 นิ้ว แนวยาวไปจนถึงจอกลาง พร้อมกับงานออกแบบช่องแอร์ที่มาพร้อมแสงสี และ หน้าจอกลางพร้อมระบบสัมผัส Multimedia MBUX รองรับการใช้งาน Apple CarPlay / Android Auto ครบ และหน้าปัดแบบ Digital ทั้งหมดสามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาหรือโหมดการขับขี่ได้  ECO Normal Sport Sport+ และ Individual ส่วนวัสดุอื่นๆของแผงประตูเป็นแบบ DYNAMICA Microfibre  เช่นกันครับดูคล้ายกับหนังกลับสวยงาม พรีเมี่ยมอย่างมาก และ มีการเล่นตัดกับ ลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ และ โครเมี่ยมปัดด้านสวยงาม และ เดินด้ายสีแดง พร้อมกับ Ambient light รอบคัน รวมถึงตรงแผงประตู และเส้นสายส่วนหน้า

สำหรับช่องเสียบสายเชื่อมต่อนั้นจะเป็น USB-C แล้วนะครับ ส่วนพื้นที่นั่งภายในในด้านหน้าถ้ามองเทียบกับ GLA นั้นจะมีความแตกต่างกันชัดเจนมากๆ ทางด้าน A-Class นั้นแน่นอนว่าด้วยรูปทรงอะไรนั้นจะเล็กกว่าและหลังคาเตี้ยกว่าทำให้พื้นที่ Headroom มีประมาณ 1 กำปั้น ส่วนคอนโซลกลางนั้นไม่ได้เบียดเข่าอะไรครับ ถือว่ากำลังดี ส่วนมุมมองนั้นคล้ายและใกล้เคียงกับรุ่นเดิม แต่รูปสึกว่าตรงคอนโซลนั้นโปร่งโล่งมากขึ้น ส่วนที่นั่งในด้านหลังนั้นเราจะเห็นว่ามีขนาดเล็กพอสมควรเท่าที่นั่งจริงๆนั้นพื้นที่ขาและศรีษะค่อนข้างจำกัดสำหรับคนสูง 180 ครับ แต่ทางรุ่นนี้ใส่ที่วางแขนเข้ามาให้ พร้อมกับที่วางแก้วน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ดีกว่า GLA เพราะในรุ่นนั้นไม่มีที่วางแขนใส่เข้ามา แต่ถ้ามองในเรื่องของพื้นที่นั่งนั้น A-Class จะเล็กกว่ามากครับ นั่งได้ 2 คนกำลังดี และไม่มีแอร์หลังใส่เข้ามาให้ครับในรุ่นนี้

ทางด้านเครื่องยนต์ใช้งานเครื่องตัวเดียวกันกับ A200 รุ่นอื่นๆมาพร้อมกับ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง รหัส M282 ขนาด 1.3 ลิตร 1,332 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 72.2 x 81.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.6 : 1 กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620 – 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ Dual Clutch 7G-DCT 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า สามารถทำความเร็วสูงสุด 210 km/h และ สามารถทำ 0-100 ได้ภายใน 8.1 วินาที ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ประมาณ 19 กิโลต่อลิตร ถือว่าสเปกเครื่องตัวนี้ทำออกมาได้น่าประทับใจพอสมควร รวมถึงการกินน้ำมันนั้นสบายๆในการใช้งานในเมืองทั่วไปครับ

ส่วนระบบความปลอดภัยที่ใส่เข้ามาให้นั้นเพียงพอต่อการใช้งานทั้ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS / โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP / ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติแบบแอคทีฟ Active Brake Assist / ระบบเบรกมือไฟฟ้า ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD / ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA / ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA / ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน Adaptive Brake Light /ระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control / ระบบจำกัดความเร็ว Speedtronic / ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist / ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง / ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง / ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง /ถุงลมนิรภัยหัวเข่า 1 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่ / กล้องมองภาพขณะถอยจอด แต่ไม่มีกล้องรอบคันมาให้

PRICE MERCEDES A200 PROGRESSIVE 1.99 – AMG 2.15

MERCEDES A200 PROGRESSVIE, AMG DYNAMIC 

เมื่อ Mercedes ทำราคา 1.99 ล้านบาทเรียกได้ว่าเป็นกระแสพอสมควรในแง่ของการใช้งานทั่วไปพร้อมกับได้ขับรถยนต์ยุโรปที่เราไว้ใจได้เรื่องของการขับขี่ เครื่องยนต์ ช่วงล่างต่างๆถือว่าไม่ผิดหวังแน่ๆสำหรับค่ายนี้ แต่ถ้ามองเทียบกับขนาดของตัวรถยนต์นั้นก็อาจจะเป็นจุดตัดสินใจได้ในเรทราคานี้ถ้าเน้นนั่งหลายคน พาพ่อแม่ไปนั่งอะไรอาจจะไม่สบายเท่าไรนัก แต่ถ้ามองสำหรับวัยรุ่นขับคนเดียวต่างๆนั้นรุ่นนี้สำหรับเรทราคานี้บอกเลยว่าจับต้องได้ง่ายขึ้นอย่างมากและการขับขี่ในเมืองนั้นสะดวกคล่องตัวและเครื่องยนต์ใหม่นั้นตอบสนองได้ดีในความเร็ว 0-100 8.1วิ สบายๆในการขับขี่ทั่วไปครับ และการตกแต่งก็พอรับได้ในรุ่นเริ่มต้นเน้นใช้งานหรือเอาไปแต่งต่อได้ง่ายครับ แต่ถ้าสวยจบนั้นในรุ่น AMG Dynamic นั้นเหลือเฟือในการใช้งานแบบไม่ต้องเอาไปทำต่อทั้งภายนอกและภายในครับ

สำหรับพรีวิวนี้เป็นการทำบทความเกี่ยวกับรถยนต์ หรือ สายยานยนต์ของเรา และถ้าหาก มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ มีข้อเสนอแนะ หรือข้อนำแนะอะไร ยังไงสามารถแจ้งเราได้เสมอเพื่อการปรับปรุงที่ดีขึ้นครับ เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรถรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ จะพยายามจัดหามาให้อ่านกันเยอะๆ ขึ้นเรื่อยๆ ครับ … สำหรับ Techhangout Auto !

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

0SHARES
0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments