ALMERA นั้นต้องบอกว่าเป็นชื่อที่หลายๆคนน่าจะคุ้นเคยรู้จักกันดีเลยแหละ เพราะมันเป็นช่วงยุคแรกๆที่ Eco Car รอบแรกเข้ามาในไทยต่อจาก Nissan March นั้นเองและได้รับความนิยมอย่างมากในแง่ของราคา กับพื้นที่กว้างขวางที่ได้ และทำยอดได้ดีอันดับต้นๆของโลกไปเลยในประเทศไทย แน่นอนว่าด้วยราคาความคุ้มค่าเราต้องยอมรับว่ามันเป็นรุ่นที่ขายดีมากๆรุ่นนึงเลยครับ แต่ว่าด้วยระยะเวลาผ่านไปก็ตามอายุตลาด ของมันย่อมมีของใหม่มาแทนและทำไมถึงเรียกได้ว่าการกลับมา เพราะว่า Nissan ในไทยยุคหลังๆนี่ต้องบอกว่าเงียบเหงามากๆ ทั้งยอดขายรุ่นใหม่ๆรวมถึง สินค้าที่น่าสนใจนั้นมาน้อยมากๆเลย จนมาถึงวันนี้ที่ Nissan Almera เปิดตัวรุ่นใหม่ พัฒนาในไทยเป็นฐานหลัก และ ได้จัดเต็มออพชั่น ราคา รูปร่างใหม่หมดรวมถึงการขับขี่ที่ดีกว่าเดิมแบบ หลังมือหน้ามือเลย เพราะในรุ่นก่อนนั้นขับขี่อาจจะไม่ได้โหดอะไรมาก แต่มารุ่นนี้เค้าใส่ใจพัฒนา เครื่องยนต์ใหม่ ช่วงล่างใหม่ทั้งหมด จนได้ Nissan Almera 1.0L Turbo เครื่องใหม่ แรงขึ้นประหยัดขึ้น ทำให้น่าสนใจขึ้นเยอะพอสมควรเลยครับ

Nissan Almera 1.0L Turbo ในครั้งนี้เปิดตัวในไทยไปไม่นานครับ และเริ่มส่งมอบรถยนต์กันแล้ว โดยในครั้งนี้ทาง Nissan ได้เปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างรวมถึงแนวคิดการพัฒนาที่เอาใจวัยรุ่น สปอร์ตทันสมัยมากกว่าตัวเดิม อีกทั้งยังคงเอกลักษณ์ความกว้างใหญ่ได้ด้วยขนาดของรถยนต์ ใหญ่กว่าเดิมทั้งหมด แต่ยกเว้นความสูง นะครับที่จะเตี้ยกว่าเดิม แต่จะมีผลในการนั่งไหมเอาจริงๆนิดหน่อยเพราะถ้าสูง 180 นั้นพอดีหัวเลยครับ ส่วนงานออกแบบทั้งหน้าและหลังดีไซน์สวยงามใช้กระจังหน้าแบบ  V-Motion พร้อมไฟ LED แต่ DRL นั้นถูกปิดไว้ แต่มีหลอดพร้อมแค่สั่งงานเปิดในระบบแค่นั้น ก็งงเหมือนกันครับ แต่สามารถคุยกับศูนย์แต่ละที่ได้ในเรื่องนี้เพราะตัวโคมมันมีมาให้พร้อมแล้ว ส่วนไฟ ตัดหมอกอะไรเป็น LED ทั้งหมด และไฟท้ายก็สวยงามเป็นเส้นทรงเดียวกับรุ่นใหม่ๆของค่ายนี้ครับ เส้นสายรถในภาพรวมนั้นดูสวยดูดี และดูเป็น nissan ที่ควรจะเป็นมานานแล้ว การออกแบบยุคใหม่ต้องชื่นชมว่าสวย ส่วนออพชั่นภายในนั้นในรุ่น VL รุ่นสูงสุดยังเป็นเบาะผ้า พร้อมกับล้อ 15 นิ้วรวมถึง สีส้มใหม่กับสีเทาแบบเดียวกับ GTR ก็ใส่เข้ามาให้ในรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นการกลับมาที่จัดเต็มทั้งงานออกแบบ ราคา และ การขับขี่ของจริง

ENGINE 

ในด้านเครื่องยนต์กันก่อนเลยเป็นจุดที่น่าสนใจเลย เพราะว่าเครื่องยนต์เทอร์โบพร้อมกับการปรับแต่งที่จัดว่าดีเลยเครื่อง HR10DET ที่นำมาปรับนิดหน่อยเพื่อที่จะผ่าน Eco Car PHASE 2 บ้านเราได้ในการปล่อยมลภาวะต่างๆและเป็นเหตุผลที่มี DRL ต้องปิดไปเผื่อผ่านเกณฑ์การทดสอบบางอย่างในเรื่องนี้ครับ สำหรับตัวเครื่องนั้นจะเป็น เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 999 ซี.ซี. ขนาดปากกระบอกสูบ x ช่วงชัก เท่ากับ 72.2 x 81.3 มิลลิเมตร กำลังอัด 9.5 : 1 Port Injection พร้อมระบบแปรผันวาล์ว  VTC + ระบบอัดอากาศ Turbocharger สำหรับตัวเครื่องนั้นมีกำลังสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400 – 4,000 รอบ/นาที ใช้งานน้ำมัน E20 ได้ พร้อมกับปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 100 กรัม/กิโลเมตร Euro 5 ส่วนทางด้านน้ำมันเครื่องนั้น ใช้งานตัว 0W-20 เซอร์วิสทุกๆ 7,000 กิโลเมตร ครับ ก็ในภาพรวมนั้นถือว่าเป็นเครื่องเทอร์โบพื้นฐานครับ อาจจะไม่ได้มีการยัดเทคโนโลยีอะไรเข้ามามากแต่จุดนี้ทำให้มันคุมต้นทุนได้เยอะและราคาดี

ทางด้านเกียร์นั้นยังใช้งาน CVT และมีการให้ปุ่ม Sport ตรงเกียร์เข้ามาด้วยครับ แน่นอนว่าถ้าใครที่ชอบความเร็วแรง ตัว Almera นั้นคงไม่ได้หวือหวาเท่า City แต่ถ้าใช้งานทั่วไปต้องบอกว่ามันเหลือๆแล้วและ Sportmode ก็ช่วยได้นิดหน่อยให้การขับขี่นั้นทันใจขึ้นแต่ก็ไม่ได้ดึงเวอร์มากครับ จากที่ลองนั้นถือว่าตอบสนองในความเร็วสูงได้ดีเลยทั้งเกียร์และเครื่องยนต์ แต่รอบเดินเบามันยังสั่นแบบรู้สึกได้ชัดเจนมากๆในจุดนี้ รวมถึงความหน่วงช่วงความเร็วต่ำยังไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนัก แต่ในภาพรวมก็ประทับใจทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่างที่เซ็ทมารับกับเครื่องได้ดี และขับได้ง่ายสบายทั่วไปใช้งานสบายครับ รวมถึงประหยัดน้ำมันพอสมควรเลยในการใช้งาน แต่ห้องเครื่องแอบเห็นสายไฟเปลือยในหลายๆจุด ลองดูจากในภาพได้นะมีในหลายๆจุดจริงๆครับคือสายเปลือยๆเลย เก็บงานได้ไม่ดีเท่าไรนัก

EXTERIOR

งานออกแบบทั้งหมดต้องบอกว่าเป็นยุคที่งานออกแบบค่ายนี้ทำได้ลงตัว และสวยงามกว่าทุกยุคก็ไม่เวอร์เกินไปครับทั้งกระจังหน้า รูปทรงที่ดูดีขึ้น เตี้ยแบนกว่าเดิมและมีการออกแบบเส้นสายหลังคาอะไรทั้งหมดนั้นดูดีจริงๆ ไฟหน้าแบบใหม่พร้อม DRL และไฟท้ายแบบ บูมเมอแรงที่นิยมกันมาในรุ่นก่อนๆครับ แต่ล้อในรุ่นนี้รุ่นท็อปก็จะเป็นแค่ 15 นิ้วเท่านั้น แต่ใส่ยางที่เต็ม 195/65/15 เข้ามาน่าเสียดายไม่มีล้อ 17 นิ้วเข้ามาครับ  ส่วนสีรุ่นนี้ มีสีเด่นๆคือสีส้ม และสีเทา ซึ่งเป็นโทนสีแบบเดียวกับ Nissan GTR เลยนั้นเอง ดีไซน์ในภาพรวมต้องบอกว่ามันดูดี ดู Global มากกว่าเน้นขายแค่ เอเซียครับทำให้หลายๆคนนั้นค่อนข้างชอบในรุ่นนี้กัน และเอาไปแต่งต่อได้สวยและหลากหลายอย่างมาก

ไฟหน้าในรุ่นตัว V-VL จะเป็นแบบในภาพเลยครับคือ LED ทั้งหมดในส่วนของไฟใหญ่ ไฟสูงพวกนี้รวมถึงตัดหมอก แต่ที่ขัดใจจริงๆคือตัว LED DRL ของตัวไฟหน้านั้นในไทย ไม่มี แต่มันมีหลอดมีอะไรพร้อมแต่โดนปิดไว้ครับ แน่นอนว่าเป็นอะไรที่น่าแปลกใจจริงๆ แต่สามารถให้ศูนย์เปิดให้ได้ ส่วนเรื่องประกันต้องไปคุยกันเอาเองครับ การปิดไฟทำให้มัน ผ่านมลภาวะ CO2 ไม่เกิน 100 กรัม/กิโลเมตร ซึ่งถ้าเปิดมันก็ได้แต่มันจะอยู่ในช่วงที่เกือบจะไม่ผ่านหรือไม่ใช่ Safe Zone เท่าไรครับทาง Nissan จึงเลือกที่จะปิดไปดีกว่า  ทางด้านท้ายรถก็เป็นไฟ LED ทั้งตัวไฟหรี่แบบในภาพที่เป็น บูมเมอแรง และไฟเบรคครับ ส่วนไฟถอยไฟเลี้ยวนั้นปกติหลอดไฟไส้ แน่นอนว่าเส้นสายในภาพรวมด้านหน้าคือลงตัวที่สุดแล้วในบรรดา Eco Car ทั้งหมดแต่มองด้านหลังผสมกันทั้งคันยังมีพวกเส้นสายที่แอบแปลกๆอยู่บ้างครับ แต่การออกแบบตรงหลังคาก็มีการเล่นสีดำทำให้มันเหมือนหลังคาลอยได้เข้ามา แต่ถ้าทำหลังคาดำไปทั้งหมด มองไกลๆคิดว่า Nissan Leaf ได้เลยนะเพราะดีไซน์ด้านหน้านั้นยกมาได้เลยแหละ ถือว่าถ้าเทียบกับรุ่นก่อนดีไซน์มันคนละชั้นกันเลย รุ่นใหม่ดีกว่าเยอะครับและลงตัวขึ้นมาก แต่ช่วงไฟท้ายด้านหลังอาจจะดูเส้นสายยังไม่ลงตัวเท่าไรนัก

ไฟเส้นสายด้านหน้าและด้านหลังที่เป็นแนวบูมเมอแรงเวลากลางคืนสวยใช้ได้เลย ทางด้านไฟหน้านั้นจะเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ทั้งตัวไฟสูง ไฟใหญ่ และ ไฟตัดหมอกด้านล่างครับ ตัวหลอดไฟนั้นใช้ส่องแสงแบบ Reflect เป็นช่องแนวทางเดียวกับ Honda รุ่นใหม่ รวมถึง Mercedes ในรุ่นธรรมดาครับ จะไม่ได้ใช้เลนส์ Projector แล้วในหลายๆรุ่นที่ออกมา ส่วนทางด้านไฟเลี้ยวนั้นเป็นหลอดไส้ปกติที่มุมขวา ในด้านหลังนั้นโซนไฟทั้งหมดจะอยู่ตรงตัวถัง คือไฟเลี้ยว ไฟถอย และไฟเบรค ส่วนไฟหรี่ที่เป็นเส้นนั้นจะลากยาวไปถึงกระโปรงพร้อมทรงบูมเมอแรง แต่ในส่วนของกระโปรงนั้นจะติดแค่นั้นครับไม่ได้มีไฟเบรค หรือ ไฟตัดหมอกด้านหลังอะไรมาให้พร้อมบอกชื่อรุ่นในด้านขวา

INTERIOR

ภายในนั้นถือว่าเป็นการออกแบบที่ดูดี ดูแพงและสวยไปในตัวรวมถึงการใช้วัสดุของตัวภายในทั้งหมดมีการบุนุ่มมาให้บางส่วนครับตรงที่สัมผัสบ่อยๆการจัดวาง Layout อะไรสวยงามและดูเรียบง่ายแบบที่ควรจะเป็นครับไม่แปลกใจที่หลายคนนั้นจะชอบกันในการออกแบบแบบนี้ ส่วนในการใช้งานจริงๆก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด ทั้งการควบคุมปุ่มต่างๆและยังได้หน้าจอ 8 นิ้วที่มีดีไซน์ดูดีและตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีมากๆครับ ดีไซน์คนละโลกกับรุ่นก่อนหน้าเลยจริงๆ อีกทั้งปุ่มบนพวงมาลัย ดีไซน์พวงมาลัยที่คุ้นเคยกันในหลายๆรุ่นพร้อมปุ่มควบคุม รวมถึง หน้าจอ เรือนไมล์ที่เป็นดิจิตอลลงตัวมากๆและมีกระจกแต่งหน้ามาให้ทั้งด้วย ดีไซน์ภายในมีการใช้งานโทนสีขาวดำ ดูมีลูเล่นพอสมควรครับ บุนุ่มมานิดหน่อยแต่วัสดุสีดำส่วนใหญ่ยังเป็นพลาสติกแข็ง แน่นอนว่าตามงบครับ พวงมาลัยหนังเป็นหนังที่แข็งพอสมควรคือไม่ได้มีความรู้สึกว่าเป็นหนังเท่าไรจุดนี้ขอบ่นนิดนึงครับทั้งๆที่เป็นหนังจริงๆน่าจะนุ่มกว่านี้ ส่วนช่องอะไรต่างๆมีมาให้วางของนิดหน่อย แต่พวกการจัดวางอะไรแบบนี้ ยังคงสู้ค่าย H ไม่ได้ครับเจ้านั้นช่อง อะไรเยอะแยะมาก แต่ดีไซน์ค่อนข้างธรรมดา จุดนี้ก็ต้องยอม Nissan เลยว่าดีไซน์มาดูดีมากๆ

 

ทางด้านคอนโซลตรงกลางนั้นจะแบ่งเป็น 2 ชุดหลักๆคือส่วนหน้าจอและส่วนควบคุมแอร์ครับแค่นั้นเลย ส่วนทางด้าน Start Button นั้นจะอยู่ข้างๆเกียร์ครับ ย้ายจากข้างๆพวงมาลัยมาตรงนี้ก็กดง่ายพอสมควรนะ แต่เสี่ยงต่อมีเด็กๆมากดได้มากกว่าเดิมครับ ส่วนตัวเกียร์ก็มีปุ่ม Sport มาให้ด้านหลังซ่อนเนียนมาก หาตั้งนาน และทรงคันเกียร์สวยและดูดีเอาเรื่องเลยแหละ วัสดุสีดำเงาผสมกับสีเงินได้ลงตัวครับ  เมื่อมองขึ้นมาเป็นช่องสำหรับเก็บของพร้อมกับ USB 1 ตำแหน่งและเข้าใช้งาน Apple Carplay ได้เลยครับสะดวกมากๆ ส่วนอีกช่องนั้นจะซ่อนอยู่ในที่ท้าวแขนครับสำหรับชาร์จไฟเท่านั้นแน่นอนว่าพอดีๆสำหรับ 2 ช่อง และที่ท้าวแขนด้านหลังมีอีก 1 ช่องสำหรับผู้โดยสารข้างหลังครับ ส่วนที่วางแก้วน้ำก็มีมาให้เช่นกันตรงเบรคมือ ส่วนคอนโซลกลางนั้นแอบสูงมากๆจนเบียดเข่าพอสมควร

 

ชุดเครื่องเสียงนั้นต้องบอกว่าหน้าตาดูดีเอาเรื่อง ระบบสัมผัส 8 นิ้วพร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Carplay และใช้งานได้หลากหลายครับ ระบบเสียงมีมิติใช้ได้เลยไม่แย่ครับสำหรับเครื่องเสียงตัวนี้ การใช้งานตอบสนองได้ไวดีไม่หน่วง และที่ชอบคือกล้อง 360 องศามาอยู่ในจอนี้ มองได้ง่ายขึ้นเยอะและชัดเจนขึ้นสามารถกดเปลี่ยนมุมมองอะไรได้ แต่ยังไม่รองรับ Android Auto นะครับ และไม่มีพวกระบบเชื่อมต่อมือถือ หรือสั่งสตาร์ทรถยนต์อะไรใส่เข้ามาสำหรับค่ายนี้ ส่วนแอร์นั้นจะไม่มี ฮีทเตอร์นะครับ และเป็นแอร์ออโต้ด้วยใช้งานไม่ยากและดีไซน์ออกมาดูดีพอสมควร ส่วนทางด้านหน้าจอบนเรือนไมล์ก็จะแสดงพวกเพลง ระยะทาง ระบบช่วยเหลือ รวมถึงการขับขี่ข้อมูลต่างๆของตัวรถยนต์ได้ครับ ส่วนที่ชอบในรุ่นนี้น่าจะเป็นพวกเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ใส่เข้ามาครับทั้ง เตือนจุดบอด กล้องรอบคัน เบรคอัตโนมัติที่ใส่เข้ามาเกินหน้าเกินตาเพื่อนๆอย่างมากเลย รวมถึง ถุงลม 6 ใบ และเตือนรถตัดมาข้างหลังเวลาถอย

ภายในนั้นมีความกว้างกว่าเดิมครับเข้าออกได้สบายแบบเดิมไม่มีจุดติอะไรในส่วนนี้ กุญแจรุ่นนี้ยังคงเป็นดีไซน์เดิมตั้งแต่ March ยัน GTR ครับยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยรองรับระบบ Smartkey ที่กดปุ่มบนตัวรถเวลาจะล็อกหรือปลดล็อกครับ ส่วนตัวเบาะนั้นเป็นแบบเบาะผ้าทั้งหมดเล่นกับสีขาวนิดหน่อยครับ ตัวเบาะหน้ากันก่อนเลยเบาะนั้นไม่มีไฟฟ้าอะไรมาให้นะครับ รวมถึงในเบาะคนขับสามารถยกเบาะขึ้นมาได้ด้วยแบบคันโยกครับ ส่วนตัวเบาะหน้านั้นกระชับดี ตำแหน่งกำลังดี แต่ไม่ชอบตรงที่ปีกเบาะค่อนข้างดันด้านข้าง และตัวเบาะแอบเล็กเลยทำให้นั่งไม่สบายเท่าไรนักครับ ดูบีบทั้ง 2 ข้างมากไปหน่อย แต่ทรงเบาะมันไม่ได้ แต่ก็ไม่ถึงขนาดแย่ครับ ความนุ่มกำลังดี ฟองน้ำอะไรต่างๆส่วนพนักพิงแอบดันๆเล็กน้อยแน่นอนว่ารวมๆนั้นเบาะนั่งสบาย แต่แอบบีบไปนิดหน่อยครับ ส่วนพื้นที่จริงๆคอนโซลนั้นแอบเบียดเข้ามาเยอะเกินและสูงเลยดูอึดอัด รวมถึงแผงประตูที่มีที่วางแขนที่ใหญ่ไปนิดหน่อย ส่วนพวงมาลัยตำแหน่งสามารถปรับได้ 4 ทิศทางปกติครับและเซ็ทมาค่อนข้างดีเวลานั่งขับถนัดพอสมควรเลย เข็มขัดไม่สามารถปรับได้นะ ส่วนด้านหลังเมื่อลองไปนั่งแล้วก็ถือว่ามีที่วางขากว้างเหมือนเดิมครับ แต่หลังคาผมสูง 180 กำลังพอดีแบบเฉียดๆหัว ส่วนที่วางแขนอะไรตำแหน่งกำลังดี แต่เสียดายเบาะตรงกลางไม่มีที่วางแขนให้ครับ เบาะรองนั่งในด้านหลังนั้นสั้นไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดสามารถนั่งระยะทางยาวๆได้อยู่ครับ และมีความนิ่มโอบกำลังดี แต่ legroom เอาจริงๆนั้นอาจจะไม่ได้กว้างที่สุดครับเพราะตัว City ที่เคยลองนั้นเหมือนจะโล่งกว่านิดๆ

ลองดูระยะของที่นั่งเทียบกับผมเองสูง 180 ครับด้านหลังกำลังดีไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็ไม่ได้แคบครับอยุ่ในระดับกลางๆนั่งได้สบายไม่ติดปัญหาอะไร แต่ด้านหน้าเนี่ยแหละที่เจอทั้งคนขับและนั่งข้างหน้าคือเจ้าตัวคอนโซลตรงกลางที่เบียดเข่าแบบรถยุโรป แต่ด้วยขนาดที่เล็กกว่าเลยทำให้มันดูอึดอัด และเมื่อเวลานั่งขับจะไม่ค่อยมีที่เอียงเข่าออกมาเท่าไรครับ รวมถึงตรงแผงประตูนั้นจะเห็นว่ามันกินพื้นที่เข้ามาเยอะพอสมควรเลย ตรงที่วางแขนแอบใหญ่ไปนิดหน่อย แต่ระยะลึกยืดขานั้นกำลังดีครับนั่งได้สบายอยู่แต่แค่เอียงขาออกไปข้างได้ค่อนข้างน้อยเลยอาจจะไม่ถนัดสำหรับคนอื่น

ส่วนของฝาท้ายนั้นมีการบุมาให้ครึ่งนึงตามภาพด้านบนครับนิดหน่อยไม่ได้บุเต็มทั้งหมด ตัวฝาท้ายสามารถเปิดได้กว้างพอสมควรครับ สามารถเปิดได้ทั้งจากรีโมท หรือ ในรถและด้านท้ายครับ ในส่วนของความจุดูใหญ่สะใจมากๆแต่ไม่มียางอะไหล่แล้วนะครับในรุ่น V-VL แต่รุ่นล่างยังมีมาให้อยู่ และวัสดุปิดข้างในนั้นเป็นพิวเจอร์บอร์ดสีดำทั้งหมด ทั้งปิดตรงพื้นประโปรงหลัง และ ตรงด้านในที่ปิดหลังเบาะครับ เลย น่าจะเป็นปกติไปแล้วสำหรับรถในเรทราคาแบบนี้ในบางยี่ห้อครับ ส่วนการเก็บสายอะไรตรงขาฝากระโปรงนั้นก็เรียบร้อยดีครับ

TEST DRIVE @ PHUKET 

การทดลองขับนั้นในครั้งนี้เราไปลองกันถึงภูเก็ตเลย ประมาณ 250 กิโลเมตร ในการทดสอบทั้งหมดครับจริงๆเป็นเส้นที่ขับรถได้สนุกมากเลยแหละทั้งมีระยะทางยิงยาวๆรวมถึงขึ้นลงเขาแบบสนุกๆแต่ไม่ได้ชันมากแน่นอนว่าทดสอบกันเต็มที่ขับแบบ ไหนก็ได้ ไม่ได้เป็นขบวนครับทำให้เราได้ทดสอบแบบจัดเต็มจริงๆ และถนนทำใหม่เรียบนิ่งมากๆครับ แต่ก็มีเส้นทางที่ถนนแย่ๆผสมกันไปทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ทั้งหมดเลยว่าเก็บเสียง ช่วงล่างเป็นยังไงกันบ้างครับ และอัตราเร่งจะเป็นยังไงเพราะเร่งไปสูงๆที่ 180 ก็สามารถทำได้เลยครับในการทดสอบขับขี่ครั้งนี้

ในการขับขี่ทั่วไปนั้นต้องบอกว่าครั้งนี้ Nissan ไม่ธรรมดาแล้วไม่เหมือนเดิมในการเร่งแซงนั้นทันใจขึ้นแน่นอน สบายใจเลยแหละในการขับขี่ต่างจังหวัดหรือที่มีการเร่งแซงบ่อยๆครับ แน่นอนว่าอัตราเร่งนั้นมันไม่ได้หวือหวาอะไรขนาดคู่แข่งแต่ถ้ามองเทียบกันกับรุ่นเดิมคือดีขึ้นเยอะมากกครับ เร่งกดแล้วมาทันใจขึ้นแม้อาจจะไม่ได้หลังติดเบาะอะไรขนาดนั้น แต่ในภาพรวมนั้นทำให้การขับขี่ทั่วไปสบายและไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย  ส่วนตัวเกียร์นั้นเองเซ็ตมาเกือบดีครับแต่ยังมีแปลกๆอยู่บ้างในบางครั้ง แต่ก็ไม่ได้คิดปัญหาอะไรครับส่วนคันเร่งนั้นเซ็ตมาได้ดีนะแต่น้ำหนักของมันต้องทำความเข้าใจกันอยู่บ้างครับบางทีก็หน่วงแบบแปลกๆ ส่วนเครื่องยนต์นั้นไม่มีปัญหาตอบสนองต่อระยะทางไกลขับแรงๆได้สบายครับหลังจาก 100 ขึ้นไป 140 นั้นนิ่งๆไหลๆเลยแต่หลังจาก 140-180 ต้องเค้นๆเอาบ้างอยู่ ส่วนรอบเดินเบามันสั่นหนักเอาเรื่องเหมือนกันครับ แอบแปลกใจเหมือนกันในจุดนี้จนคิดว่าผิดปกติซะอีกครับแต่ถามหลายๆคนนั้นเจอเหมือนกันเลย ทางด้านช่วงล่างอะไรต่างๆนั้นเซ็ตมาในแบบที่พอดีกับเครื่องยนต์ความแรงของมัน ทางเราได้ทดลองการขับขึ้นเขาอะไรต่างๆนั้นในความเร็ว 100-120 การเข้าโค้งไว้ใจได้เลยครับ บวกกับพวงมาลัยที่ เซ็ตมาหนักกำลังดีในความเร็วสูง และในเมืองก็เบากำลังดีครับ คือขับ 120 แล้วไม่เกร็งก็ถือว่าสบายๆเลยคือช่วงล่างเก็บได้ดีครับไม่โยนอะไรเท่าไรในการเข้าโค้งรวมถึงการขับขี่ทั่วไป แน่นอนว่าแอบแข็งกว่าเดิมแต่ก็ควบคุมได้มั่นใจกว่าเดิมเยอะมาก เกาะถนนได้ดีจริงๆน่าจะมีส่วนเกี่ยวกับช่วงล่างผสมกับยางที่หนาขึ้นด้วยครับ ทางด้านการเก็บเสียงนั้นในความเร็วต่ำ 80 ถือว่ายังเก็บเสียงได้ดีทั้งลมและถนน แต่ถ้า 100 ขึ้นนั้นจะเริ่มมีเสียงลมเข้ามาบ้างแล้วครับและถ้าถนนไม่เรียบก็จะเริ่มรู้สึกในความเร็วนี้ ยิ่งตรงลมช่วงกระจกหน้าและหูช้างผมว่ามันค่อนข้างดัง

ALMERA 1.0L TURBO VL

เป็น Almera ที่ทำได้ประทับใจในหลายๆจุดเลยแหละทั้งการขับขี่ งานออกแบบ วัสดุในตัวรถต่างๆรวมถึง เครื่องยนต์ แต่ก็มีงานบางจุดที่แอบไม่เนี๊ยบเท่าไรครับในการลองดูครั้งนี้ แน่นอนว่าด้วยราคาต่างๆก็เลยไม่ได้เป็นประเด็นมากนัก เครื่องยนต์ตัวนี้ทำหน้าที่ของมันได้ดีมากๆ ตอบสนองการขับขี่ทั่วไปได้แบบสบายๆรวมถึงเร่งแซง ขับได้มั่นใจกว่าเดิม อัตราเร่งดูดีกว่าเดิมมากๆ แต่ถ้าเอาแบบทันใจโหดๆอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ครับ ส่วนห้องโดยสารทำได้ดี ดูดีสวย นั่งสบายขึ้นแน่นอน แต่ก็มีบางจุดนิดหน่อยที่เจอในด้านหน้าตรงคอนโซลมันสูงไปหน่อย แต่ด้านหลังนั้นสบายๆครับไม่ได้ติดอะไรเลย มันจึงเป็นรถยนต์ที่น่าใช้งานสำหรับใช้งานทั่วไป ขับในเมืองก็ได้ นอกเมืองก็มั่นใจ รองรับการนั่งหลายๆคนได้แบบไม่อึดอัด และ ประหยัดน้ำมัน และมีเทคโนโลยีแทรกเข้ามาเยอะมากจัดเต็มในแง่ของความปลอดภัย มันจึงเป็นรถที่คุ้มค่าในภาพรวมต่อเงินที่จ่ายไปครับ ใช้งานทั่วไปหลากหลาย ครอบคลุมมากๆเลย

สำหรับรีวิวนี้เป็นการทำบทความเกี่ยวกับรถยนต์ หรือ สายยานยนต์ของเรา และถ้าหาก มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ มีข้อเสนอแนะ หรือข้อนำแนะอะไร ยังไงสามารถแจ้งเราได้เสมอเพื่อการปรับปรุงที่ดีขึ้นครับ เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรถรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ จะพยายามจัดหามาให้อ่านกันเยอะๆ ขึ้นเรื่อยๆ ครับ … สำหรับ Techhangout Auto !

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

By Nineztr

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments