หูฟังไร้สายนั้นเริ่มมีเข้ามาเรื่อยๆในทั้งวงการทั่วไปและสายเกม เช่นหูฟังเกมมิ่งที่เริ่มเข้ามาหลากหลายมากขึ้นรวมถึง Hyper X ก็ได้เปิดตัว Hyper X Cloud Stinger Core Wireless+ 7.1 มากับเค้าด้วย ในไม่กี่วันมานี้ครับ  ซึ่งจุดเด่นๆของแบรนด์นี้ก็ถือว่าน่าสนใจทั้งเรื่องของคุณภาพเสียงและแบรนด์ที่หลายๆคนนั้นน่าจะรู้จักกันในวงการเกม และข้อดีของมันคือความสะดวกในการใช้งานไม่มีสายเกะกะและเรื่องของแบตก็มีอายุยาวนานขึ้นเรื่อยๆ ในรุ่นนี้ก็รองรับ 17 ชั่วโมงสูงสุดครับ มาพร้อมกับปุ่มควบคุมในตัวและไมค์ที่พับเก็บได้ และใช้งานการเชื่อมต่อแบบ 2.4Ghz เท่านั้นนะครับในรุ่นนี้ โดยใช้โครงสร้างแบบครอบปิดหูและไดรเวอร์ 40 มม. ถือว่าเป็นขนาดที่ใหญ่พอสมควรเลย และในรุ่นนี้มีน้ำหนักน้อยและเปลี่ยนงานวัสดุดูดีขึ้น โลโก้เด่นขึ้นรวมถึงการใช้งาน USB- C แล้ว รวมถึงในเรื่องของเสียงรองรับ เสียงรอบทิศทาง 7.1 ในตัว พร้อมกับวัสดุใช้ผ้าใส่สบายและเบาไม่อึดอัดเลยครับชอบมากจากที่ได้ลอง ส่วนการใช้งานทั้งเรื่องของเสียง และ เรื่องของการใช้งานเล่นเกม การสวมใส่นั้นจะเป็นยังไงมาชมกัน

ในส่วนของตัวหูฟังรุ่นนี้ Hyper X Cloud Stinger Core Wireless + 7.1 ให้เสียงรอบทิศทางเสมือนจริง พร้อมกับปรับมาใช้งาน USB-C แล้วในรุ่นนี้พร้อมกับ งานออกแบบใหม่ทั้งหมด รวมถึง ฟีเจอร์อะไรใส่เข้ามามากขึ้น และระบบเสียง 7.1 เพื่อช่วยสร้างประสบการณ์เสียงในการเล่นเกมเกมที่สมจริงยิ่งกว่าเดิม ไดรเวอร์ทิศทางเดียว ขนาด 40 มม. ให้เสียงคุณภาพสูง พร้อมเสียงที่แม่นยำ Stinger Core + 7.1 หูฟังทั้งสองรุ่นมีจุดเด่นอยู่ที่ การออกแบบที่มีความเบา ซึ่งหูฟังแต่ละรุ่น มีน้ำหนักน้อยกว่า 245 กรัม หูฟังทั้งสองรุ่น ใช้ตัวเลื่อนโลหะแบบปรับได้ ระบบควบคุมระดับเสียงอย่างเป็นธรรมชาติบนตัวหูฟังด้านนอก และไมโครโฟนแบบหมุนเพื่อปิดเสียงและตัดเสียงรบกวนได้ หูฟัง HyperX Cloud Stinger Core Wireless + 7.1 ให้อิสระในการเชื่อมต่อ ไม่ต้องใช้สาย ด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สาย 2.4Ghz ที่วางใจได้ ให้ระยะการเชื่อมต่อได้ถึง 20 เมตร และอายุการใช้งานนานถึง 17 ชั่วโมง

HyperX Cloud Stinger Core + Wireless 7.1 ช่วยสร้างประสบการณ์การเล่นเกมแบบไร้สายใน ราคาประหยัด 2,790 บาท พร้อมจำหน่ายแล้วครับ  รวมถึงมีรุ่นประหยัดแบบมีสายในช่วงเรทราคา 1,690 บาท 

UNBOX

  • Hyper X Cloud Stinger Core Wireless +7.1
  • ตัวส่งสัญญาณ สำหรับ PC
  • USB-C สำหรับชาร์จไฟ
  • คู่มือ

DESIGN

การออกแบบนั้นยังคงมาในแนวเดิมเหมือนหลายๆตัวของค่ายเน้นความเรียบๆโทนสีดำและเป็นการสลักโลโก้ลงไปแต่ครั้งนี้ตรงโลโก้มีการใส่สีขาวเข้ามาให้ดูชัดเจนกว่าเดิมครับ แต่ในส่วนวัสดุเป็นพลาสติกแบบดำด้านพร้อมพื้นผิวแบบกันลื่นเล็กน้อย จริงๆการออกแบบของค่ายนี้ในหลายๆตัวจะไปทางเรียบๆ และเน้นสายเกมพอสมควรครับ ส่วนงานประกอบต่างๆนั้นทำออกมาได้ดีแน่นและแข็งแรง ขนาดใหญ่ แต่มีน้ำหนักเบามากๆอีกทั้งยังปรับมาใช้วัสดุแบบผ้าทำให้ตรงส่วนของน้ำหนักโดยรวมนั้นเบาขึ้น และยังใส่สบายระบายอากาศได้ดีกว่าเดิม ชอบกว่ารุ่นเดิมเยอะเลย

การออกแบบหูฟังนั้นความโค้งของมันทำออกมาได้ดีและรองรับกับหลายๆขนาดของศรีษะแต่ละคน ทำให้เวลาใช้งานไม่บีบหัวเท่าไรครับ วันดุเป็นดำด้านทั้งหมดไม่มีการเล่นสีสันอะไรมากนัก และดีไซน์ดุดันมากๆอาจจะทำให้สาวๆไม่ได้ใช้งานกันเท่าไรกับพวกดีไซน์แบบนี้ แต่หนุ่มๆน่าจะชอบกันครับ ส่วนเรื่องอิสระในการปรับนั้นรองรับได้ดีและมีไมค์มาให้ที่สามารถพับขึ้นเพื่อ MUTED ได้ด้วยเลยง่ายๆครับ แต่ไม่สามารถถอดหรือหดกลับเข้าไปได้นะครับรูปทรงไม่ได้ต่างกับรุ่นเดิมมากนักแต่จะเปลี่ยนในแง่ของวัสดุ พอร์ตเชื่อมต่อและ โลโก้รวมถึงการใส่สบายขึ้นเยอะเลยครับ

ตัวปุ่มควบคุมเสียงทำออกมาใหญ่สะใจและดูแข็งแรงมากๆครับ ปรับได้ง่ายมีสัญลักษณ์บอกชัดเจนว่าข้างไหนลดหรือเพิ่มเสียง และใช้งานได้ง่ายครับเวลาเล่นเกมปรับได้แม่นดี และได้ย้ายตัวปรับปุ่มเสียงเพิ่ม ลดเสียงเข้ามาในฝั่งเดียวกันแล้ว ส่วนปุ่มเปิดปิดมีไฟแสดงสถานะอยู่ข้างๆ ส่วนปุ่ม Muted ปิดเสียงไมค์นั้นไม่มีมาให้เพราะว่าใช้ระบบพับขาไมค์ขึ้นไปเพื่อปิดเสียงแทนเลยครับง่ายๆ ถือว่าการออกแบบอะไรย้ายมาข้างเดียวกันสะดวกมากขึ้นเยอะครับและใช้งาน USB-C แล้วจากที่รุ่นก่อนใช้งาน Micro-USB ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยของรุ่นนี้เลยครับ

ตัวก้านไมค์นั้นสามารถปรับพับได้โค้งงอได้แต่ไม่สามารถถอดหรือยืดหดอะไรได้ครับ เมื่อเราพับขึ้นไปก็จะเป็นการ Muted เสียงของตัวไมค์ไปเลยนั้นเองครับอันนี้ก็ถือว่าสะดวกแต่ตัวระยะความยาวของตัวไมค์นั้นอาจจะไม่ยืดหยุ่นในการปรับเท่าไรเพราะ มันลากมาให้ยาวกว่าเดิมไม่ได้อาจจะไม่สะดวกสำหรับหลายๆคนครับ แต่ก็ไม่ได้สั้นเกินไปครับ

โลโก้ข้างบนยังคงเป็นการเขียนชื่อเต็มของแบรนด์อยู่ แบบสีดำเงาเจาะลงไปครับ ส่วนการปรับความสูงของตัวก้านนั้นสามารถเลื่อนเพื่อปรับเปลี่ยนความยาวของมันได้สบายๆโดยเป็นก้านแบบสแตนเลสสวยงามและมีความแข็งแรงรวมถึงการให้ตัวที่มากกว่าปกติ ทำให้ไม่บีบและไม่ง้างเยอะเกินไปด้วยนั้นเอง มีตัวอักษรบอกข้างซ้ายขวาชัดเจน และตัวล็อคแต่ละความสูงนั้นถี่พอสมควรเลยปรับได้ละเอียดครับ และ ไม่ค่อยเลื่อนง่ายเท่าไรคือมีการล็อคได้แน่นกำลังดี แต่ที่ยังบ่นอยู่เรื่องเดิมคือในตัว รับสัญญาณที่เสียบบนคอมนั้น ขนาดใหญ่ และไม่สามารถเก็บในตัวหูฟังได้ครับ

แถบข้างบนนั้นมีฟองน้ำมาให้ด้วยและรองรับเวลาใส่ใช้งานได้ดีครับ มีความยาวรองรับเกือบทั้งก้าน และฟองน้ำด้วยแต่ครั้งนี้เป็นการหุ่มด้วยผ้าระบายอากาศทั้งบนและส่วนที่รองหูนั้นใช้งาน Memory Foam แน่นอนว่า ทำได้ดีใส่สบายไม่อึดอัดและกระขับพอสมควรครับ ถ้าคนศรีษะใหญ่อาจจะบีบนิดนึงแต่ไม่ได้อึดอัดมากนัก แต่ขนาดครอบใบหูและรองรับได้ดีไม่ชนใบหูใส่ได้สบายครับแต่มันไม่ได้วงใหญ่มากนักบางคนอาจจะมีคลุมใบหูไม่หมดครับแต่ก็ไม่ได้เจ็บอะไรเพราะมีความหนาของฟองน้ำอยู่ แต่เรื่องของความร้อนนั้นบอกเลยว่าดีกว่าแบบหนังเยอะมากอันนี้ชอบมาก

SPEC

  • เฮดโฟน
  • ไดรเวอร์: 40 มม. แบบไดนามิคพร้อมแม่เหล็กนีโอดีเนียม
  • ประเภท: แบบครอบเต็ม ปิดด้านหลัง
  • ความถี่: 20Hz-20,000Hz
  • ระบบเสียงเซอร์ราวด์เสมือนจริง 7.1
  • ความต้านทาน: 32 Ω
  • ระดับแรงดันเสียง: 109dBSPL/mW ที่ 1kHz
  • T.H.D.: < 2%
  • น้ำหนัก: 245 ก.
  • ความยาวและประเภทสายต่อ: สายชาร์จ USB-C (1 ม.)
  • ไมโครโฟน
  • ส่วนประกอบ: ไมโครโฟนอีเล็คเตรทคอนเดนเซอร์
  • รูปแบบขั้ว: ระบบตัดสัญญาณรบกวน
  • ความถี่: 100Hz-7,000Hz
  • ความไว: -47dBV (0dB=1V/Pa,1kHz)
  • เวลาใช้งานแบตเตอรี่1: 17 ชั่วโมง
  • ช่วงสัญญาณไร้สาย2: 2.4GHz สูงสุด 12 เมตร

ในรุ่นนี้นั้นจริงๆมีการรองรับระบบเสียง 7.1 แต่ต้องโหลดโปรแกรมตัว HYPERX NGENUITY ก่อนนะครับ ตัวนี้จะรองรับในหลายๆอุปกรณ์ของค่ายนี้รวมถึงการปรับแต่งสีของ GamingGear ด้วย และเมื่อโหลดมาแล้วก็จะทำให้เราเปิดระบบเสียง 7.1 ได้ รวมถึงปรับความดังของไมค์ และ เสียงหูฟังได้ว่าจะระดับไหนครับไม่ค่อยมีอะไรเยอะมาก

SOUND

เสียงในภาพรวมกันก่อน ตัวเสียงนั้นรายละเอียดกำลังดีและเวลาเล่นเกมเก็บรายละเอียดต่างๆได้ดีครับเสียงคนพูด เสียงร้องชัดเจน แหลมชัด และ มิติเสียงนั้นมาดีพอสมควร เวทีเสียงนั้นไม่ได้กว้างและไม่ได้แคบจนเกินไป แต่ที่รู้สึกว่าในรุ่นนี้ทำได้ดีกว่าเดิมคือเสียงในย่านต่ำ หรือเสียงจำพวกเสียงเบส เสียงระเบิด เสียงย่านต่ำนั้นมาดีกว่าเดิมเยอะมากครับ คือมีมวลกำลังดี และเสียงแน่นกว่าเดิมแต่มันจะไม่ได้กระแทกสะใจมากครับ ถ้าพูดในภาพรวมเสียงจะเด่นเรื่องของมิติเสียง และ เสียงรายละเอียดต่างๆนั้นชัดเจนและแยกได้ดีครับ ส่วนเรื่องของสัญญาณนั้นทำได้ดี ไม่มีขาดหายและทำได้ดีไม่ดีเล เลยครับส่วนระยะก็ได้ตามปกติของพวกหูฟังไร้สายไกลๆก็ยังไหวครับ และแบตก็อึดมากๆตามที่บอกไว้เลยนั้นเอง และ สัญญาณไม่ไปกวนกับหูฟังอื่นๆเลย อาจจะเป็นข้อดีของการใช้งานเชื่อมต่อ 2.4Ghz ด้วย ส่วนในเรื่องของการเล่นเกมก็รองรับได้สบาย เสียงไมค์ เสียงคนพูดชัดเจน และยังรองรับเสียงได้ทุกทิศทางด้วยระบบเสียง 7.1 ที่ใส่เข้ามาครับ เลยทำให้มิติของเสียงในรอบทิศทางนั้นดีกว่าเดิม แยกทิศทางได้ชัดเจนมากขึ้นเยอะเลย

ส่วนในเรื่องของเสียงถ้าเราเอามาฟังเพลงนั้นก็ถือว่าใช้ได้ครับแม้ในรุ่นนี้จะไม่ได้มีระบบเสียง Hi-res อะไรแต่ก็ถือว่าฟังได้ไม่แย่ครับเอาจริงๆแม้ขนาดไดรเวอร์จะเล็กกว่าเดิม แต่เสียงรู้สึกว่ามันปรับมาได้ลงตัวมากขึ้นไม่ใช่สายเกมล้วนแบบรุ่นก่อน เสียงนั้นครบรสมากขึ้นเสียงทำได้ดีทั้งเรื่องของเสียงเบสที่รู้สึกมีน้ำหนักกว่าเดิมและฟังสนุกขึ้นเวลาดูหนัง ฟังเพลง รวมถึงเล่นเกม และในฟีเจอร์เสียงรอบทิศทางก็เข้ามาช่วยได้ด้วยครับ เสียงเวลาฟังเพลงก็เสียงร้องทำได้ดี ชัดเจน เวทีเสียงแยกชิ้นดนตรีได้ระดับกลางๆ แต่เสียงย่านต่ำนั้นเด่นขึ้น ชัดเจนขึ้น เสียงย่านแหลมก็ทำได้ดีไม่จัดแสบหู ครับ รู้สึกกลมกล่อมมากขึ้นนั้นเองถือว่าฟังเพลงก็ทำได้ดีกว่าที่คิด และดีกว่ารุ่นก่อนพอสมควรเลยครับตัวนี้

FEELING

ความรู้สึกในเรื่องของการสวมใส่เวลาใช้งานนานๆนั้นต้องบอกว่ารุ่นนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่เช่นเดิมและตัว Earpad ก็รองรับได้ดีขึ้นมีความกว้างมากกว่าเดิมทำให้รองรับได้ดี และเป็นการเปลี่ยนวัสดุเป็นแบบผ้าระบายอากาศแล้วทำให้ในเรื่องของการใช้งานหลายๆสภาพอากาศนั้นทำได้ดีขึ้นเยอะ ใส่เวลาไม่ได้เปิดแอร์นั้นไม่ร้อนแล้วรวมถึงใส่นานๆได้ดีกว่ารุ่นก่อนเยอะครับแน่นอนว่าตัวฟองน้ำมันมีทรงของมันแต่ไม่ได้นุ่มนิ่มแบบเดิม มันจะกระชับมากขึ้นเยอะครับทั้งในการใส่รู้สึกกระชับขึ้นมากแต่ไม่อึดอัดไม่ร้อน ต้องบอกว่าชอบวัสดุแบบผ้าแบบนี้มากกว่าหนังเทียบแบบเดิม

ในส่วนของการใช้งานก้านไมค์นั้นแน่นอนว่าเป็นการใช้งานแบบรุ่นเดิมที่พับขึ้นเพื่อปิดไมค์ครับแน่นอนว่ามันสะดวกต่อการใช้งานได้ดีมากเวลาพับไมค์เร็วๆครับแต่ในเรื่องของการใช้งานความยาวนั้นระยะกำลังกีพอดีกับปากเราเวลาพูด แต่จริงๆน่าจะยืดมายาวกว่านี้นิดหน่อยครับจะพอดีเลย เพราะมันไม่สามารถยืดหดได้ แต่ งอ อะไรได้ปกติครับ ส่วนตัวไมค์ก็เท่าที่ลองรองรับเสียงได้ดีพอสมควรครับ ส่วนการใช้งานปุ่มต่างๆนั้นย้ายมาอยู่ข้างเดียวแล้ว รู้สึกสะดวกมากขึ้นในการปรับและการใช้ไมค์สามารถใช้มือข้างเดียวได้เลยครับไม่ต้องใช้อีกข้างมาปรับแบบรุ่นก่อนแล้ว

COD MW TEST + HYPERX CLOUND STINGER CORE WIRELESS 7.1

COD MW TEST + HYPERX CLOUND STINGER CORE WIRELESS 7.1 ทดสอบเสียงไมค์ HYPER X CLOUD STINGER CORE WIRELESS 7.1

โพสต์โดย Pipatpanichkul Jakchalat เมื่อ วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2020

MIC

ในเรื่องของไมค์นั้นทดสอบโดยการเล่นเกมในไลฟ์นี้ครับผมจะเป็นเสียงแอดมินณาย รุ่นนี้จะไม่ได้มีระบบตัดเสียงอะไรเข้ามาครับเลยทำให้มันมีเสียง คีย์บอร์ดหรือเสียงอะไรเข้ามาได้ แต่ก็ถือว่าไม่ได้เข้ามาชัดเจนทั้งหมดครับ ยังเหมือนมีการตัดเสียงโดยการออกแบบอยู่บ้างแล้ว เสียงคนพูดชัดเจนมีมิติอยู่พอสมควรครับ และสามารถพับเก็บไมค์ได้เลยในตัว ในการสื่อสารนั้นสามารถได้ยินชัดเจนและ ระยะของไมค์กำลังดี ตามในภาพเลย ไมค์รุ่นนี้ถือว่าไม่มีปัญหาเลย

HYPER X CLOUD STINGER CORE WIRELESS  + 7.1 

” เสียงรอบทิศทางดีขึ้น เบสจัดเต็มได้ดีกว่าเดิม ใส่บาย ระบายอากาศได้ดี แถมเบาขึ้น ” 

เป็นหูฟังไร้สายสายเกมที่หลายๆคนใช้งานกันและรู้จักกันแน่นอนสำหรับแบรนด์นี้ครับ HyperX เรียกได้ว่าคุณภาพ ราคา และการใช้งานนั้นทำให้หลายๆคนได้เลือกใช้ และในรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบไร้สาย และเสียง 7.1 รอบทิศทางพร้อมทั้งงานออกแบบอะไรสวยขึ้นและใช้งาน USB-C รวมถึงเรื่องของคุณภาพอะไรพัฒนาลงตัวกลมกล่อมมากกว่าเดิมครับทำให้น่าสนใจและเป็นหูฟังไร้สายอีกรุ่นที่ทำได้ดี และที่เด่นๆเลยคงเป็นน้ำหนักที่เบาขึ้นมากและยังมาพร้อมกับฟองน้ำและหุ้มด้วยวัสดุแบบผ้าระบายอากาศได้ดีใส่สบายมากๆรวมถึง ไม่อึดอัดไม่ร้อนเลยแม้ใช้งานนานๆในสภาอากาศทั่วไปไม่ได้เปิดแอร์ เรียกได้ว่าเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยพอสมควรเลยครับตัวนี้ และราคาก็ไม่แรงเกินไปด้วยเมื่อเทียบกับ ไร้สาย และได้เสียง 7.1 ครับ ส่วนงานออกแบบอาจจะดุดันไปหน่อยและขนาดใหญ่ครับ

ข้อดี

  • วัสดุโดยรวมแข็งแรง และ ฟองน้ำใส่สบาย
  • วัสดุเป็นผ้าระบายอากาศ ใช้งานสภาพอากาศทั่วไปได้ดีมาก
  • เสียงโดยรวมฟังสนุก เล่นเกมได้ดีขึ้น เสียงเบสมาดีขึ้น
  • ไมค์โครโฟนเสียงชัดและมีคุณภาพ
  • ใช้งาน USB-C แล้วในรุ่นนี้
  • มาพร้อมเสียง รอบทิศทาง 7.1
  • ใช้งานไร้สายได้ยาวนานและแบตอึดพอสมควร
  • เสียงไม่ดีเลย์ และ รับสัญญาณได้ดี
  • ประกัน 2 ปี

ข้อสังเกต

  • ไม่มีที่เก็บตัวรับสัญญาณในตัวหูฟัง
  • รองรับแค่การเชื่อมต่อแบบเดียว ไม่มี 3.5 มม.
  • อาจจะมีบีบกระชับไปในบางคน

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ
ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review By Nineztr

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments