Samsung นั้นก็เปิดตัว Galaxy A71 กันไปไม่นานครับและแน่นอนว่าครั้งนี้ถูกใจสายเกมเมอร์อย่างแน่นอนเพราะเค้าใส่ Snapdragon 730 เข้ามา สเปคเทพพอสมควรเมื่อเทียบกับเรทราคาของมันครับและ ทำให้การเล่นเกมใช้งานนั้นลื่นไหลมากๆ ซึ่งทำงานร่วมกันกับ RAM 8GB และหน้าจอ Super AMOLED Plus ค่อนข้างลงตัวเลยแหละ และ ในแง่ของกล้องหลัง ดีไซน์ต่างๆก็ถูกยกระดับพัฒนาขึ้นไปแบบชัดเจน แต่ราคาก็ยังไม่ได้โดดไปด้วยครับเลยทำให้มันเป็น Samsung อีกรุ่น ที่น่าเล่นและใช้งาน Snapdragon ที่แนะนำเลย สำหรับใครที่อยากได้ไว้เล่นเกม แต่ก็ถ่ายรูปเด่น แบตอึดไปในตัวครับสำหรับเจ้า Samsung Galaxy A71 ตัวนี้ ส่วนใช้งานจริงๆจะเป็นยังไงกันมาอ่านกัน !

Samsung Galaxy A71 นั้นต้องบอกว่าเป็นรุ่นทื่สานต่อ สายเกมเมอร์จากรุ่นเดิมได้ดีแต่ครั้งนี้ตีบวกไปด้วย หน้าจอที่ดีกว่าเดิม ดีไซน์สวยกว่าเดิมและ กล้องหลังที่ดีกว่าเดิมแบบชัดเจนครับ มาที่ CPU นั้นใช้งานตัว Snapdragon 730 พร้อมด้วย RAM 8GB  STORAGE 128GB ครับ และในส่วนของหน้าจอนั้นใช้งาน 6.7 นิ้ว ชนิดจอแบบ Super AMOLED Plus ครับ และในแง่ของกล้องหลังจัดเต็มขึ้นด้วย 64MP f1.8 และกล้อง อีก 3 ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล f/1.8 เลนส์ มุมกว้าง Ultra wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.2 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.4 และ เลนส์ Depth 5 ล้านพิกเซล f/2.2 สำหรับการจับระยะต่างๆ และในส่วนของกล้องหน้าให้มา 32MP F2.2 เช่นเดิมครับ ส่วนตัวแบตนั้นใช้งาน 4,500 mAh แต่รองรับชาร์จไวโหดขึ้นด้วย 25W นะครับ และแน่นอนว่าดีไซน์บางเบายังคงทำได้ดีเลยแหละ และฝาหลังนั้นสวยขึ้นกว่าเดิมแบบรู้สึกได้เลยครับ

SAMSUNG GALAXY A71 เปิดราคามาที่ 13,990 บาทไทยครับ  มีให้เลือก 3 สี Prism Crush Black / Prism Crush Silver / Prism Crush Pink มาใน RAM 8 GB STORAGE 128 GB SNAP 730

UNBOX

  • ตัวเครื่อง A71
  • เคสใสแบบ TPU
  • หูฟังแบบ InEar สีขาว
  • ที่ชาร์จ USB-C สีขาว 25W
  • สายชาร์จ USB-C สีขาว
  • คู่มือ ที่จิ้มซิม
  • ฟิล์มกันรอยหน้าจอติดมาให้แล้ว

ตัวเคสใน A71 รุ่นนี้นั้นเป็นเคสแบบใสนิ่มจะอมเทาๆเล็กน้อยครับแน่นอนว่าการทำสีแบบนี้ทำให้เวลาใช้ไปนานๆนั้นจะไม่เหลืองมากนักและทำให้ใช้งานได้ยาวนานกว่าแบบใสๆ ส่วนเรื่องของการป้องกันอะไรนั้นตัวเคสนี้ทำได้ดีระดับนึงสามารถวางคว่ำอะไรได้ปกติครับ แต่มันขึ้นมาจากหน้าจอไม่เยอะมากเท่าไรติดฟิล์มไปก็น่าจะเลยเคสขึ้นมาแล้วครับแต่ถ้าไม่มีฟิล์มเวลาวางก็ยังไม่โดนหน้าจอส่วนความหนาของตัวเคสนั้นอยู่ในระดับกลางๆไม่ได้หนาและบางเกินไปครับส่วนตรงเลนส์กล้องนั้นมันจะอยู่ในระดับเดียวกับเคส ซึ่งเคสไม่ได้ปกป้องได้ดีเท่าไรครับ ในส่วนเคสข้างหลังตรงเลนส์

ลองดูกันแบบชัดๆในการปกป้องของส่วนหน้าจอ และ ตัวเลนส์กล้องหลังจริงๆกล้องหลังออกแบบแบบนี้ต้องระวังกันพอสมควรเลยครับในแง่ของการใช้งาน และแน่นอนว่าพื้นที่มันกว้าง การรับแรงนั้นเยอะขึ้นเวลามีอะไรกระแทกแตกได้ง่ายขึ้นแน่นอนครับ หาเคสดีๆใส่ป้องกันไว้จะดีที่สุด ส่วนเคสแถมนั้นไว้สำรองชั่วคราวครับ ส่วนหน้าจอนั้นจะขึ้นมาน้อยมากๆ ถ้าติดฟิลม์กระจกนั้นน่าจะพอดีกับเคส ไม่ก็เลยออกมาด้วยแล้วแต่ชนิดของกระจกที่ติดไปใหม่นะครับ

DESIGN 

ออกแบบในรุ่น Galaxy A71 นี้ ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยในส่วนฝาหลังมีการเล่นลวดลายตัดมุมอะไรเป็นเหลี่ยมๆมากกว่าเดิมและมีเส้นๆกราฟิคสวยงามขึ้นครับ แต่ก็ยังคงเล่นกับแสงสีรุ้งได้สวยงามเหมือนเดิมเมื่อแจกแสงจากหลอดไฟต่างๆครับรวมถึงการสแกนนิ้วก็ไปอยู่บนหน้าจอทั้งหมดทำให้ฝาหลังนั้นเรียบๆครับ การวางกล้องยังคงวางเรียงกัน 3 ตัวแนวตั้งและมีตัวเสริมเข้ามาทำให้มันวางเรียงกันแบบตัว L พร้อมกับงานประกอบอะไรทำได้ตามระดับของมัน ฝาหลังยังคงเป็นพลาสติก แต่มาในชื่อ Glasstic แทนเพราะใช้การออกแบบเล่นแสงสีเหมือนกับกระจกเลยแหละ ส่วนการจับถนัดมือโค้งรับได้ดี และไม่ใหญ่เกินไปครับ และมีความบางพอสมควรครับยังคงทำได้ดีในเรื่องความบางเบา

หน้าจอตัวนี้เป็นการออกแบบหน้าจอแบบเจาะรูตรงกลางมาพร้อมกับจอแสดงผล Infinity-O ชนิด Super AMOLED Plus กว้าง 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 เป็นการออกแบบหน้าจอแบบเดียวกับรุ่นพี่ Note 10 ครับ แต่ความสวยอะไรพวกนี้จะถูกพัฒนาได้ดีกว่าตัว A51 นิดหน่อยครับตรงนี้

ทางขอบหน้าจอล่างนั้นจะเป็นปุ่มควบคุมในหน้าจอและสามารถใช้งานเต็มหน้าจอได้เลยครับส่วนขอบด้านล่างนั้นจะเห็นว่ามีความหนากว่าด้านอื่นๆพอสมควรครับ

หน้าจอนั้นเป็นหน้าจอเจาะรูแล้วแบบ Infinity O Display มาพร้อม กล้องหน้า 32MP ที่รูรับแสง F2.2 แบบเจาะรูที่เล็กมากๆไว้ตรงกลางและรูลำโพงแบบที่เห็นในภาพเลย ขอบทำได้บางจริงๆนะในด้านบนและขอบข้างถือว่าเป็นอีกรุ่นที่หน้าจอสวยและโดดเด่นกว่าคู่แข่ง และการเจาะรูทื่แบบเดียวกับรุ่นพี่ NOTE 10 เลยแหละ

ด้านล่างนั้นจะเป็นลำโพงหลักของเครื่อง รูไมค์ ช่อง USB-C รวมถึงรูหูฟัง 3.5 มม. ก็ยังไม่ได้ตัดไปไหนสำหรับรุ่นนี้

ด้านขวานั้นจะเป็นปุ่มควบคุมหลักทั้งหมด เพิ่ม ลด เสียง และปุ่ม Power สำหรับการเปิดปิดตัวเครื่องครับ จะเห็นว่าด้านข้างนั้นมีความบางพอสมควรครับ และฝาหลังโค้งเข้ามานิดหน่อยไม่ได้เยอะมาก

ขอบด้านซ้ายตัวเครื่องนั้นจะเป็นถาดซิมที่รองรับการใช้งาน Triple Slot ครับ Nano SIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่อง MicroSD Card อีก 1 ช่อง

ด้านบนนั้นจะเป็น รูไมค์ตัดเสียง และ กล้องหลังนั้นนูนขึ้นมาน้อยมากๆในตัวเลนส์ครับ และขอบเครื่องเป็นแบบเงาทั้งหมดเลยครับ ถือว่าดีไซน์ได้สวยเลยขอบเครื่องสีนี้จะคล้ายๆพวกโครเมี่ยมเลยนั้นเองครับ

ฝาหลังนั้นดีไซน์ยังคงยกมาจากรุ่นก่อนๆครับ แต่เสริมไปด้วยลวดลายนิดหน่อยเป็นขีดๆเส้นๆดูมีมิติสวยมากกว่าเดิมเยอะเลยครับ การเล่นแสงสีเวลาเจอพวกหลอดไฟหรือแสงอาทิตย์ได้ แต่ถ้าไม่เจอแสงก็จะเป็นสีเทาดำเรียบๆครับและก็มีเหลือบๆนิดหน่อยพร้อมกับเส้นลวดลายที่ยังเห็นชัดอยู่แม้จะไม่ได้มีแสงสีรุ้งครับ ส่วนโลโก้วางข้างล่างปกติ

การออกแบบในส่วนของกล้องหลังนั้นยังคงเป็นแบบโมดูล 4 เหลี่ยมใหญ่ๆทั้งหมดและมีตัวไฟแฟลชรวมถึงการวางแนวกล้องอยู่ข้างในแบบตัว L ครับ เป็นกล้องหลัง เลนส์หลัก ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล f/1.8 เลนส์ มุมกว้าง Ultra wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.2 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.4 และ เลนส์ Depth 5 ล้านพิกเซล f/2.2 สำหรับการจับระยะต่างๆ ส่วนเลนส์นั้นไม่ได้นูนออกมาจากตัวกล้องเท่าไรครับผม

SPEC 

  • หน้าจอ Super AMOLED Plus Infinity O Display ขนาด 6.7 นิ้ว  FHD+
  • Snapdragon 730 Octa-Core (Dual 2.2GHz + Hexa 1.8GHz)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 + One UI 2
  • STORAGE  128 GB RAM 8 GB
  • กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียดหลัก 32 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหลัง 4 ตัว วางกล้องตัว L
    • เลนส์หลัก ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล f/1.8
    • เลนส์ มุมกว้าง Ultra wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.4
    • เลนส์ Depth 5 ล้านพิกเซล f/2.2
  • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K 30 fps สูงสุด / มี Super Steady ใน FHD
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Fast charging 25 วัตต์
  • สแกนนิ้วบนหน้าจอ Optical
  • มีให้เลือก 3 สี Prism Crush Black / Prism Crush Silver / Prism Crush Pink
  • ราคา 13,990 บาท
  • ตัวเครื่องขนาด 163.6 x 76 x 7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 179 กรัม

PERFORMANCE

ประสิทธิภาพของตัวเครื่องรุ่นนี้ยกมาจากรุ่นก่อนครับใช้งาน Snapdragon 730 แล้วนะครับหลายๆคนชอบค่ายนี้กันอย่างมาก โดนสามารถทำคะแนน Antutu ไปได้ทั้งหมด 239059 คะแนน ทางด้านหน่วยความจำนั้นเป็น UFS2.0 นะครับทำคะแนนได้ 501 เลยแหละ ถือว่าดีนะให้ตัวนี้มา ส่วนทางด้านคะแนน GEEKBENCH ทำได้ตามราคากับ 545  และ 1638  ส่วนด้านความปลอดภัยรองรับ  L1 ได้รองรับการดู Netflix HD สบายครับค่ายนี้

SYSTEM UI

หน้าตานั้นสวยงาม One UI2 ที่มีการเปลี่ยนมาไม่นานครับ และพัฒนาแก้ไขจากรุ่น 1 มาเยอะขึ้นในแง่ของความเสถียรครับและหน้าตาบางอย่างเลยทำให้ หน้าตารวมๆสวยงามเลยนะ ในหน้าล็อคนั้นมีรูปลายนิ้วเราก็สามารถสแกนนิ้วได้เลยครับ ส่วนหน้าตา ไอคอน และ อุณหภูมิอะไรก็ไปอยู่มุมซ้ายสวยงามเลยครับ ส่วนหน้าตารวมๆก็เรียบสวยขึ้นนะอันนี้แอบชอบครับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้และรู้สึกว่ามันมีความลื่นไหลมากกว่าเดิมแบบชัดเจนในการพัฒนารอบนี้

หน้าตาการแจ้งเตือน ตั้งค่าอะไรนั้นมาในโทนสีขาวฟ้าครับ ไอคอนอะไรปรับเปลี่ยนหน้าตาได้เรียบขึ้นและแตะได้ง่ายขึ้นครับ การแจ้งเตือนสามารถกดเคลียร์ได้ และเมื่อลากลงมานั้นก็เข้าการตั้งค่าได้ง่าย และ สามารถปรับแสงหน้าจอได้รวมถึงมีเวลาอะไรบอกอยู่ตรงกลาง ด้านบนครับ ส่วนการแบ่งหน้าจอนั้นสบายๆมีไปหลายหน้าจอตามใจชอบเลย

สำหรับเรื่อง RAM 8 GB  นั้นใช้ประมาณครึ่งๆ 2.7 GB ครับ ใช้งานได้สบายๆเหลือๆ  ส่วนตัวความจุนั้น เหลือ 110 โดยประมาณครับถ้าตัดแอป และ เพลง รูปภาพอะไรหมดเหลือแค่ระบบนะครับ ระบบจะประมาณ 18.4 GB  โดยประมาณครับผม คีย์บอร์ดนั้นเป็นภาษาไทย ของทาง Samsung เองหลายๆคนอาจจะชอบกันครับ

ในส่วนของธีมนั้นธีมหลักนั้นสามารถใช้งานแบบ สีเข้มได้คือมันจะเปลี่ยนเป็นโท่นดำทั้งหมดเลยอันนี้ชอบมากๆ เป็นจุดที่หลายๆคนน่าจะชอบกันและในส่วนของหน้าตา Always On นั้นสามารถปรับแต่งได้ไม่ต่างกับรุ่นพี่เลยครับ และในส่วนของปุ่มการนำทางนั้นจะสามารถใช้งานได้ 2-3 แบบ ตามภาพครับและใช้งานแบบเต็มหน้าจอได้ด้วยครับ

ทางด้าน Game Launcher นั้นสามารถใช้งานได้ในการปรับแต่งดูเกมทั้งหลายครับ และ ในส่วนของ Gesture นั้นสามารถใช้งานได้ค่อนข้างหลากหลายพอสมควรเลยทั้งในการยกขึ้นหน้าจอติดอะไรพวกนี้ และ ปุ่ม Power สามารถตั้งได้ว่า สามารถเปิดกล้องด่วน หรือ กดค้างเรียก Bixby ได้ครับ

THEME

ธีมการออกแบบนั้นสามารถเปลี่ยนอะไรต่างๆได้ทั้งหมดครับพวกหน้าจอ แอปต่างๆ หน้าจอ AOD พวกนี้ครับ และตัวธีมนั้นมีทั้งแบบเสียตังค์ และ ไม่เสียตังค์สามารถเลือกได้ค่อนข้างเยอะทั้งแบบน่ารักๆต่าง หรือ เท่ๆก็มีครับ แต่การเปลี่ยนแปลงหลักๆนั้นก็อาจจะไม่ได้เยอะแยะอะไรมาก ไม่ได้เปลี่ยนพวกหน้าแจ้งเตือน หรือ ตามแอปเท่าไรครับ

SCREEN

หน้าจอในรุ่นนี้จะใช้งานในชื่อ Super AMOLED Plus จะแตกต่างกับรุ่นอื่นๆที่ออกมาก่อนแบบชัดเจนและแตกต่างกับตัว A51 แบบรู้สึกได้เลยครับแน่นอนว่าด้วยคุณภาพหน้าจอและการสัมผัสนั้นเลยทำให้รู้สึกแตกต่างกันพอสมควรเลย Super AMOLED Plus มาในแบบหน้าจอเจาะรู วงกลมตรงกลาง Infinity O Display หน้าจอนั้นจะมีขนาด 6.7 นิ้ว  FHD+ ครับ ส่วนมิติของภาพนั้นถือว่าทำได้ดีสู้แสงได้ดีระดับนึงเลย แต่ที่ชอบคือการสัมผัสที่รู้สึกแตกต่างอยู่ครับ ส่วนเจาะรูตรงกลางก็มีขนาดกลางๆไม่ใหญ่ไม่เล็กครับ ใช้แรกๆอาจจะมีติดขัดอยู่บ้างแต่รู้สึกดีกว่าแบบต่งหน้าจอพอสมควรเลยนะเมื่อใช้งานไปนานๆ ส่วนขอบรวมๆนั้นบางระดับนึงแต่ฐานข้างล่างจะหนาหน่อยครับ

มาดูกันที่มุมมองของตัวหน้าจอภาพตัวนี้รองรับได้อิสระและค่อนข้างหลากหลายสบายๆครับจอภาพสีไม่มีเพี้ยนและไม่ดรอปเลยแม้จะมองจากด้านข้างๆ หรือแม้จะใช้งานกลางแจ้งก็ยังสามารถสู้แสงแดดได้ดี ในรุ่นนี้นั้นต้องบอกว่าเรื่องการสัมผัสทำได้ดีเลยแหละดีกว่ารุ่น A ก่อนหน้าทำได้ติดนิ้วรวมถึงความลื่นไหลที่ดีกว่าเดิมแบบชัดเจน รวมถึงตัวหน้าจอก็รองรับการใช้งานหลายๆอย่างทั้งกลางแจ้งหรือหรี่แสงเยอะๆก็ยืดหยุ่นได้ดีครับอาจจะเป็นตัวหน้าจอ SUPER AMOLED PLUS ที่ใส่เข้ามาเลยทำให้รู้สึกว่าแตกต่างกับรุ่นอื่นๆพอสมควรเลยครับจุดนี้ถือว่าทำได้ดีและเด่นเลยครับ

FINGERPRINT

สแกนนิ้วบนหน้าจอยังคงใส่มาให้ครับ และแบบเดียวกับทั้งรุ่นก่อนหน้าและตัวอื่นๆของค่าย แน่นอนว่าหลายๆตัวยังคงใช้ระบบนี้ครับ ระบบมันนั้นจะต้องใช้แสงช่วยในการบันทึกลายนิ้วมือครับ ส่วนในการใช้งานก็ทำได้ไวปกติตามแบบ Optical ครับซึ่งการแสกนนิ้วมันยังรู้สึกแบบเดียวกับตอน A50s คือมันไม่ได้ไวแบบค่ายอื่นๆมันแบบมีหน่วงอยู่ไม่รู้ว่าตั้งใจออกแบบ UI อะไรแบบนั้นไหมนะแต่มันไม่ไวเท่าตัวอื่นเท่าไร ครับอันนี้น่าแปลกใจเหมือนกันนะหรืออาจจะเป็นตัวสแกนของตระกูลนี้ก็เป็นได้ครับ คือลองเทียบกับก็ไม่ได้เร็วไวแตกต่างกันเลยแม้จะเป็น CPU ประมวลผลคนละตัว

ALWAYS ON DISPLAY 

Always On นั้นก็ยังมีมาให้และสามารถปรับเปลี่ยนได้ค่อนข้างเยอะเหมือนกันครับ ทั้งหน้าตาตัวนาฬิกา การเปลี่ยนสีต่างๆ การตั้งเวลาว่าโชว์ในช่วงไหนอะไรยังไง และสามารถเพิ่มรูปได้ของตัวเอง หรือจะเป็น GIF ก็ได้ด้วย จอมันก็สวยเลยแหละจากที่ได้ลองคมชัดสีสวย จอทำได้ดี  ในงบประมาณนี้จอมันสวยนะอาจจะเป็นจุดเด่นที่ดีสำหรับตัวนี้

SOUND

ด้านระบบเสียงรุ่นนี้อาจจะไม่ได้โดดเด่นอะไรเท่าไรแน่นอนว่าตัว Software นั้นมีให้ปรับแต่งพอสมควรครับทั้งเรื่องของเสียง Dolby Atmos ที่รองรับในการใช้งานผ่านหูฟังเท่านั้นและนอกเหนือจากการปรับแต่งนี้ก็ยังรองรับการปรับแต่ง EQ ปกติและการเพิ่มคุณภาพเสียงในตัวเมนูของเครื่องได้เหมือนรุ่นอื่นๆ เสียงมีมิติ กำลังขับมากำลังดี และเสียงแหลมจะเด่นกว่านิดหน่อยถ้าตัวเดิมๆ ของมันแบบไม่ปรับแต่ง แต่ถ้าเทียบกับ A51 แน่นอนว่าด้วยตัวเดิมๆของมันอาจจะรู้สึกได้ไม่มากครับแต่เหมือนกำลังขับดีกว่านิดหน่อยถ้าเทียบหูตัวเดียวกัน แต่ถ้าเทียบหูแถมนั้นของ A71 ?ทำได้ดีกว่าแน่นอนและเลยทำให้ภาพรวมมันใช้ได้เลย แต่ในงบนี้ก็ยังไม่ค่อยเจอรุ่นไหน เน้นเสียงเพลงนะ ก็ถือว่ากลางๆครับสำหรับรุ่นนี้ถ้าใครเน้นเรื่องของเสียงเพลง แต่ถ้าใช้งานทั่วไปเหลือๆแล้วครับเล่นเกมอะไรพวกนี้ได้แน่นอน

มากันที่เรื่องของเสียงผ่านทางหูฟังที่ให้มากันบ้างหูฟังมาในโทนสีขาวพลาสติกเงาครับ ตัวหูฟังเป็นแบบ 3.5 มม. แน่นอนว่าดีไซน์แบบเดียวกับตัว A80 แต่เป็น 3.5 มม.เสียงที่ได้ส่งมานั้นจากที่ลองถือว่าเสียงกำลังขับมาดีเหมือนกันเมื่อเทียบกับหูแถมทั่วไปในเรทนี้ครับ เสียงเบสมากำลังดีเลยแหละไม่แห้งไม่แบนเกินไปรวมถึงเสียง ร้องก็ชัดดีไม่แหลมจัดไม่แสบหู แต่เรื่องของมิติเสียง เวทีเสียงอาจจะไม่ได้เด่นอะไรเท่าไรครับในจุดนี้ฟังเพลงทั่วไป สนุกได้อยู่แต่คุณภาพอาจจะไม่สุดมากนัก ส่วนเรื่องปุ่มควบคุมยังคงชอบที่มันสามารถคุมเรื่องของ ระดับเสียงได้มีไม่กี่ค่ายของทางAndroid ที่ทำได้แบบนี้ครับในหูฟังแถม ส่วนเรื่องของการสวมใส่ต้องบอกว่ามันค่อนข้างเบาและสบาย

SPEAKER 

ลำโพงรู้สึกว่ามันจะแบบเดียวกับตัว A51 เลยนั้นเองและอาจจะเป็นจุดที่พัฒนาขึ้นมาแบบรู้สึกได้เพราะในแง่ของความดังนั้นเยอะขึ้นแบบชัดเจน แต่เสียงนั้นจะออกไปทางแหลมจัดมากๆ จะเด่นในตอนที่มีเสียงเรียกเข้า และ เวลามีคนโทรมาจะได้ยินชัดเจนแสบหู แต่ถ้าเน้นเอาไปฟังเพลง ดูหนังอาจจะไม่ได้มีมิติเท่าไรนัก เสียงคนพูด เสียงคนร้องจะชัดมากแต่เบสนั้นจะมาเบาๆและมิติเสียงไม่ครบเท่าไร จะเน้นเสียงดังชัดเจน แต่คุณภาพมิติเสียงยังไม่ได้ดีเท่าไรนักครับในรุ่นนี้ แต่ถ้าเน้นดังสะใจตัวนี้ทำได้ดีครับ แต่ด้วยขนาดตัวเครื่องจริงๆอยากจะให้ดังกว่านี้ซักหน่อยจะลงตัว

GPS

ทดสอบผ่านแอปและในการใช้งานจริงๆครับนำทางจริงๆแม่นยำใช้ได้อัปเดตได้ไว ดีกว่าตัว A51 แบบชัดเจนเลยนะทั้งในการทดสอบ และใช้นำทางจริงๆเดือนทางไกล โดยผ่านแอปนั้นจับได้เขียว+เหลืองทั้งกลางแจ้งและในใต้ทางด่วนครับ จับได้กลางแจ้ง 32 จาก 46 และ ที่ร่มมีหลังคานิดหน่อยครับ ไม่ได้ในอาคารนั้นจับได้ 22 ดวงจากทั้งหมด 46 ดวงจะเห็นว่าจำนวนดวงนั้นลดลงนิดเดียวในการใช้งานได้ แต่จำนวนที่เห็นนั้นแทบจะไม่ลดเลยครับ

BATTERY

แบตตัวนี้ให้มา 4,500 mAh จัดเต็มขึ้นสำหรับสายเกมหรือใช้งานทั่วไปและเพื่อรองรับความแรงของ CPU ด้วยนั้นเองครับและข้อดีคือรองรับการใช้งานชาร์จไวสุด 25W ครับ ในการใช้งานนั้น ทั้งวันได้อยู่นะ 12 ชั่วโมงได้ เหลือ 19% จอเปิดไป 4 – 5 ชั่วโมงครับ ส่วนตอน 3 ทุ่มกลับมาบ้านเหลือ 30% ถือว่ากำลังดีเลยแหละใช้งาน นำทางหนักหน่วงมาก และเปิดเพลง เล่นโซเชี่ยลนิดหน่อยถือว่าไม่ได้ไหลมาก และ ใช้งานได้สบายอยู่ครับตัวนี้ถือว่าเรื่องแบตนั้นเป็นจุดเด่นได้อยู่ในตระกูล A ครับดีกว่าเรือธงที่เคยลองมาด้วยซ้ำแน่นอนว่าใครเน้นแบตอึดตัวนี้สบายมากๆ

GAMING SNAPDRAGON !

การเล่นเกมนั้นแน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่หลายๆคนนั้นถามหากันแน่นอนเลยแหละสำหรับ Snapdragon ตัวนี้เพราะค่ายนี้จะไม่ค่อยได้เห็นเท่าไรแค่รุ่นนี้เค้าใส่เข้ามากันแล้วครับและใช้งาน Snapdragon 730 ด้วยนะในเรทราคานี้คือถือว่าดีมากๆ และมีฟีเจอร์อะไรเข้ามาช่วยได้ค่อนข้างเยอะและมีระบบระบายความร้อนที่พอใช้ได้แต่ก็ยังมีอุ่นๆอยู่บ้างนะเท่าที่ทดสอบ แต่ภาพที่ลองนั้นปรับได้สวยและลื่นพอสมควรครับสำหรับสายเกมในเกมต่างๆทั้ง FPS / ROV เป็นต้น ส่วนฟีเจอร์นั้นจะมีอะไรมามั่งมาดูข้างล่างกันได้เลยจะเป็นพวกปรับแต่งในตัวระบบกันซะมากกว่านั้นเองครับ

เมื่อเราเข้าเกมนั้นจะปิัดขึ้นมาเป็นส่วนของ Game Booster ที่จะสามารถปรับอะไรได้พอสมควรเลยส่วนแถบข้างล่างนั้นจะเห็นว่าสามารถ ล็อคปุ่มอะไรได้ด้วยครับ และ ล็อคการสัมผัสหน้าจอเวลาเปิด บอทอะไรแบบนั้น และกดแคปหน้าจอได้ด้วย ส่วนข้างบนจะบอกเวลาที่เราเล่นได้ ความร้อน การใช้หน่วยความจำของเครื่อง และ การตั้งค่าการปิดแจ้งเตือนว่าปิดอะไรบ้างในการเล่นเกมครับ และมันจะปรับการใช้พลังงานให้เข้ากับการเล่นเกมของเราได้ด้วยนั้นเอง

CAMERA

ทางด้านของกล้องหลังในรุ่นนี้จัดเต็มมาให้มากกว่าเดิมครับให้มา 4 กล้อง และใช้เซนเซอร์ 64MP มากกว่ารุ่นเดิมและมากกว่า A51 แบบชัดเจนเลยครับ การออกแบบแบบใหม่วางแบบตัว L  ใส่ มาโครระยะใกล้เข้ามาด้วย ตัวกล้องหลักนั้น ใช้งาน 64MP จัดเต็มเอาเรื่องเลยครับ ส่วนด้านของมุมกว้าง 123 องศา นั้นก็ยังคงกว้างกว่าเรือธงแบรนด์อื่นๆอีกคือถ่ายมุมกว้างได้สนุกมากเลยสำหรับกล้องรุ่นนี้สามารถเก็บมุมอะไรแปลกๆได้เยอะมากถ้าใครสายถ่ายภาพครับ กล้องหลังในรุ่นนี้มาพร้อมกับ 4 ตัวความละเอียด 64 MP (F/1.8) ในเลนส์ระยะปกติ  + 8 MP (F/2.2) แบบมุมกว้างพิเศษไม่มี AF  + 5 MP (F/2.2) สำหรับจับระยะ และ + 5MP สำหรับ มาโครระยะ 4 เซนติเมตร ครับ มีโหมดถ่ายกลางคืนอะไรมาให้ครบ รวมถึงคุณภาพนั้นดีกว่าตัว A51 ด้วยเช่นกันครับ ส่วนเรืองมุมกว้างก็จัดเต็มมาให้ 123 องศาครับในการเก็บภาพจะเห็นได้ชัดว่ามุมมันกว้างมากก เลยทำให้ภาพนั้นจะมีขอบโค้งปกติครับ ส่วนเรื่องคุณภาพถ้าแสงเยอะๆคมชัดสวยดี สีแม่น เลนส์ปกตินั้นใช้งานได้ดีเลยแหละ กลางคืนอะไรนั้นเหมือนจะจัดการได้ดีกว่าตัว 51 พอสมควรครับอันนี้ใช้งานและค่อนข้างชอบและสวยจบมากกว่าตัว 51 แบบชัดเจนเลยแหละ

SELFIES

กล้องหน้ารุ่นนี้ยกมาแบบเดียวกับรุ่น A51ครับ เป็นแบบเจาะรูแล้วจุดที่แตกต่างกับรุ่นก่อนคงเป็นขนาดตัวกล้องที่เล็กกว่าเดิมและรูรับแสงที่แคบขึ้นเลยอาจจะทำให้เวลากลางคืนไม่ได้โหดเท่า แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไรครับ กล้องหน้ามาพร้อมกับการถ่ายที่สามารถถ่ายละลายหลังได้ และ ยังมีพวก AR Stickers พวกนี้มาให้เล่นกันเยอะแยะเลยครับและยังสามารถปรับหน้าเนียนอะไรได้ด้วย รองรับการถ่ายความละเอียดที่ 32 ล้านพิกเซล  F2.2 ครับแบบ Fixed Focus แน่นอนว่าการตั้งระยะกล้องนั้นทำออกมาได้ดีถ่ายสวยง่ายคมชัดและปรับหน้าเนียนไม่หลอกตาเกินไป แสงสีทำได้สมจริงครับไม่เพี้ยนและยังรองรับหน้าชัดหลังเบลอได้ค่อนข้างดี ไปชมตัวอย่างภาพถ่ายกันได้เลย ส่วนกลางคืนกล้องหน้านั้นมี Nightmode แทรกเข้ามาให้ด้วยคุณภาพในภาพรวมนั้นทำได้ดีในแง่ของโทนสีอะไรพวกนี้ถือว่าจัดการได้ดีมาก

VIDEO 

ในด้านของงานวีดีโอนั้นแอบรู้สึกว่าไม่ได้แตกต่างกับตัว A51 มากเท่าที่ควรทั้งการรองรับและคุณภาพในการถ่ายครับแน่นอนว่าการรองรับเหมือนกันทั้งหมดและยังไม่มี 60Fps เลยแต่ในเรื่องของการกันสั่นนั้นทำได้ดีในเรื่องของ FHD และ Super Steady แต่ในตัว 4K นั้นอาจจะไม่ได้มีกันสั่นเข้ามาครับส่วนเรื่องเสียงถ้าเสียงรบกวนไม่เยอะนั้นทำได้ดีแต่พอเสียงรบกวนเยอะๆอาจจะเสียงเข้ามาค่อนข้างง่ายไปหน่อยครับ ส่วนกล้องหน้าต้องบอกว่าทำได้ดีมากๆในงบประมาณนี้ทั้งเรื่องของโทนสีผิว และ การจัดการแสงสีที่ค่อนข้างสมดุลสำหรับใบหน้าและมีมุมที่กว้างใช้ได้เลยครับ

SAMSUNG GALAXY A71

“ตัวเทพสายเกม Snapdragon ยังคงตอบโจทย์ ลื่นไหล แรง กล้องหลังทำได้ดี”

สำหรับใครที่ชอบแบรนด์นี้ และ อยากได้ Snapdragon ในราคาไม่แรงตัวนี้มาแล้ว ตอบโจทย์ได้ดีในการเล่นเกมรวมถึงใช้งานทั่วไป และแน่นอนว่าทั้งหน้าจอ ดีไซน์ แบตอึด รวมถึงกล้องหลังทำได้ดีมากๆเลยทำให้มันมีดีมากกว่าเล่นเกมแน่นอนครับ ใช้งานทั่วไปได้เป็นเครื่องหลักได้เลยแหละในงบประมาณนี้ครับ ดีไซน์ด้านหลังพัฒนาขึ้นกล้องหลังถ่ายได้ดีขึ้นแน่นอนและการใส่เลนส์หลายๆระยะเข้ามามันลงตัวขึ้นแน่นอนเลย ส่วนข้อสังเกตุยังมีเรื่องความร้อนที่แอบอุ่นไวพอสมควรเลยครับและพวกวัสดุอะไรพวกนี้ยังไม่ใช่กระจกจริงๆและงานวีดีโออาจจะยังไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ถ้ารับเรื่องที่บอกไปได้ ในงบ 13K นั้นก็ถือว่าน่าสนใจพอสมควรได้ทั้งแบรนด์ อะไหล่ พวกนี้ที่ไว้ใจได้ และยังได้ Galaxy Gift มากินขนมอีกด้วยครับ และพวกเคส อุปกรณ์เสริมค่ายนี้บอกเลยว่าถามหาได้ง่ายพอสมควรเลยครับ

ข้อดี

  • หน้าจอสวย AMOLED แบบเจาะรูหน้าจอดีกว่าตัว 51 แบบชัดเจน
  • ใช้งาน Snapdragon 730 เร็วแรงใช้ได้เลย
  • ดีไซน์สวย บาง และเบา ฝาหลังสวยเล่นแสงสีได้ดีเช่นเดิม
  • กล้องหลัง 64 ล้านพิกเซล F1.8 คุณภาพดีพอสมควรพัฒนาขึ้นชัดเจน
  • กล้องหน้ามีมุมกว้างและลูกเล่นพอสมควร
  • มาพร้อม Android 10 และ ONE UI2
  • ยังคงมี Type-C + รู 3.5มม.
  • รองรับชาร์จไว 25W และ ให้ USB-C ทั้ง 2 ฝั่ง

ข้อสังเกต 

  • ไม่รองรับการถ่าย 60FPS ในทุกความละเอียด
  • ลายน้ำกล้องจะใหญ่ไปถึงไหนกันอีกแล้ว
  • วัสดุยังไม่ใช่กระจกในด้านหลัง

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Nineztr 

*รูปถ่ายจากกล้องมือถือทุกรูป ไม่มีการปรับแต่ง และ สามารถกดดูไฟล์เต็มแบบต้นฉบับได้นะครับ

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments