Vivo นั้นได้ทำการเปิดตัว Vivo S20 SE เป็นรุ่นน้องเล็กสุดในตระกูล V20 ที่จะทำราคาต่ำกว่า 1 หมื่นบาท จะเน้นๆในเรื่องของสเปก งานออกแบบ และ กล้องที่จะยังทำได้ดี รวมถึงการชาร์จไวนั้นยังคงให้มาที่ 33W เช่นเดียวกันกับรุ่นพี่เลยนั้นเอง และแบตให้มาที่ 4,100 mAh และทางด้านสเปกนั้นใช้งาน Snapdragon 665 พร้อมกับ RAM 8GB STORAGE 128GB และหน้าจอใช้งานหน้าจอ AMOLED 6.44 นิ้ว รองรับการสแกนนิ้วบนหน้าจอด้วยเช่นกัน แน่นอนว่ารุ่นนี้ ตัวเครื่องเด่นๆนั้นถือว่าทำได้บางมากๆที่ 7.83 มิลลิเมตร และน้ำหนักนั้นแค่ 171 กรัม  เป็นอีกรุ่นนึงที่เน้นงานออกแบบ การพกพาอย่างมาก และ สเปคในการใช้งาน และงานออกแบบนั้นทำได้ดี

VIVO V20 SE เปิดตัวมาพร้อมกับ CPU Snapdragon 665 ที่นวัตกรรม 11nm พร้อมกับใช้งาน RAM 8GB STORAGE 128GB แบบ UFS และมาพร้อมกับหน้าจอ 6.44 นิ้วใช้งานหน้าจอแบบ  AMOLED ในความละเอียด FHD+ พร้อมกับสเปกที่ใช้งาน Contrast Ration 2,000,000:1 และแสดงผลสีได้ครอบคลุม 103% NTSC ถือิว่าเป็นหน้าจอที่คุณภาพดีมากๆอีกตัว พร้อมกับรองรับการสแกนนิ้วบนหน้าจอ และ Always ON ด้วยเช่นกัน ทางด้านกล้องหลังให้มา 3 ตัวรองรับการใช้งานมุมกว้าง พร้อมกับ AF และเป็นเลนส์หลัก กล้องหลัง 48MP (f/1.8), LED flash + กล้องมุมกว้าง 8MP (f/2.2) + กล้องตรวจจับความลึก 2MP (f/2.4) และ กล้องหน้า 32MP (f/2.0) มาพร้อมโหมดการถ่ายเยอะแยะพอสมควร ส่วนทางด้าน แบตนั้นใช้งาน 4,100 mAh รองรับการชาร์จไวแบบรุ่นพี่ที่ 33W Flashcharge ด้วยถือว่าจัดเต็มครับ และแน่นอนว่าทางด้านงานออกแบบนั้นสวยงาม และ มีความหรูหรา แม้จะใช้งานวัสดุพลาสติกก็ตามในด้านหลัง

VIVO V20 SE

Vivo V20 SE เปิดราคาทางการออกมาเพียง 8,699 บาท เท่านั้นมีให้เลือก 2 สีคือสีดำ Gravity Black และสีฟ้า Oxygen Blue

UNBOX

  • ตัวเครื่อง VIVO V20 SE
  • เคสใส TPU
  • ที่ชาร์จ VIVO FLASHCHARGE 2.0 33W
  • สายชาร์จ USB-C
  • หูฟัง Earbuds แบบเดียวกับรุ่นก่อน
  • คู่มือ ที่จิ้มซิม

เคสถือว่ามีความหนาเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า และแบบเดียวกับ V20 ตัวขอบกินเข้ามาบนหน้าจอและมีความหนาสูงกว่าหน้าจอทำให้วางคว่ำได้สบาย ส่วนฝาหลังนั้นก็คลุมได้หมดครับรวมถึงตัวเลนส์กล้องนั้นก็ทำออกมาปิดได้ดีมีความหนาขึ้นมาปกป้องได้เวลาวางต่างๆใช้งานทั่วไป ส่วนตรงพอร์ทชาร์จไม่มีจุกปิดมาให้แล้วครับ และ เคสนั้นมีความนูนขึ้นมาปกป้องตัวเลนส์และหน้าจอขึ้นมาอีกครับ และ ทั้ง 4 มุมนั้นในด้านหน้าจะทำความสูงพิเศษขึ้นมาเพื่อที่จะปกป้องหน้าจอให้ดีขึ้นไปอีกเวลาตกหรือวางคว่ำครับ แต่ในแง่ของความสูงหรือหนาอาจจะไม่ได้สูงมากนักครับในรุ่นนี้ ตัวเคสภาพรวมปกป้องได้ดีแต่อาจจะไม่ได้หนามากนัก เวลาตกกระแทกแต่ก็ทำให้ไม่หนักมากเกินไป

จะเห็นว่าตัวเคสนั้นมีการปกป้องได้ดีพอสมควรในเรื่องเลนส์กล้องและหน้าจอ แต่อาจจะไม่ได้สูงหนาขึ้นมามากนักแต่ก็ถือว่าพ้นระยะเวลาวางคว่ำหรือใช้งานได้ดีพอสมควรเลยครับสำหรับเคสที่แถมมาให้ในกล่องรุ่นนี้ ขอบเครื่องมีการเพิ่มความหนาเข้ามาให้ทำให้เรื่องของการปกป้องเวลาตกอะไรทำได้ดีเลยแหละ ส่วนตัวพอร์ทมีจุกปิดกันฝุ่นมาให้

DESIGN

งานออกแบบดูดีอย่างมากและการทำฝาหลังออกมาสวยงามเงาเล่นแสงสีได้ดีรวมถึงป้องกันรอยได้ดี ตอนแรกที่จับสัมผัสไม่คิดว่าจะใช้งานวัสดุพลาสติกนะครับ ถือว่า VIVO ทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดมากๆเลยทั้งการเล่นแสงสีที่สวยงามและเด่น รวมถึงสะท้อนแสงได้สวยแม้จะเป็นพลาสติกก็ตามจุนี้แตกต่างกับพลาสติกค่ายอื่นเยอะมาก อีกทั้งการใช้งานวัสดุแบบนี้ช่วยให้น้ำหนักเบา และบางมากๆตัวนึงเลย ส่วนการวางกล้องจะแตกต่างกับ V20 V20 PRO ชัดเจนครับเป็นกล้องเรียงกัน 3 ตัว และสแกนนิ้วย้ายไปบนหน้าจอแล้วทำให้ฝาหลังนั้นเรียบๆเลยจุดนี้ถือว่าทำได้ดี

ทางด้านหน้าจอนั้นมาพร้อมกับหน้าจอ ขนาด 6.44 นิ้วใช้งานแบบ AMOLED Halo FullView Display  พร้อมกับการออกแบบติ่งหน้าจอครับ รองรับการสแกนนิ้วบนหน้าจอมาพร้อมกับความละเอียด FHD+ ถือว่าหน้าจอสวยและดีไซน์นั้นแอบคล้ายรุ่นพี่มากๆ พื้นที่หน้าจอสูงถึง 90.12% ความอิ่มตัวของสี 103% NTSC จอแสดงผล 16 ล้านสี ค่าคอนทราสต์ 2000000: 1 แสดงสีที่เป็นจริงและเป็นธรรมชาติ

ทางด้านขอบด้านบนนั้นเป็นที่อยู่ของลำโพง กล้องหน้า เซนเซอร์ต่างๆมาพร้อมกับ กล้องหน้า 32MP F2.0 รองรับการใช้งานได้ดีครับ ดีไซน์แอบย้อนยุคไปนิดหน่อยไม่ได้ใช้งานหน้าจอแบบเจาะรู ส่วนขอบเครื่องนั้นทำได้บางกำลังดี

ขอบด้านล่างนั้นมีขนาดอยู่ระดับนึงไม่ได้บางเท่ากับขอบด้านอื่นๆ มาพร้อมกับปุ่มควบคุม มาตรฐาน หรือปรับเปลี่ยนอะไรได้ปกติครับ แน่นอนว่าติดฟิล์มอะไรมาให้ใช้งานกันแล้วเรียบร้อยครับ

ขอบเครื่องด้านซ้ายนั้นเรียบๆไม่มีปุ่ม หรือ ถาดซิมอะไรใส่เข้ามาเลยแม้แต่น้อย จะเห็นว่าเครื่องนั้นบางมากๆครับ และเป็นการเล่นสีสันแบบสีเงินปัดเงา ผสมกับสีน้ำเงินอ่อนๆแบบฝาหลังถือว่ามี่ความเรียบหรูและสวยงามเอาเรื่องเลยนะ

ขอบเครื่องด้านล่างนั้นจะเป็นว่ามีสีน้ำเงินนิดหน่อยครับ พร้อมกับ รู 3.5มม. ไมค์ USB-C และ ลำโพงหลักของตัวเครื่อง และจะเห็นว่าเล่นขอบสีเงินเงาสวยงามและมีความบางมากๆเมื่อเทียบกับรุุ่นอื่นๆของทางค่ายนี้เลยนั้นเอง

ขอบเครื่องด้านขวานั้นจะเป็นปุ่ม Power เพิ่ม ลดเสียง และขอบเครื่องนั้นจะเป็นงวัสดุพลาสติกแต่ก็เล่นเงาอะไรได้สวยเลยแหละ และจะเห็นว่ากล้องหลังนั้นนูนขึ้นมานิดหน่อยไม่ได้เยอะมาก

ขอบเครื่องด้านบนนั้นเราจะเห็นว่ามี รูไมค์ตัดเสียงใส่เข้ามาให้พร้อมกับ ถาดซิมแบบ Triple Slot รองรับการใช้งานได้ทั้งหมด และมีซีลยางอะไรมาให้ด้วยครับ ส่วนถาดซิมนั้น Nano SIM ใช้งานมาตรฐานรองรับได้ทั่วไปเลยนั้นเอง

กล้องหลังนั้นให้มาทั้งหมด 3 ตัวรองรับการใช้งาน มุมกว้าง มาโคร และ มุมปกติ รวมถึงเป็นเลนส์จับระยะด้วยเช่นกันครับ มาพร้อมกับการออกแบบที่แตกต่างกับรุ่นพี่นิดหน่อย มาพร้อมกับสเปคกล้อง กล้องหลักมาพร้อมกับ 48 MP F1.8 บน กล้องอัลตร้าไวด์ 8MP F2.2 มุมกว้าง 120 องศา พร้อมกับ ระบบออโต้โฟกัสทำให้สามารถถ่ายมาโครได้เพียง 2.5 เซนติเมตร แล ตัวสุดท้ายนั้นจะเป็นกล้องจับความลึก 2MP และไฟแฟลช LED ทั้งหมด 2 ดวงให้มา

ฝาหลังนั้นจะเน้นสีเงาสวยพร้อมกับการไล่สีน้ำเงินที่ขอบเครื่องด้านล่างจะเป็นการออกแบบที่แตกต่างกับรุ่นพี่ชัดเจน เพราะรุ่นพี่จะเป็นสีแบบด้านกระจก แต่ในรุ่นน้องนั้นจะเป็นการออกแบบฝาหลังแบบเงาและใช้งานวัสดุพลาสติกแทน แต่เป็นพลาสติกที่งานออกแบบ ผิวสัมผัสนั้นดีกว่าทั่วไปมากๆการไล่สี การสะท้อนแสงใกล้เคียงกระจกมากๆและเงาสวยมากจริงๆ รวมถึงเป็นรอยขนแมวได้ยากกว่าพลาสติกค่ายอื่นๆที่เคยสัมผัสมา จุดนี้อยากให้ไปลองสัมผัสกันครับ งานออกแบบรุ่นนี้จะใช้ แรงบันดาลใจจาก จักรวาล และความสง่างามของธรรมชาติ การไล่ระดับสีดำเข้มที่ดูหรูหรา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นสีที่ชื่อ Gravity Black นั้นเองแนวคิดคล้ายๆกับ จักรวาลของเราแรงโน้มถ่วงต่างๆ

SPEC

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว (2400×1080 พิกเซล) Full HD+
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 665 11nm ที่ใช้การ์ดจอ Adreno 610
  • RAM 8GB + ความจำ 128GB ที่ใส่ microSD การ์ดเพิ่มได้ถึง 1TB
  • Android 10 ที่ครอบด้วย Funtouch OS 11
  • ซิมคู่
  • กล้องหลัง 48MP (f/1.8), LED flash + กล้องมุมกว้าง 8MP (f/2.2) + กล้องตรวจจับความลึก 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า 32MP (f/2.0)
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • รูแจ็ค 3.5mm, FM Radio
  • ขนาดตัวเครื่อง: 161.00×74.08×7.83mm; น้ำหนัก: 171กรัม
  • รองรับ Dual 4G VoLTE, WiFi 802.11 ac (2.4GHz + 5GHz), Bluetooth 5, GPS + GLONASS, USB Type-C
  • แบตเตอรี่ 4,100mAh รองรับชาร์จเร็ว 33W

PERFORMANCE

ประสิทธิภาพในรุ่นนี้รองรับการใช้งานทั่วไปได้ดี ยังคงใช้งาน Snaodragon 665 ตัวล่าสุดพร้อมกับ RAM 8GB STORAGE 128GB ทำงานรองรับได้ดีพอสมควรครับ ทางด้านคะแนน Antutu นั้นทำไปที่ 187278 คะแนนรวมถึงทางด้าน Geekbench นั้นทำไปได้ที่ 314 และ 1359 คะแนน และอ่านเขียนนั้น UFS ทำให้ได้ 509 MB/s เลยทีเดียวในความเร็วของการอ่าน และเขียนนั้นจะเป็น 223 MB/s และ แน่อนว่าทางด้านการรองรับการใช้งาน NETFLIX HD ความละเอียดสูงได้สบายๆ ผ่านมาตรฐาน L1 ใช้งานได้ทั่วไป และภาพคมชัดกว่า L3 ชัดเจน

SYSTEM UI

ทางด้านหน้าตาระบบอะไรนั้นยังคงใช้ Funtouch OS 11 บนตัว Android 10 มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างครับ ทั้งหน้าตาการตั้งค่า Quick Setting มันไปอยู่ตำแหน่งที่ควรจะเป็นแล้วในด้านบน แต่หน้าตาอะไรยังไม่ได้โดดจาก 10-11 มากนักครับเปลี่ยนหลักๆคือตัวตั้งค่าตามที่แจ้งไปและฟีเจอร์ตามระบบ 10 นั้นเองครับ คล้ายๆกับรุ่น V20 ก่อนหน้าแต่น่าเสียดายว่าในรุ่น V20 SE ตอนนี้ยังไม่ได้อัพเป็น Android 11 แบบรุ่น V20 ก่อนหน้านี้ครับ

การดูการแจ้งเตือนนั้นสามารถลากลงมาได้เหมือนรุ่นอื่นๆ ส่วนการตั้งค่าหลังจากรุ่นก่อนๆค่ายนี้จะเป็นการปัดขึ้นมาจากด้านล่าง แต่ครั้งนี้เลื่อนลงมาจากด้านบนแบบรุ่นอื่นๆแล้วเหมือนคนอื่นซะทีครับถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนหลักๆ ส่วนการแบ่งหน้าจออะไรสามารถทำได้สบายๆ และหน้าตานั้นมีการเปลี่ยนแปลง คลีนขึ้นดูสวยขึ้นเยอะมากทันสมัยขึ้นครับ

Storage 128 GB จะว่างให้ใช้งาน 110 โดยประมาณครับ และในส่วนของ RAM 8 GB นั้นใช้งานไป 3.7 GB เท่านั้นเองถือว่าน้อยพอสมควรเลยตัวระบบของมัน และทางด้านคีย์บอร์ดนั้นใช้งาน Google G Board นั้นเอง

อีกส่วนที่น่าสนใจของแบรนด์นี้ถือว่าเป็นการปรับแต่งที่หลากหลายมากๆในการใช้งานครับทั้งตัว Animation ที่เปลี่ยนได้เยอะมากอีกทั้งยังมีไฟขอบเครื่องแจ้งเตือนรอบๆวิ่งรอบหน้าจอเปลี่ยนสีอะไรได้ด้วยนะ แจ้งแทนไฟแจ้งเตือนนั้นเองครับ ส่วนตัว อนิเมชั่นปรับได้เยอะมากๆทั้งการชาร์จ สแกนนิ้ว หน้าจอตอนเข้าจากหน้าปลดล็อคพวกนี้

เปลี่ยนได้หลากหลายมากๆครับทั้ง หน้าตาตอนชาร์จ หน้าตาตอนเสียบชาร์จรวมถึง หน้าตาเวลากดปิดหน้าจอครับถือว่าเป็นการปรับแต่งที่หลากหลายมากๆทำให้นึกถึงใน Android ยุคก่อนๆที่รูทและปรับเปลี่ยนหน้าตา Effect อะไรกันได้หรือจะเป็นการปรับแต่งอื่นๆถือว่าเป็นค่ายที่ปรับได้เยอะที่สุดแล้วเท่าที่ลองๆมาในยุคนี้นะครับอันนี้แตกต่างเลย

Gesture แน่นอนว่ารองรับเหมือนกันทั้งแคปหน้าจอรวมถึงการเตือนเวลายกหรือจะเป็น Smart Feature ทั้งหมดแนบหูแล้วรับอะไรพวกนั้นครับและปุ่มการนำทางนั้นสามารถเปลี่ยนได้ด้วยทั้งรูปแบบ และ การจัดวางหรือเต็มจอครับ

THEME

การปรับเปลี่ยนธีมก็มีมาให้ครับ สามารถเปลี่ยนได้เยอะแยะเลยแต่หลักๆนั้นจะเป็นการเปลี่ยนหน้าตาของไอคอน และ พื้นหลัง หน้าจอล็อคซะส่วนใหญ่และแอปของทาง Vivo บางแอปที่หน้าตาจะเปลี่ยนตามครับ และก็สามารถเปลี่ยนฟอนต์อะไรได้ถือว่าเปลี่ยนได้เยอะกว่าหลายๆรุ่นในสมัยนี้ เพราะหลังๆหลายๆค่ายจะไปเพียวกันหมดแล้วด้วยนั้นเองทำให้อาจจะเบื่อหน้าตาเดิมๆกันได้ แต่ของทาง Vivo เองนั้นเปลี่ยนได้รวมถึงหน้าตอนโทรเข้าออกด้วยครับ

SCREEN

ทางด้านหน้าจอของทาง VIVO V20 SE รุ่นนี้แน่นอนว่าปรับมาใช้งานหน้าจอแบบติ่งหน้าจอตรงกลางถ้ามองกันตรงๆถือว่าเป็นการปรับมาใช้งานหน้าจอแบบย้อนยุคเกินไปหน่อยเพราะในรุ่นใหม่ๆเปลี่ยนมาใช้งานหน้าจอแบบเจาะรูทั้งหมด อันนี้ถือว่าเป็นจุดที่น่าเสียดายและไม่สวยเท่าไรนัก แต่ทางด้านสเปคนั้นไม่ได้น้อยหน้ารุ่นก่อนๆเลยและทำได้ดีด้วยเช่นกันมาพร้อมกับหน้าจอ ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 20:9 ความหนาแน่น สัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องถึง 90% AMOLED  มีคอนทราสต์เรโชสูงถึง 2,000,000:1 และแสดงผลสีได้ครอบคลุมถึง 103% NTSC  ของความแม่นยำสีหรือคุณภาพสีนั้นยังคงทำได้ดีเช่นเดิมสวยสดและสีมุมมองทำได้ดี และที่ชอบคือเรื่องของการสัมผัสหน้าจอนั้นทำได้ติดนิ้วและเนียนตาเป็นอย่างมากเป็นจุดที่ค่ายนี้ยังคงเด่นและสัมผัสใช้งานได้ลื่น หน้าจอแม้จะไม่เทพเท่ารุ่น V20 รุ่นพี่ในแง่สเปค แต่ในการใช้งานจริงให้ความรู้สึกอะไรได้ไม่ต่างกันเลยครับ แค่ความสดหรืออิ่มของหน้าจอนั้นอาจจะไม่ได้เท่ากับรุ่นพี่ แต่ถ้ามองเทียบกับเรทราคาประมาณนี้ถือว่าทำได้ดีมาก

สำหรับในมุมมองในด้านอื่นๆนั้นก็ถือว่ายังทำได้ดีอยู่เหมือนกันครับทั้งในแง่ของการใช้งานทั่วไปและในการดูหนังต่างๆมุมมองรองรับได้สบายๆ ตัวหน้าจอนั้นมีฟิล์มกันรอยติดมาให้แล้วนิดหน่อยครับ และหน้าจอที่ลองนั้นสู้แสงได้กำลังดีและมีสีสันสวยงามครับ และที่ชอบคือการสัมผัสทัชอะไรก็ทำได้ดีเลยแหละไม่ต่างกับรุ่นก่อนๆครับถือว่าเรื่องสัมผัสค่ายนี้ทำได้ดีนะ มิติของภาพอะไรสวยและกว้างแต่ความสดจัดจ้านอาจจะไม่ได้เยอะมากแต่ก็สามารถปรับได้นิดหน่อยแต่สีจะเน้นความธรรมชาติและไม่เวอร์มากเกินไปครับในจอรุ่นนี้ ถ้าใครชอบหน้าจอสวยและมีการสัมผัสดีมาก

หน้าจอ Always On ในรุ่นนี้ยังคงใส่เข้ามาให้พร้อมกับรองรับการใช้งานเปิดตลอดเวลาเพราะว่าใช้งานหน้าจอ AMOLED ทำให้รองรับฟีเจอร์นี้ด้วยเช่นกัน แต่ถ้ามองในแง่ของการปรับแต่งหรือว่าสีสันนั้นแตกต่างกับรุ่นพี่ก่อนหน้าพอสมควรครับ ในรุ่นนี้จะรองรับเป็นแบบขาวดำ พร้อมกับปรับแต่งหน้าตาได้หลากหลายแบบทั้งแบบ นาฬฺกาเข็มและดิจิตอล แต่น่าเสียดายว่าไม่รองรับแบบสีสันแบบรุ่น V20 PRO ก่อนหน้านี้ครับแต่ก็ถือว่าตามเรทราคาของแต่ละรุ่น

รุ่นนี้ได้ใช้งานสแกนนิ้วบนหน้าจอสานต่อจากรุ่นก่อนๆครับ และ รองรับการทำงานได้ค่อนข้างไวเหมือนกับหลายๆรุ่นของทาง Vivo เลยสามารถเปลี่ยน Effect เวลาสแกนได้ด้วย ถือว่าเป็นค่ายแรกๆที่ใช้งานเทคโนโลยีนี้ครับ เลยทำให้เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลยเรื่องของการทำงานและความไวในการทำงานนั้นทำได้ดีมากๆ และสามารถเพิ่มหลายๆนิ้วได้ปกติ ตำแหน่งการใช้งานอยู่ในตำแหน่งกำลังดีครับไม่ได้ สูงหรือต่ำเกินไป แม้จะติดฟิล์มก็สามารถใช้งานได้สบายๆ

SOUND

หูฟังนั้นเหมือนรุ่นก่อนหน้าหรือรุ่น V20 เป็นทรงแบบ Earbuds ทรงธรรมดาเลยแน่นอน ว่าเน้นในเรื่องของใส่สบาย แต่ถ้าเสียงแน่นๆนั้นอาจจะสู้กับแบบ In-Ear ไม่ได้เท่าไรนักรวมถึงการเก็บเสียงจากภายนอกด้วย ทำให้เสียงในรุ่นนี้จะไม่สามารถคุมเสียงได้แบบ In-Ear แน่นอน มาที่เรื่องของเสียงกันก่อนทางด้านรุ่นนี้ เสียงในตัวนี้ถ้าฟังจากตัวเครื่องนั้นกำลังขับอะไรนั้นถือว่ากลางๆครับไม่ได้เด่นมากนักต้องบอกว่าน่าเสียดายเพราะในรุ่นก่อนๆนั้นเสียงจะเน้นมากๆแต่หลังๆเหมือนจะหายไปแล้ว กำลังขับ เสียงกำลังดี โทนเสียงยังคงเน้นในเรื่องของรายละเอียดเด่นกว่านิดหน่อยและ เสียงเบสมาแบบน้อยๆครับไม่ได้เยอะอะไรมาก เสียงผ่านรู 3.5 มม. นั้นยังคงมีความใกล้เคียงกับรุ่น V20

ในเรื่องเสียงของทางหูฟังที่แถมมานั้นเสียงจะไม่แน่นเหมือนกับรุ่นก่อนๆหรือแบบ In-Ear แล้ว แต่ข้อดีที่ใส่เข้ามาในหูฟังทรงแบบนี้นั้นคือมันทำให้ใส่ได้สบายขึ้นใส่ออกกำลังได้ง่ายขึ้นและใช้งานได้ง่ายขึ้นด้วยเวลาใส่และไม่อึดอัดอาจจะเป็นข้อดีของใครหลายๆคนที่ชอบอะไรแนวนี้ครับแต่เรื่องเสียงแน่นอนมันเก็บเสียงอะไรได้ไม่เท่าตัวก่อนแล้วด้วย เสียงที่ได้จากหูตัวนี้จะเน้นเสียงแหลมเด่น เสียงร้องชัดครับเวลาคุยโทรศัพท์นั้นชัดเจนได้ยินดี แต่เสียงย่านต่ำหรือเบสนั้นอาจจะไม่ได้แน่นสะใจมากเท่าไรครับ เวทีเสียงกลางๆไปทางแคบนิดนึง แต่ก็ถือว่าไม่ได้แย่ถ้าเทียบกับหูฟังรุ่นอื่นๆในเรทราคาที่เป็นของแถมมากับเครื่องแน่นอนว่าทำได้ดีกว่าหลายๆตัวที่เป็นทรงนี้นะครับในหลายๆย่านก็ทำได้ดี

SPEAKER

GPS

ในการนำทางไม่เจอหลุดหน่วงอะไรนั้นถือว่าทำได้ดีกว่าเดิมพอสมควร Snapdragon แล้วก็อาจจะมีส่วนช่วยในเรื่องนี้ได้ด้วยการจับที่ดีขึ้นกว่าเดิมและไวกว่าเดิมครับในการทดสอบใช้งานจริง และผ่านแอปนั้นทำได้ประทับใจอยู่เหมือนกัน โดยทดสอบในที่ร่มหรือใต้ทางด่วนพวกนี้ เจอทั้งหมด 48 ดวง และ จับได้ 15 ดวง ส่วนที่โล่ง บนรถ กลางแจ้งทำได้ 38 ดวง จากทั้งหมด 51 ดวง ครับถือว่าอยู่ในระดับที่ดีพอสมควรเลยแหละและนำทางใช้งานได้ไม่มีปัญหาเลย

BATTERY 33W FLASH CHARGE

ทางด้านความจุแบตตัวนี้มาพร้อมกับ 4,100 mAh มากกว่ารุ่น V20 นิดหน่อยครับ ในเรื่องของการรองรับชาร์จไวสูงสุดยังคงเท่าเดิมคือ 33W จริงๆตัวแบตให้มาเยอะพอสมควรแล้วนะเมื่อเทียบกับ CPU ของมันเลยทำให้การใช้งานในภาพรวมนั้นอึดมากๆ และยิ่งได้ใช้งานรองรับการชาร์จเข้าแบบไวมากๆเข้ามา ทำให้ชาร์จแบตจาก 5-100 ได้ไม่นานเลยทางเราเลยขอทดสอบด้วยเลยว่าใช้งานเวลาการชาร์จได้ 57 นาที ครับ และในส่วนการใช้งานนั้นทั้งวัน 14 ชั่วโมง หน้าจอเปิด 6 ชั่วโมง ใช้งานหนักมาก แบตเหลือ 29% ครับ ถือว่าใช้งานทั้งวันได้แบบสบายๆมีเล่นเกม ดูหนังยาวๆครับและเปิดใช้งานทั่วไปถือว่าตอบโจทย์สำหรับสายใช้งานทั่วไป เล่นเกมได้ดีมากและชาร์จเข้าไวเอาเรื่อง

GAMING

CAMERA 

ทางด้านกล้องหลังนั้นถือว่าเป็นอีกจุดที่ต้องบอกว่าทำออกมาได้ดีแม้ว่าจำนวนกล้องอะไรอาจจะไม่ได้เยอะ แต่บอกเลยว่าคุณภาพในการถ่ายนั้นทำได้ดีกว่า หลายๆรุ่นที่กล้อง 4-5 ตัวด้วยซ้ำเพราะว่าทาง Vivo ใส่เลนส์คุณภาพดีๆเข้ามา ในเลนส์มุมกว้างนั้นรองรับถ่าย มาโคร 2.5 เซนติเมตรด้วยเช่นกัน ทำให้เป็นเลนส์ 3 เลนส์แต่ถ่ายได้ทั้ง มุมกว้าง-มาโคร-ทั่วไป-และจับระยะได้ไม่ต่างกับรุ่นอื่นๆและ การที่มุมกว้างนั้นมี Autofocus เข้ามาบอกเลยว่าคุณภาพใช้งานได้จริงครับ ทางด้านสเปคกล้องนั้นใส่เข้ามาให้จัดเต็ม ประกอบด้วย กล้องหลักมาพร้อมกับ 48 MP F1.8 บน กล้องอัลตร้าไวด์ 8MP F2.2 มุมกว้าง 120 องศา พร้อมกับ ระบบออโต้โฟกัสทำให้สามารถถ่ายมาโครได้เพียง 2.5 เซนติเมตร แล ตัวสุดท้ายนั้นจะเป็นกล้องจับความลึก 2MP จับระยะต่างๆครับในการถ่ายบุคคลนั้นเองส่วนฟีเจอร์การถ่ายอะไรนั้นจัดเต็มเช่นเดิมพร้อมกับ โหมดกลางคืนใส่เข้ามาให้พร้อมใช้งานด้วยเช่นกันถือว่า กล้อง คุณภาพนั้นทำได้ดี และ จากที่ทดลองใช้งานนั้น ทั้งกลางวันกลางคืนอยู่ในระดับที่ดี และ โทนสีอะไรค่อนข้างแม่นมากๆครับ

PORTRAIT

SELFIE

กล้องหน้าในรุ่นนี้แม้จะไม่ได้ 44MP แบบรุ่นพี่ แต่ก็ยังจัดเต็ม 32MP F2.0 เข้ามาให้ครับแต่ไม่มี AF นะครับเพราะว่าในเรทราคานี้ถ้ามีก็เกินไปมากจริงๆ แม้จะเป็น 32MP แต่ทำออกมาได้ประทับใจจริงๆต้องขอยอมรับอย่างนึงว่า Vivo นั้นเป็นค่ายที่เน้นกล้องหน้าและถ้าใครเน้นเรื่องนี้ ไม่ต้องไปดูค่ายอื่นเลยจริงๆทำออกมาได้ลงตัวทั้ง คุณภาพ โทนสี และฟีเจอร์ในการถ่ายต่างๆและ สกินโทน ความสวยเนียนของใบหน้านั้นทำได้ลงตัวจริงๆ มุมมองอะไรทำได้กว้างกำลังดี และ ฟีเจอร์ในการถ่ายกลางคืน โหมดกลางคืน รวมถึง แสงไฟช่วยนั้นจัดเต็มมาให้ใช้งานกันเลยครับ กับ Face Beauty, Pose Master, bokeh effects และรูปแบบศิลปะที่หลากหลาย ให้คุณถ่ายภาพบุคคลเหมือนดาราได้อย่างง่ายดาย Multi-Style Portrait ช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนการแต่งหน้าได้หลากหลายสไตล์ พร้อมด้วยเอฟเฟกต์โบเก้ ตลอดจนโทนสีและการแต่งหน้าที่เข้ากัน เพียงแค่คลิกเดียวก็เปลี่ยนสไตล์ของคุณได้อย่างสวยงาโหมด AI Face Beauty ความงามอัพเกรด 5 เท่า ที่ครอบคลุมในเรื่องพื้นผิว สีผิว รูปร่าง ลักษณะใบหน้า และการแต่งหน้า นอกจากนี้ยังมีโหมดการปรับความงามของผู้ชายให้เหมาะสม และการปรับแต่งเอฟเฟกต์ผู้ชายที่ดูแข็งแกร่ง

VIDEO 

 

VIVO V20 SE

” กล้องหน้าเด่น ฟีเจอร์เยอะ พร้อมกับ ดีไซน์บางเบาและ ชาร์จไว 33W จัดเต็ม “

มือถือที่เน้นในเรื่องของกล้องหน้าคงหนีไม่พ้นค่าย Vivo และต้องบอกกันตรงๆว่าถ้าใครที่เน้นเรื่องของกล้องหน้าในเรทราคาเดียวกันไม่มีค่ายไหนสู้เรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน และในรุ่น V20 SE นั้นเป็นอีกตัวที่ในเรทราคาไม่แพงแต่หลายๆส่วน โดยเฉพาะงานออกแบบที่ดูดีและสวยงามในการเล่นสีสันรวมถึง กล้องหน้า กล้องหลังที่ทำได้ดีทั้งตัวเลนส์มุมกว้าง การถ่ายกล้องหน้า และฟีเจอร์ในการถ่ายกลางคืนต่างๆนั้นเป็นค่ายที่จัดเต็มมาให้ตลอด รวมถึงการชาร์จไว 33W และ แบตที่จัดการออกมาได้ดีมากๆตัวนึงทำให้โดยรวมนั้นใช้งานได้ลงตัวมาก ส่วนหน้าจอนั้นเรื่องของงานออกแบบ อาจจะไม่ทันสมัยมากนัก รวมถึงยังเป็น 60Hz อาจจะดูไม่ลื่นไหลเท่าไรเมื่อเทียบกับคู่แข่งตัวอื่น

ข้อดี

  • ความหนาตัวเครื่องเพียง 7.83 มิลลิเมตร น้ำหนัก 171 กรัม
  • หน้าจอ AMOLED รองรับการใช้งานได้ดี สแกนนิ้วบนหน้าจอ
  • มาพร้อมชาร์จไว 33W FlashCharge
  • กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซลทำได้ดี คุณภาพใช้งานได้จริง
  • ที่แสงน้อย กล้องหน้าถือว่ารองรับได้ดี
  • กล้องหลัง อิสระในการใช้งาน และ คุณภาพทำได้ดี
  • ดีไซน์ตัวเครื่อง หรู แพง สวย เกินราคา
  • Snapdragon 665 11nm ทำงานได้ดี
  • แบตค่อนข้างอึดใช้งานได้นาน
  • มาพร้อม Android 11

ข้อสังเกต

  • ฝาหลังนั้นเป็นวัสดุ พลาสติก
  • งานออกแบบหน้าจอยังคงดูย้อนยุคไปนิดหน่อย
  • หน้าจอยังคง 60Hz

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Nineztr 

*รูปถ่ายจากกล้องมือถือทุกรูป ไม่มีการปรับแต่ง และ สามารถกดดูไฟล์เต็มแบบต้นฉบับได้นะครับ

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments