ROG รุ่นใหม่เปิดตัวในชื่อ Zephyrus S แน่นอนว่าตระกูลนี้จะเน้นความบางเบา และ ประสิทธิภาพที่ค่อนข้างแรงจัดเต็มมาให้ครับรวมถึงการออกแบบที่สวยงามและยกตัวเครื่องยังคงมีมาให้ในรุ่นนี้ และครั้งนี้มีอะไรหลายๆอย่างพัฒนาขึ้นรวมถึงหน้าจอ และ ประสิทธิภาพครับ ในรุ่น Zephyrus S GX502G นั้นจะเด่นๆเลยคือมาพร้อมหน้าจอ 240Hz 3MS G-Sync ด้วย และ ระบบเสียงที่มาพร้อมกับ ESS Hires รวมถึงการ์ดจอ RTX 2060 ต้องบอกว่าน่าสนใจครับเป็นไม่กี่ค่ายที่เน้นเรื่องเสียงและหน้าจอมากขนาดนี้และด้วยการออกแบบนั้นทำให้มันบางที่สุดเลยในตอนนี้ส่วนเรื่องของความร้อนวัสดุการใช้งานจริงๆนั้นจะเป็นยังไงกันบ้าง เรามาดูรีวิวกันเลย ROG Zephyrus S

ROG Zephyrus S เปิดตัวมาด้วยการที่ยังเป็น Gaming Notebook ที่บางเบาที่สุดเช่นเดิมและเป็นการต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้ามาใช้ตระกูลการ์ดจอ RTX แล้วนั้นเองอีกทั้งยังมาพร้อมกับ CPU Gen 9 ตัวล่าสุดรวมถึงทำราคาได้ดีด้วยครับ ในตระกูลนี้จะเน้นบางเบา ทำงานได้ เล่นเกมดี ออกแบบเรียบๆสวยไม่หวือหวามากนัก ส่วนเรื่องของความบางเพียงแค่ 18.9 มม. เท่านั้น และหน้าจอนั้นก็จัดเต็มมาให้ด้วย 15.6 นิ้ว FHD IPS และ 240Hz 3ms เลยถือว่าเป็นรุ่นที่ความถี่สูงมากๆเล่นเกมลื่นสุดๆครับ และ ความแม่นยำของสีก็ทำได้ดีและได้การรับรองมากมายเช่น Pantone ครับ และได้ RAM 16GB SSD 512GB ค่อนข้างครบๆเลยครับ และดีไซน์หน้าจอที่ทำได้บางๆรวมถึงไฟ RGB ที่ท้ายเครื่องทั้งหลาย และ ในเรื่องเสียงยังมาพร้อม DAC ESS Sabre และ รองรับ Hires Audio ด้วย

ROG ZEPHYRUS GX502G
GX502GV-AZ035T | 15.6″/i7-9750H/RAM 16GB/SSD 512GB/RTX2060/Win10/240Hz
ราคา 59,990 บาท ตัวที่รีวิว***
GX502GW-AZ067T | 15.6″/i7-9750H/RAM 16GB/SSD 512GB/RTX2070/Win10/240Hz
ราคา 69,990 บาท  

UNBOX

ตัวกล่องนั้นมีดีไซน์ที่แตกต่างกันเล็กน้อยครับแม้ว่าตัวกล่องใหญ่จะคล้ายๆกันแต่เมื่อเปิดมาดูข้างในนั้นตัวกล่องเล็กกลับมีดีไซน์ที่สวยงามและการเปิดแบบใหม่ที่สวยเลยแหละครับเป็นการออกแบบฝาเปิดแบบครึ่งๆเอียงแบบเดียวกับลวดลายฝาหลังของเครื่องและเมื่อเปิดมันจะทำการเลื่อนตัวคอมพิวเตอร์ ROG ออกมาให้เราได้หยิบใช้งานกันครับถือว่าเป็นการออกแบที่สวยและใช้งานได้ดี เป็นค่ายที่เปลี่ยนการออกแบบกล่องข้างในให้มีลูกเล่นอยู่เสมอเลย

  • ตัวเครื่อง ROG Zephyrus S
  • Adaptor  ชาร์จไฟ
  • คู่มือ
  • ROG Model เหล็ก ROG | Metal Earth

DESIGN

การออกแบของตระกูล Zephyrus S นั้นจะมาในแนวเรียบๆและการจัดวางแบบคอมพิวเตอร์ทำงานที่ไม่มี Numpad ครับแน่นอนว่าน่าเสียดายเพราะตรง Touchpad ก็ไม่มีให้ใช้งานกันครับหลายๆคนอาจจะไม่ได้ชอบการวาง Layout แบบนี้เท่าไร ส่วนเรื่องของการใช้วัสดุก็แอบแปลกตาครับใช้งานวัสดุคล้ายๆพลาสติกแต่มีการพ่นให้มีพื้นผิวขรุขระ และ ไม่ลื่นเท่าไรคล้ายๆการพ่นผิวยางลงไปครับทำให้มันด้านๆและไม่ลื่นมือ และจะแปลกตากว่ารุ่นอื่นๆของตระกูล ROG พอสมควร ส่วนด้านหน้าจอก็มาพร้อมหน้าจอขอบบางๆไม่มีกล้องหน้าและ การยกตัวเครื่องยังคงมีมาให้อยู่พร้อมกับการเล่นแสงไฟด้านหลังครับ ส่วนความบางและน้ำหนักยังคงทำได้ดีและบางที่สุดเหมือนเดิม

ฝาหลังนั้นยังคงโดดเด่นด้วยการใช้วัสดุปัดลายสวยงามและเฉียงๆและโลโก้ ROG แบบสีแดงครับในรุ่นนี้ไม่สามารถเปลี่ยนสีได้นะ ส่วนเมื่อปิดไฟนั้นจะเป็นโครมเมี่ยมเงาๆสวยงามไปอีกแบบ ยังคงมีการเว้าในส่วนขอบด้านล่างที่จะช่วยเรื่องระบายความร้อนได้ดีอยู่เหมือนเดิม รวมถึงข้อพับการยกตัวเครื่องต่างๆยังใส่เข้ามาสมกับ Zephyrus ที่มีแบบนี้ในหลายๆตัว ส่วนการออกแบบรวมๆนั้นจะเรียบๆไม่ได้หวือหวามากนัก และหน้าจอก็ทำได้บางมากๆรวมถึงไม่มีกล้องหน้ามาให้แล้วนั้นเองในข้างหน้า ส่วนการวางคีย์บอร์ดต่างๆก็ไว้ตรงกลางพร้อมกับไฟ RGB PerKey

ตัวโลโก้นั้นยังคงเป็นแบบไฟสีแดงล้วนครับ แต่ไม่ได้มีการเล่นสีหรือตาข่ายอะไรส่วนเรื่องของวัสดุฝาหลังนั้นเป็นแบบชิ้นเดียวกันทั้งหมดแต่มีการปัดลายคนละทางเหมือนเดิมวัสดุทำได้ดีชึ้นรูปชิ้นเดียวค่อนข้างแข็งแรงและเก็บงานได้ดี ส่วนข้างล่างนั้นจะเป็นการเว้าเป็นเอกลักษณ์ประจำรุ่นไปแล้วนั้นเองและส่วนเว้าเข้าไปนั้นจะเห็นถึงไฟสถานะ 3  จุดครับ ก็ถือว่าทำให้เรามองเห็นแม้จะปิดฝาหรือเปิดฝาไปแล้วจะเป็นการออกแบบลายจุดที่ตัดกับกันฝาหลังได้ดีทีเดียว

ในส่วนของฐานด้านล่างนั้นจะเห็นชิ้นส่วนที่จะเป็นระบบของการยกตัวเครื่องที่มีรอยต่อครับส่วนของฝาหลังนั้นอาจจะแกะได้ยากกว่ารุ่นอื่นๆหน่อยแนะนำให้ไปร้านดีกว่าครับเวลาอัพเกรดอะไร ส่วนยางรองนั้นจะเป็นแนวยาวๆทั้งหน้าและหลัง จะเห็นได้ชัดว่าข้างล่างนั้นเรียบๆไม่ได้มีลวดลายอะไรแตกต่างกับพวก STRIX SCAR -HERO พวกนั้นแบบชัดเจนครับ แน่นอนว่าตัวนี้อาจจะเป็นเน้นใช้งานเรียบๆมากกว่าด้วยนั้นเอง ช่องลำโพงมีมาให้ซ้ายขวา และ ช่องระบายอากาศนั้นจะเป็นซ้ายขวา และด้านหลังของเครื่อง รวมถึงส่วนที่ยกขึ้นมาก็รับลมได้แบบเต็มที่ครับเลยไม่มีช่องระบายตรงฐานเยอะๆแบบรุ่นอื่นๆ จะเป็นการเปิดของฐานเลยนั้นเองทำให้รับลมได้ดีกว่าแบบทั่วไปเยอะเลยแหละครับ

ในด้านหลังนั้นจะเป็นช่องระบายหลักๆในการเอาลมร้อนออกมาทั้งสองข้างจากทางพัดลมคู่ครับ ถือว่าเรื่องระบายความร้อนตัวนี้ไว้ใจได้นะ ดูดลมเข้าจากด้านล่างและปล่อยออกในด้านหลังและข้างๆทั้ง 2 ครับ และที่เห็นฐานข้างล่างนั้นจะมีการยกเครื่องขึ้นส่วนนั้นทั้งหมดจะดูดลมเข้าไปนั้นเอง และตรงกลางข้างหลังมีเขียนชื่อแบรนด์เต็มๆกันไว้ด้วยแถมมีการเล่นลวดลายกันให้นิดหน่อยพอสวยงามครับ เมื่อมาดูด้านในกันบ้างวัสดุแบบพลาสติกพ่นพยาบๆก็แปลกตาดีที่ไม่ใช่อลูมิเนียมแบบตัวอื่นๆให้ผิวสัมผัสนิ่มๆไม่ลื่นก็แปลกๆดีครับ เห็นบอกว่าจะช่วยเรื่องลดรอยนิ้วมือและคราบมันได้ดีกว่าแบบเดิมครับ  ส่วนด้านบนนั้นจะเป็นการเล่นกับเจาะรูเล็กๆเป็นพลาสติกเหมือนกันไม่ใช่ส่วนของลำโพงนะครับน่าจะเป็นการเล่นลวดลายเฉยๆเพราะไม่มีช่องอะไรตรงนั้นเลย

มาดูส่วนของตรงที่ยกเครื่องกันแบบชัดๆครับ  Active Aerodynamic System – AAS นั้นจะเป็นตัวระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพพอสมควรทั้งเรื่องของอากาศไหลเวียนและการดูดลมเย็นเข้ามาจากแถบข้างล่างทั้งหมดและปล่อยออกทั้งหมด 4 ช่องทางและทำงานร่วมกันกับใบพัด 83ใบต่อข้างและ Heatsink ที่เยอะกว่าเดิม ถึง 6 เส้นและครีบระบายความร้อนที่เยอะและถี่รวมถึงระบบดักฝุ่นครับ และยังมีการใส่ไฟ RGB เข้ามาสวยๆทั้ง 2 ข้างด้วยตัวนี้จะทำงานเมื่อเราเปิดฝาใช้งานปกติครับผมเป็นการยกตัวเครื่องเล็กๆคล้ายๆกับ Ergo Lift แต่ปรับมาให้กับสายเกมในการดึงลมเข้ามาและยกขึ้นเล็กน้อยครับองศาการใช้งานก็ดีขึ้นเหมือนกันนะเป็นข้อดีของระบบนี้ที่ยังชอบมากๆ

ขอบหน้าจอในส่วนล่างนั้นยังคงมีความหนามากๆอยู่เพราะด้วยขนาดตัวเครื่องนั้นต้องใส่อะไรเข้ามาหลายๆอย่างเลยทำให้ขอบด้านล่างยังคงต้องมีตามขนาดเครื่องไปอยู่ครับ และจเห็นช่องเว้าที่เป็นช่องสำหรับระบายลมได้ทำให้ลมไหลจากด้านหน้าไปด้านหลังได้สะดวกขึ้น แต่เมื่อมาดูขอบหน้าจอทั้ง 3 ด้านนั้นจะเห็นว่ามีความบางมากๆทั้ง 3 ด้านถือว่าสวยงามและมีขอบยางรองรอบด้าน แต่กล้องหน้านั้นได้หายไปแล้วครับน่าเสียดายนะ จริงๆใส่มาข้างล่างก็ยังดี

SPEC

  • หน่วยประมวลผล Intel® Core™ i7 9750H Processor
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ชิปเซ็ต Intel® HM370 Express Chipset
  • หน่วยความจำ . 16 GB DDR4 2666MHz SDRAM Onboard memory, 1 x SO-DIMM socket for expansion, up to 32 GB SDRAM, Dual-channel
  • การแสดงผล 15.6″ (16:9) LED-backlit FHD (1920×1080) 240Hz Anti-Glare Panel with 72% NTSC with G-SYNC™
  • กราฟิก NVIDIA® GeForce® RTX 2060 , with 6GB GDDR6 VRAM
  • สตอเรจ Solid state drive: 512GB PCIe® Gen3 SSD M.2
  • คีย์บอร์ด Illuminated chiclet keyboardPer-key RGB
  • WebCam External Camera ([email protected]), optional
  • เน็ตเวิร์คกิ้ง Wi-Fi Integrated Wi-Fi 5 (802.11 ac (2×2)) Bluetooth Bluetooth® 5.0
  • อินเตอร์เฟส
    1 x Microphone-in jack
    1 x Microphone-in/Headphone-out jack
    1 x Type-C USB 3.1 (Gen 2) with display and power delivery support
    2 x Type-A USB 3.0 (USB 3.1 Gen 1)
    1 x Type-A USB 3.1 (Gen 2)
    1 x RJ45 LAN jack for LAN insert
    1 x HDMI, HDMI support 2.0b
  • ออดิโอ
    Smart AMP
    ASUS Sonic Studio

    ESS Sabre HiFi DAC  – Hires Audio 

  • แบตเตอรี่ . 4 -Cell 76 Wh Battery
  • พาวเวอร์ อะแดปเตอร์
    Plug type :ø6.0 (mm)
    Output :
    19.5 V DC, 11.8 A, 230 W
  • ขนาด NB:  360 x 252 x 18.9 mm (WxDxH)
  • น้ำหนัก NB: 2.0 kg

PERFORMANCE

มาพร้อมกับ CPU Intel Core i7-9750H  6 คอร์ 12 เธร์ด มีความเร็ว 2.60 GHz และเร่งไปได้สุดๆ 4.50 GHz และในตัวใหม่นี้มี L3 cache ขนาดใหญ่ถึง 12MB และสำหรับการ์ดจอนั้นทำงานร่วมกัน RTX 2060 ตัวล่าสุดพร้อมกับ 6GB DDR6  ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ RAM 16 GB  และ SSD 512GB  จริงๆค่อนข้างจัดเต็มไม่ต้องไปอัพเกรดอะไรแล้วด้วยเหลือๆครับและยังมาพร้อมเทคโนโลยี Raytracing อีกด้วยทำให้ภาพที่เล่นเกมต่างๆนั้นสมจริงและสวยกว่าเดิมอีกทั้งยังสามารถขับหน้าจอ 240Hz ได้แบบสบายๆและยังมีเทคโนโลยี G-sync เข้ามาอีกด้วยครับทำให้เวลาเล่นเกมนั้นภาพจะไม่ฉีกเวลาเราเล่นเกมและหันหน้าไวๆจะทำให้ลื่นไหลและไม่ลายตาด้วยครับ

3D MARK นั้น ทำคะแนนเรียกได้ว่าสูง รวมถึงการทดสอบทั้ง 4 แบบนะครับ ตัว TIMESPY ที่เน้นไปเจาะกลุ่มคอมพิวเตอร์ระดับท็อป เกมมิ่ง ทำคะแนนได้ 4732 ถือว่าดีกว่า GTX 1060 แบบชัดเจนและในส่วนของ Firestrike 11087  ต้องบอกว่าผ่านการทดสอบใช้งานระดับสูงๆของ  3D Mark สบายๆ ส่วนในเรื่องความร้อน แอดมินทดสอบต่อเนื่อง 3 แบบและวัดความร้อนนั้นประมาณ CPU 80 และ GPU 72 ไม่มีแอร์ และ ไม่มีพัดลมเปิดช่วยครับผม ถือว่าจัดการได้ดีอยู่

PC MARK นั้นทำคะแนนไปได้ค่อนข้างสูงทำไปได้ 5,195  คะแนน ด้วยพลัง i7 Gen9 จริงๆพวกระดับราคานี้การใช้งานทั่วไปทำงานคงไม่ต้องกังวลตอบโจทย์ทำงาน ทั่วไปแทบจะทุกรูปแบบครับ ไม่ต้องห่วงเลยแหละ ตั้งแต่ Word ไปยังตัดต่อ รองรับได้สบายด้วยความแรงทั้ง CPU -GPU ที่รองรับกันอย่างดีและระบายความร้อนได้ดีด้วย จากการทดสอบเสร็จแล้วนั้น ความร้อนตัวเครื่องวัดได้ที่ CPU – 70  GPU 62 องศาครับผมถือว่าระบายได้ดีเลยนะ

CINEBENCH R15 /R20 นั้น ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูง สำหรับตัว R15 นั้นทำไปได้ 1284cb – 87.90fps และในตัว R20 นั้นที่ประมวลผลหนักหน่วงกว่าเดิม ทำคะแนน 2833CB เลยครับ ประมวลผลหนักๆได้แบบสบาย และยิ่งไปกว่านั้นคือ วัดความร้อนนั้นประมาณ CPU 75 และ GPU 66  ไม่มีแอร์ และ ไม่มีพัดลมเปิดช่วยครับผม ถือว่าดีกว่าที่คิดจริงๆเรื่องความร้อนครับ และใช้งานได้ไวกว่าเดิมไปอีกด้วย SSD 512GB แบบ M.2 NVMe  การอ่านที่ 1526MB/s และเขียนที่ 975MB/s ถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างไวแต่จริงๆเรทราคานี้ถ้าให้ระดับการอ่าน 3000 มาจะลงตัวมากๆ

SCREEN

ROG นั้นเริ่มใส่หน้าจอแบบ 240Ms และ รองรับ 3Ms และตัวนี้เทพขึ้นคือรองรับ G-Sync ใส่เข้ามาในหลายๆรุ่นและตัวนี้ก็ใส่จัดเต็มเข้ามาครับ ถ้าใครเล่นสาย FPS น่าจะเข้าใจกันดี ส่วนในเรื่องของความสว่างก็มามากกว่าเดิม และทำได้สู้แสงดีกว่าเดิมครับและสีที่แม่นยำกว่าเดิมด้วยการรองรับ SRGB100%  และได้การรับรองหน้าจอสีที่ดีจากทาง Pantone แน่นอนว่าสายทำงานก็ถูกใจสิ่งนี้แน่ๆครับ กราฟิก ทำงาน Artwork ได้สบายๆ  และ ด้วยการที่เป็นจอด้านทำให้มันใช้งานได้ดีไม่เจอแสงสะท้อนหรือใช้งานข้างนอกก็ทำได้ดีครับ มาที่เรื่องของสีสันต่างๆนั้นสบายๆจอแบบ IPS FHD นั้นความแม่นยำของตัวสีและมุมมองนั้นทำได้ดีและจากที่ลองมันก็ เล่นเกมได้ ภาพไม่ฉีกด้วยครับเพราะมีระบบ G-Sync เข้ามาช่วยทำงานร่วมกันกับการ์ดจอ RTX เป็นเทคโนโลยีที่ราคาสูงพอสมควร ส่วน ตัดต่อแต่งภาพได้ดีพอสมควรครับไม่มีปัญหาเลย คือเดี๋ยวนี้หน้าจอนั้นเป็นสายเกมแต่ทำมาเพื่อรองรับสายทำงานแต่งภาพตัดต่อ กราฟิกได้มากขึ้นเพราะมีหลายคนนั้นเอาไปใช้งานด้านนี้กันครับและทางค่ายก็เอาใจด้านนี้มากขึ้น

การออกแบบตัวขอบจอทั้งหมดทำได้บางดูสวยงามบางลงเรื่อยๆเลยแหละ แต่ก็ต้องตัดกล้องหน้าไปและถือว่าเป็นการออกแบบที่ลงตัวเพราะต้องการขนาดที่เล็กลงในจอเท่าเดิมครับ ส่วนเรื่องถ้าเป็นแต่ก่อนนั้นมุมมองของจอจริงๆสายเกมจอนั้นอาจจะไม่ได้รองรับมุมมองกว้างเท่าพวกจอเทพๆที่เน้นทำงานกันเท่าไรอยู่แล้วอันนี้ต้องเข้าใจกันไว้ก่อนครับ แต่ตัวจอนี้นั้นเป็นจอแบบ IPS 240Hz ที่ดีมาๆคือมุมมอง พร้อมทำงานและรองรับได้ทุกมุมมอง คือมันเป็นจอเกมที่ดีที่สุดแล้วก็ว่าได้ทั้งรองรับมุมมองที่กว้าง Refreshrate 240Hz และ จากที่ได้ลองสีนั้นค่อนข้างตรงและใช้งานทำงานตัดต่อได้สบายมากๆครับ และ เอียงๆยังไงก็ไม่เจออาการเพี้ยนอะไรของสีเลยครับดีกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ชัดเจน

TOUCHPAD

ในด้านการใช้งานตัวทัชแพดนั้นตัวนี้แตกต่างกับรุ่นอื่นๆคือจะไม่มีตัวคลิก ซ้ายขวา แยกกันนะครับจะไม่เหมือนพวกรุ่น STRIX SCAR พวกนั้น ซึ่งรุ่นนี้จะเหมือนไปทางสายใช้งานทั่วไปมากกว่าแต่ก็ดูเป็นชิ้นเดียวกันและแน่นดูแข็งแรง รวมๆในการใช้งานตัวปุ่มนั้นรองรับทำได้ดีรวมถึงการสัมผัสหรือการกดคลิกซ้ายขวาต่างๆครับ  ทัชแพดอาจจะไม่ได้มีขนาดใหญ่สะใจอะไรมากครับขนาดกำลังดีต่อการใช้งานโทนสีดำทั้งหมดเข้ากับตัวเครื่อง รองรับการทัชได้หลายๆจุดทั้งใช้งานแบบ Multi touch หรือพวก Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10  สามนิ้วก็รองรับได้สบายเวลาเลื่อนสลับแอพก็รองรับการทำงานได้ดีครับผม และ เลื่อนนิ้วปกติตอบสนองได้ดี ลื่นไม่หนืดนิ้วครับ ส่วนทางด้านน้ำหนักการกดปุ่มก็ไม่เจอปัญหาในการใช้งานอะไรครับทั้งซ้ายและขวา แต่รู้สึกแอบเล็กไปแค่นั้น

ในด้านการใช้งานจริงๆนั้นตัวนี้ยังแอบรู้สึกเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับขนาดเครื่องและโดยรวมและยิ่งไม่มีพวก Numpad เข้ามาก็แอบเสียดายเลยแหละจริงๆมันควรใส่เข้ามาได้แล้วนะในตระกูลนี้เพราะการวางคีย์บอร์ดแบบนี้ก็เสียพื้นที่ไปพอสมควรทั้งซ้ายและขวา เลยทำให้ไม่สามารถใส่ Numpad เข้ามาได้ ส่วนทางด้านระบบนั้นใช้งานของ Precision นะครับและรองรับการใช้งานหลายๆนิ้วได้ดีไม่เจอปัญหาอะไรติดแค่อาจจะเล็กไปนิดนึงครับในการใช้งาน

KEYBOARD

ตัวคีย์บอร์ดมาครบทั้งตัวปุ่มเสริมในด้านบน ลูกศรในตำแหน่งที่คุ้นเคยกันครับ แต่มีการเว้าลงไปแตกต่างกับตัว G เล็กน้อยและรุ่นนี้มาพร้อมกับแบบ RGB-Per Key แล้วสามารถปรับแต่งได้เยอะกว่าเดิมและลูกเล่นเยอะครับ และสวยงามขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย และในแง่ของตัวปุ่มนั้นการออกแบบเว้นระยะห่างยังคงทำได้ดีความรู้สึกเหมือนกับรุ่นอื่นๆ ส่วนพวกปุ่มการวางตำแหน่งต่างๆนั้นก็ยังคงคุ้นเคยกันได้อย่างดี การจัดวางปุ่มอะไรใช้งานได้ง่ายและเว้นระยะห่างกำลังดีครับ รวมถึงคีย์ลัดต่างๆ รวมถึงปุ่ม Spacebar ก็มีขนาดกำลังดี และปุ่มเปิดปิดก็แยกออกไปชัดเจน  และระดับแตกต่างกันด้วยทำให้ไม่ไปโดนง่ายๆ รวมถึงปุ่มพิเศษทั้ง 4 ปุ่มด้านมุมบนซ้ายของตัวเครื่องก็จัดการได้ดีครับ

ซึ่งระยะของปุ่มนั้นลงไประยะที่ 1.8 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และ สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง เหมือนกับตัว ROG ตัวอื่นๆเลยที่เคยทดสอบมานั้นเองครับรวมถึงน้ำหนักการตอบกลับ หรือจะเป็นการวางมือใช้งานนั้นก็ทำได้ค่อนข้างดีและสบาย รวมถึงสามารถมีฟังก์ชันเพิ่มลดเสียง เปิด-ปิดไมค์ และ Gaming Center อยู่ด้านบน ทำให้ใช้งานง่ายและสะดวก ยิ่งตัวปิดไมค์นั้นทำให้เวลาเล่นเกม หรือ สตรีมเกมนั้นปิดได้ไวในเวลาที่ไม่ได้ต้องการหรือเวลาคุยนอกเกมเป็นต้นครับ

SPEAKER

ในด้านของเสียงตัวนี้มีการพัฒนาที่ดีขึ้นแบบชัดเจนดีกว่ารุ่นอื่นๆเยอะมากทั้งเรื่องของการใส่ HIFI DAC ESS SABRE เข้ามาทำให้รองรับการถอดรหัสเสียง hires ได้สบายๆและรองรับเสียงลำโพงที่มิติอะไรมาดีกว่าเดิมแรงขับมากกว่าเดิม รวมถึงเสียงเบสอะไรนั้นแน่นขึ้นมากๆ ตำแหน่งลำโพงตัวเครื่องในรุ่นนี้ยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ยิงลงข้างล่างทั้งมุมซ้ายและมุมขวา และแน่นอนว่าตัวเสียงนั้นทำออกมาได้ค่อนข้างดีเพราะมีตัว SmartAmp เข้ามาด้วย การวางลำโพงแบบนี้ทำให้เสียงแยกซ้ายขวาได้ชัดเจนเวลาเล่นเกมรวมถึงดูหนัง และยังมีเบสที่ทำได้ดีมากๆเสียงแน่นออกมาดี ดีกว่าตัวอื่นๆเลยนะรู้สึกว่ามันสั่นอยู่พอสมควรเลยแหละ พวกเสียงปืน ระเบิดทำให้มันแน่นกว่าเดิม และแน่นอนว่าค่ายนี้เป็นไม่กี่ค่ายที่เน้นเรื่องลำโพงเสียงมาเรื่องๆ รุ่นนี้เสียงรองรับทั้ง Hi-res และ รองรับเสียงแบบ 7.1 อีกด้วย และเมื่อใช้งานผ่านหูฟังเสียงที่ขับออกมาก็แรงขับดีกว่ารุ่นอื่นแบบชัดเจนและรายละเอียดมาดีมากจริงๆครับ

CONNECTOR

การเชื่อมต่อพอร์ตต่างๆในรุ่นนี้มีมาให้ครบเหมือนเดิมครับทั้งด้านซ้ายและขวา ส่วนด้านหลังนั้นไม่มีอะไรครับเพราะเป็นช่องระบายความร้อนล้วนๆเลย ส่วนด้านหน้านั้นจะเห็นว่าเมื่อเราพับลงมาแล้วนั้นจะค่อนข้างบางมากๆ และเรียบๆไม่มีการเล่นตัดขอบหรือสีสันอะไรเลยครับรวมถึงจะเห็นชัดเจนว่าตัววัสดุของฝาหลังและฐานเครื่องนั้นแตกต่างกัน

ในด้านขวากันก่อนครับด้านนี้  จะเป็น USB-TYPE-C แบบ 3.1 มาให้ 1 ช่อง และ USB Type-A 3.0  ทั้งหมด 2 ช่อง และ รวมถึงช่องระบายความร้อน และ ตัว Kinsington Lock อยู่หลังสุดครับ ส่วนลำโพงนั้นจะยิงลงด้านล่างมุมขวาและซ้ายของเครื่องจะเห็นว่าตัวเครื่องมันยกขึ้นค่อนข้างสูงและด้านหลังมีช่องรับลมเต็มๆเลยครับด้านล่าง

ด้านนี้นั้นจะเป็นที่อยู่ของ หูฟังแบบ 3.5มม. และ แยกรูไมค์ต่างหากครับถือว่าดีมากๆ และให้ ช่อง USB A 3.0 และ HDMI 2.0 รวมถึง ยังคงมีช่อง LAN และ ช่องสำหรับจ่ายไฟเข้าเครื่องครับ ในด้านการเชื่อมต่อแบบไร้สายจะเป็น Bluetooth 5 และ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 ac ที่มี RangeBoost แบบ Multi-antenna บนมาตรฐาน Wave 2 ทำให้เสถียรและนิ่งมากๆ ส่วนการระบายความร้อนก็เป็นช่องลมร้อนออกมาส่วนด้านข้างครับ ลมเย็มจะเข้าจากด้านล่างเท่านั้นนะครับในรุ่นนี้

ARMOURY CRATE

Armoury Crate  เราสามารถปรับแต่งได้ทั้งหมดเลยไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งไฟ AURA Sync เปลี่ยนสีต่างๆที่ทั้งตัวคีย์บอร์ด การเล่น Effect แสงไฟตามเพลงหรือ ปรับความเร็วโทนสีทั้งหลายได้ทั้งหมดเลย หรือจะเป็นการแสดงผลต่างๆหรือซิงค์กับตัวอื่นๆนั้นเอง และพวก Profile ก็มีให้ปรับได้ค่อนข้างเยอะครับ หรือจะเป็นการตั้งค่าแอพเกม ที่จะปรับตามแอพที่เราเลือกเปิดไว้ได้ก็เช่นเดียวกันครับ และตัวนี้นั้นยังมี Mobile Dashboard รองรับกับ Android และ iOS ที่สามารถดูจากมือถือเราได้เลยครับผม

ฟีเจอร์ทั้งหลายนั้นรองรับการทำงานหลากหลายครับ ทั้งเรื่องของการปรับแต่งการใช้งาน ดูสถานะ อุณหภูมิ พัดลมต่างๆสถานะการใช้งาน CPU -GPU  รวมถึงสามารถโหลดแอพอื่นๆเพิ่มเติมได้ค่อนข้างเยอะมากครับและมี XSplit มาให้ด้วยในตัวเลยแหละ และยังมีแอพอื่นๆที่เราสามารถโหลดได้ ทั้งบอกทิศทางเสียงต่างๆ ปรับโปรไฟล์สีหน้าจอ รวมไปตัวซอฟต์แวร์ยังสามารถสั่งปิดเปิดปุ่ม Windows, ROG และทัชแพดได้ขณะเล่นเกมด้วยอีกด้วยพวกนี้สามารถตั้งค่าปรับอะไรได้ทั้งหมด และในเรื่องของระบบจะสามารถปรับตั้งค่าได้ว่า มีไฟตอนเปิด หรือ  Sleep ไหม

GAMING

ที่ลองนั้นในสภาพอากาศที่ไม่ได้เปิดพัดลม ไม่ได้เปิดแอร์ ซึ่งทำให้ได้อุณหภูมิจริงๆในการใช้งานเลยแหละครับสภาพอากาศจริง ซึ่งก็ได้ทำการทดสอบในหลายๆเกมทั้งกราฟิกที่ไม่ได้สวยงามกินสเปค ไปยันกินสเปคโหดๆ ซึ่งทางเราก็ได้เปิดภาพแบบสูงสุด รวมถึง เปิด Monitor FPS /Temp ไว้ตลอดเลยเล่นต่อเนื่องยาวๆครับในแต่ละเกม ซึ่งในรุ่นนี้ปุ่มอะไรพวกนั้นเวลาเล่นเกมรองรับได้ค่อนข้างดี คือตัวแป้นพิมพ์นั้นเล่นได้ง่ายมีที่วางมือและไม่ร้อน เราสามารถวางมือบนตัวคอมพิวเตอร์ได้เลยครับ จัดการความร้อนได้ดีมาตลอดในด้านตรงที่วางมือ และรุ่นนี้ก็มีระบบระบายความร้อนแบบใหม่เข้ามาแน่นอนว่าช่วยได้เยอะ ดูดลมเข้าได้เยอะเลยแหละ เรามาดูกันในหลายๆเกมว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง

จากหลายๆเกมที่แอดมินได้ลองนั้น FPS ทำได้ดีรองรับกับจอ 240Hz ได้บางเกมรันได้สบาย แต่ต้องเข้าใจกันก่อนเลยนะครับหลายๆคนอาจจะมองว่าทำไมความร้อนสูง เพราะ ทุกเกมที่เอามาให้ดูคือปรับภาพสูงสุดทุกเกมนะครับ เอาให้สุดหมดทุกอย่างเลย และไม่ได้เปิดแอร์เล่นนะครับ และทำได้ดีมากส่วนเรื่องความร้อนในสภาพอากาศปกติไม่ได้เปิดแอร์ หรือ เปิดพัดลมอะไรนั้นทำได้ที่ GPU 70-80 ย้ำว่าไม่ใช่ห้องแอร์และเล่นต่อเนื่องกันยาวๆ 2ชม + โดยประมาณครับถือว่าในด้านของความรอนก็มีพอประมาณในตัว CPU มีแตะ 90-95  บ้างในบางครั้งครับ ถือว่ามีความร้อนบ้างถ้าเล่นต่อเนื่องนานๆและถ้าเล่นให้ห้องแอร์น่าจะลงต่ำกว่านี้ครับ แต่ถ้าอยากได้ลื่นๆนั้นต้องปรับภาพระดับกลางจะขับได้เกิน 200 Fps นะครับอันนี้ต้องลองปรับกันไป

  • Overwatch นั้น ทำไปได้ FPS 61-71 อุณหภูมินั้น GPU 74 CPU 80  : ULTRA
  • APEX ทำไปได้ FPS 70-80 อุณหภูมินั้น GPU 86 CPU 93 : ULTRA
  • PUBG ทำไปได้ FPS 85-90 อุณหภูมินั้น GPU 86CPU 92  : ULTRA
  • BLACK OPS 4 ทำไปได้ FPS  90-100 อุณหภูมินั้น GPU 84 CPU 93  : ULTRA 

โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิดีมากนะจากที่ทดสอบ สภาพอากาศทั่วไป เสียงพัดลมก็ดังตามปกติครับผม ระบายความร้อนได้ดีกว่าที่คิด การทดสอบทั้งหมดไม่ได้เปิดแอร์เลยนะ คือยอมรับว่าเย็นจริงในตัว GPU และจัดการได้ดีมากๆครับ แต่ CPU นั้นจะแตะ 90 บ่อยอยู่เหมือนกันแต่ FPS ที่ขับออกมาได้ก็น่าพอใจครับแต่จริงๆน่าจะเร่งได้สูงกว่านี้นะ ก็แอบเสียดายเล็กๆเมื่อเทียบกับเรทราคาและสเปคของมันครับ

WORKING

อย่างที่เคยบอกกันไปว่าทาง ROG เองก็เคยมีผลสำรวจเหมือนกันว่าคนที่ซื้อไปก็เอาไปทำงานกราฟิกตัดต่ออะไรกันมากกว่าที่คิด และในตระกูล ROG นี่เองก็ถือว่าเป็นรุ่นที่ทำงานในด้านนี้ได้ดีไม่แพ้กันเลย และยิ่งในรุ่นนี้นั้นใช้หน้าจอที่ดีขึ้นกว่าเดิม การรองรับสี  SRGB100% และเป็นหน้าจอแบบ IPS ที่เด่นในเรื่องมุมมองและความแม่นยำสีที่ดีกว่าเดิม รวมถึงสเปคที่รองรับการเรนเดอร์ทำงานที่ดีกว่า ด้วยการใช้  i7 Gen 9  ตัวล่าสุด โดยเฉพาะในส่วนเรื่องประสิทธิภาพนั้นไม่ต้องห่วงจากที่ได้ลองทั้งตัดต่อ แต่งภาพ เรนเดอร์งานวีดีโอ หรือ โมเดลต่างๆนั้นทำความร้อนได้ค่อนข้างดี และควบคุมอุณหภูมิโดยรวมและภายนอกได้ดีมากๆเนื่องจากรุ่นนี้มีการพัฒนาระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น

BATTERY

แบตอยู่ได้ประมาณ 5-6  ชั่วโมงในการใช้งานทั่วไป ตัดต่อภาพ เขียนข่าวพวกนี้คือไม่ได้ใช้งานเต็มที่ครับ แต่ถ้าเมื่อไรที่เราเอามาทำงานหนักๆ เล่นเกมแบตจะลดลงอย่างไวด้วยการที่ประสิทธิภาพนั้นค่อนข้างแรงมาก แน่นอนว่าทำให้มันใช้งานได้ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น แต่จริงๆรุ่น Zephyrus จะเน้นการพกพาแบตนั้นจะอึดกว่าทั่วไปค่อนข้างเยอะ ดีกว่าพวกตระกูล SCAR HERO พวกนั้นแบบชัดเจนครับแต่ก็ไม่ได้อึดเท่าสายทำงานเท่าไรยังลดไวพอสมควรครับแน่นอนว่ายังไงก็อาจจะต้องพกที่ชาร์จไปในการใช้งานข้างนอกไว้บ้างครับเลยอาจะทำให้หนักๆไปนิดหน่อยในภาพรวม แต่ยังไงก็ยกให้มันเป็น Gaming ที่พกพาและใช้งานข้างนอกได้ดีมากๆอีกตัวนึงในตลาดตอนนี้

ROG ZEPHYRUS S GX502GV

” Gaming ที่บางและเบา พร้อมหน้าจอคุณภาพที่สูงมากๆทำงานได้สบาย “

ต้องบอกว่า ROG นั้นพัฒนาแต่ละรุ่นเริ่มเอาใจทั้งสายเกม และ สายทำงานควบคุ่กันไปครับและในรุ่นนี้ยิ่งมาพร้อมหน้าจอที่มีคุณภาพสูงขึ้นมากๆและยังรองรับการเล่นเกมที่ระดับเทพแบบ G-Sync และรองรับทำงานแบบสีตรงๆจาก Pantone – SRGB100% นั้นทำให้มันเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครที่มีงบเยอะๆอยากได้คอมพิวเตอร์ที่เอามาทำงานและเล่นเกมควบคุ่กันไปแบบมีประสิทธิภาพทั้งคู่นั้นตัวนี้ตอบโจทย์อย่างมาก และแน่นอนว่าทั้งเรื่องของสเปคและคุณภาพนั้นทำได้ดีอีกยังมีเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆที่ครบเกือบครอบคลุมก็รองรับการทำงานได้หลากหลายครับแต่น่าเสียดายเรื่อง SD-Card และตัว Thunderbolt 3 นิดหน่อย และการออกแบบภาพรวมนั้นไม่ได้หวือหวามากนักไม่ใช่สายเกมเยอะเกินไปคือเอามาทำงานพรีเซนต์ได้แบบสบายๆครับเปลี่ยนสีคีย์บอร์ดก็กลายเป็นคอมพิวเตอร์ทำงานได้เลย เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทั้ง 2 ด้านครับสำหรับตระกูล Zephyrus ตัวใหม่นี้

ข้อดี

  • ขนาดค่อนข้างเล็ก และ พกพาได้ง่าย รวมถึงน้ำหนัก
  • การออกแบบงานประกอบยังคงทำได้ดี
  • ประสิทธิภาพทำได้ดี รวมถึง การระบายความร้อน
  • หน้าจอ IPS ทำได้ดีทั้งเรื่องของ สี ความสว่าง และความแม่นยำ
  • ระบบเสียงหูฟัง และ ลำโพงทำได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆแบบชัดเจนมากๆ
  • มี Hifi DAC ESS SABRE มาในตัว
  • หน้าจอรองรับการทำงาน G-Sync และ 240Hz ลื่นไหลสบายๆ
  • รองรับ USB Power Delivery ชาร์จไฟเข้าได้
  • ประกัน 2 ปีและส่งเคลม 7-11  ได้

ข้อสังเกต

  • ไม่มี Thunderbolt 3 มาให้
  • SSD ยังให้ตัวธรรมดามาไม่เร็วเท่าไรนัก
  • วัสดุแบบใหม่ไม่ค่อยพรีเมี่ยมเท่าที่ควร
  • ไม่มีช่อง SD Card มาให้
  • ไม่มี Numpad

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Nineztr

 

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments