ROG นั้นถือว่ายังคงโดดเด่นในแง่ของการทำสมาร์ทโฟนสายเกมออกมาครับ และยังคงพัฒนาต่อเนื่องจากที่เราได้เห็นในรุ่นแรกๆคือ ROG PHONE 1 และพัฒนาต่อเนื่องมายัง ROG PHONE 2 และในครั้งนี้ได้เปิดตัว ROG PHONE 3 รุ่นล่าสุดที่ต้องบอกเลยว่ามีหลายๆส่วนพัฒนาขึ้นแบบชัดเจน และยังคงเอกลักษณ์งานออกแบบที่ยังอิงจากรุ่นแรกๆอีกทั้งยังมีความเรียบง่ายมากขึ้นแต่แฝงด้วยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของรุ่นนี้ทั้ง ช่องระบายอากาศหรือจะเป็นรูปทรงกล้องต่างๆรวมถึง ไฟ RGB ที่ใส่เข้ามา และแน่นอนว่าระบบแตะขอบเครื่องนั้นยังคงใส่เข้ามาและพัฒนาขึ้นเยอะมากๆ รองรับการสัมผัส การเลื่อน การแตะได้มากกว่าเดิมในตัว Air Triggers นั้นเองส่วนทางด้านหน้าจอเทพๆที่ 144Hz และใช้งานหน้าจอแบบเต็มตาพร้อมลำโพงคู่หน้าที่ดังที่สุดในบรรดามือถือตอนนี้ และยังใช้งานสเปก Snapdragon 865+ รองรับกับการใช้งานแบต 6,000 mAh ที่ต้องบอกว่าสเปกนั้นแน่นสุดๆสำหรับสมาร์ทโฟน

ROG Phone 3 ใช้ชิปเซต Snapdragon 865+ นอกจากนี้ระบบระบายความร้อนยังใช้เป็นแท่งทองแดงแบบ 3D และมีแผ่นแกรไฟต์ขนาดใหญ่ขึ้นที่ช่วยในการกระจายความร้อน อีกทั้งยังมี heat sink ที่ใหญ่กว่า ROG Phone 2 ถึง 6 เท่า และตัวเครื่องด้านหลังมีโลโก้ ROG ที่ปรับสีได้แบบ RGB อีกด้วย กล้องหลังของ ROG Phone 3 มีด้วยกัน 3 ตัวประกอบด้วยกล้อง 64MP + เลนส์กว้าง 125 องศา 13MP + เลนส์มาโคร 5MP และกล้องหน้าความละเอียด 24MP ตัวเครื่องด้านข้างของ ROG Phone 3 ยังมาพร้อมปุ่ม ultrasonic bumper สำหรับใช้เล่นเกมที่รองรับการสัมผัสแบบ Haptic ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AirTrigger 3 ที่ทำให้สามารถสไลด์, ปัด หรือแยกปุ่มย่อยเป็น 2 ช่องเพื่อการควบคุมที่หลากหลายขึ้นในการเล่นเกม อีกทั้งยังสามารถสั่งการด้วยการเขย่าตัวเครื่องได้อีกด้วย ในส่วนของลำโพงเจ้า ROG Phone 3 มาพร้อมลำโพงคู่ด้านหน้า ที่สามารถปรับเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการเล่นเกมได้ และตัวเครื่องมีไมโครโฟนถึง 4 ตัวที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้ ส่วนเจ้าสมาร์ทโฟนดังกล่าวมาพร้อมกับแบตขนาด 6,000mAh ที่รองรับชาร์จเร็ว Hyper Charge 30W โดยสามารถชาร์จแบตได้ 4,510 mAh ในเวลา 46 นาที ถือว่าในสเปกที่ทาง ROG จัดให้มาในรุ่นนี้ทำได้จัดเต็มสุดแล้วในบรรดาสมาร์ทโฟน

  • ROG PHONE 3  /// SNAP865+ RAM 12GB STORAGE 512GB
    เปิดราคา 24,990 บาท
  • ROG PHONE 3 รุ่น STRIX   // SNAP865  RAM 8GB STORAGE 256 GB
    เปิดราคา 32,990 บาท  พร้อมแถม เคส ROG 2 ชิ้น ฟิล์ม ROG และ พัดลมในกล่อง !

UNBOX

ตัวกล่องของทางด้าน ROG PHONE 3 นั้นยังคงมีความแปลกใหม่และโดดเด่นกว่าค่ายอื่นเช่นเดิม มาพร้อมกับรูปทรง 3 เหลี่ยมชัดเจนในการใช้งานและวิธีการเปิดแบบสไลด์ออกมาจากนั้นในแต่ละส่วนนั้นจะแทรกอยู่ในแต่ละด้านของเหลี่ยมกล่องถือว่าเป็นการแกะกล่องที่สนุกและมีอะไรเยอะแยะมากมายเลยในการใช้งานเปิดเครื่องรุ่นนี้ อุปกรณ์ในตัวกล่องนั้นยังคงให้มาแน่นๆเช่นเดิมถือว่าจัดเต็ม ทั้งเรื่องของสติกเกอร์ สายแปลง และ ยางสำรอง

  • ตัวเครื่อง ROG PHONE 3
  • เคสพลาสติกสีดำ ROG
  • ที่ชาร์จ 30W USB-C
  • สายแปลง USB-C ไป 3.5 มม.
  • สายชาร์จ USB-C
  • สติกเกอร์ ROG
  • คู่มือ และ ที่จิ้มซิม
  • พัดลมระบายความร้อน เสริมหลังเครื่อง
  • ยางสำรองสำหรับจุกท้ายเครื่อง

จะเห็นว่าตัวเคสนั้นสวยงามและแปลกใหม่มากๆ แต่เรื่องของการปกป้องเครื่องเวลาตกหรือวางอาจจะไม่ดีเท่าไรนัก จะเน้นไปในเรื่องของความสวยงามมากกว่า ส่วนตัวพัดลมเสียบด้านหลังนั้นยังคงมีมาให้พร้อมกับไฟ RGB รวมถึงการเชื่อมต่อนั้นยังคงเหมือนกับรุ่นก่อนๆคือเสียบกับพอร์ต USB-C ในด้านข้างของตัวเครื่องนั้นเอง และสำหรับสายชาร์จเป็นแบบสายถัก  USB-C พร้อมกับให้ตัวแปลง หูฟังมาให้ด้วย รวมถึงที่ชาร์จนั้นเป็น 30W

ตัวเคสที่แถมมาให้ในกล่องนั้นจะเป็นเคสที่ค่อนข้างมีความบางและเรียบพอสมควรครับตัวเคสนั้นไม่ได้หวือหวาอะไรมากในแง่ของความหนาหรือการปกป้อง แต่โดดเด่นอย่างมากในการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย และดูแพงเลยทีเดียวพร้อมกับการเว้นช่องสำหรับโชว์ไฟโลโก้ รวมถึงช่องระบายต่างไว้ได้เป็นอย่างดี ในขอบด้านหน้าก็พอปกป้องได้แต่ก็ไม่ได้นูนหนาออกมามากนัก และน่าเสียดายไม่มีฟิล์มกันรอยแถมมาให้ในตัวเครื่องนี้ ส่วนทางด้านพัดลมนั้นเราจะเห็นว่ามีไฟ RGB เข้ามา ส่วนการเสียบเหมือนกับรุ่นก่อนๆเลยนั้นเองสำหรับรุ่นนี้ถือว่าใช้ได้ดี และมีรู 3.5 มม.ใส่เข้าให้ในตัวเสริมพัดลมตรงนี้แทน

DESIGN

งานออกแบบในรุ่นนี้ถือว่ายังคงเอกลักษณ์ของตัวเองได้ดีครับทั้งงานออกแบบรูปทรงที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีรวมถึงในตัวช่องระบายที่จากรุ่นแรกๆพัฒนามาจนเรียบร้อยมากขึ้นเป็นชิ้นเดียวกันมากขึ้น และฝาหลังมีความเรียบหรูเป็นชิ้นเดียวกัน วัสดุกระจกครอบทับทั้งหมดอีกทั้งยังได้ในเรื่องของคุณภาพที่ดีขึ้นและสวยขึ้น ส่วนทางด้านกล้องหลังมาพร้อมกับ 3 ตัวดีไซน์ทรงเดิมแต่ขยายมายาวขึ้นและไฟแฟลช รวมถึงไฟ RGB เสริมเข้ามาสำหรับใช้งานกับเคส ส่วนทางด้านโลโก้ยังคงมี RGB เช่นเดิมเลยปรับแต่งได้ ปรับตามเสียงเพลงได้ ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องนั้นอาจจะมีน้ำหนักหน่อยเพราะว่าให้แบตมาเยอะมาก ทำให้น้ำหนักรวมนั้น หนา9.85mm; น้ำหนักตัวเครื่อง: 240 กรัม

หน้าจอเต็มตาขึ้นแต่ขนาดนั้นเท่าเดิมนะครับ ขอบเครื่องแอบบางขึ้น เป็นการออกแบบที่นำลำโพงวางคู่หน้าพร้อมยิงตรงมาแน่นอนทำให้ขอบต้องหนากว่าค่ายอื่นๆ แต่สายเกมมีขอบไว้ดีกว่าขอบบางๆแน่นอน หน้าจอ OLED ขนาด 6.59 นิ้ว (2340 × 1080 พิกเซล) Full HD+, รีเฟรชเรท 144Hz, HDR 10-bit, อัตราส่วน 19.5:9, ความถี่การตอบสนอง 270Hz, ใช้กระจก Gorilla Glass 6 ไม่มีติ่งหน้าจอ และ ขอบบางกำลังดี มีที่วางนิ้วมือสำหรับสายเกม และดีไซน์ดูดีสวยและไม่สายเกมเยอะแบบรุ่นก่อนและลำโพงเป็นสีเรียบๆทั้งหมดแล้วใช้งานทั่วไปได้สบาย

หน้าจอในขอบด้านบนนั้น ความหนาอะไรไม่ได้หนีจากเดิมมากนัก และ ส่วนลำโพงยังคงดีไซน์พัฒนาจากรุ่นเดิมแต่ไม่มีสีทองแดงไว้ข้างในแล้ว รวมถึงเซนเซอร์ ไฟแจ้งเตือน กล้องหน้ายังมีครบตำแหน่งคล้ายเดิมทั้งหมดเลย

ในส่วนหน้าจอขอบล่างนั้นก็เล็กกว่าเดิมนิดหน่อยด้วยเช่นกัน และลำโพงนั้น มีขนาดใหญ่เต็มขึ้นและสวยกว่าเดิมและไม่มีการใช้สีทองแดงไม่เด่นแบบรุ่นที่แล้วดูสวยขึ้น ส่วนปุ่มควบคุมอะไรก็อยู่บนหน้าจอทั้งหมดปรับเต็มจอได้

ขอบล่างตัวเครื่อง เป็นที่อยู่ของ ไมค์รับเสียง และ ช่องชาร์จ TYPE-C อยู่ชิดมุมขวา และ ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.แล้วนะจากที่รุ่นก่อนนั้นจะอยู่ทางด้านด้านซ้ายตัวเครื่อง ในรุ่นนี้ก็ตัดออกไปแล้วน่าเสียดายพอสมควร

ในส่วนขอบด้านบน เรียบๆเลยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ มีแค่รูไมค์สำหรับอัดเสียง ตัดเสียงต่างๆ และขีดเส้นสัญญาณ แต่จะเห็นเลยว่าตัวเครื่องนั้นหนากว่าเดิมนิดหน่อย แต่การออกแบบนั้นคล้ายๆกันอยู่ และกล้องนูนขึ้นมานิดๆ

ด้านซ้ายตัวเครื่อง แน่นอนว่า มีช่องใส่ถาดซิม แบบ Dual nano sim ไม่สามารถเพิ่มเม็มได้ และ ตรงกลางคือทีเด็ด พอร์ตสำหรับเชื่อมต่อพัดลม ห้ามเสียบชาร์จตรงฝั่งสีส้ม และ อุปกรณ์เสริมทั้งหลาย มียางปิด และ มียางสำรองให้ด้วย บอกเลยว่า คิดมาดีและ ทำให้เวลาเล่นไปชาร์จไปสายไม่เกะกะในการเล่นเกมด้วยแหละ เสียบชาร์จได้ด้วยในรูซ้าย ถือว่ายังคงใส่มาให้ต่อเนื่องจากรุ่นที่แล้วและสำหรับเสียบใช้งานอุปกรณ์เสริมได้

ด้านขวาของตัวเครื่อง เป็น ปุ่มทั้งหมด คือ Power – Vol Up / Vol Down และ จะเห็นการเล่นลวดลายขีดๆบนตัวขอบมุม บน และ ล่าง ส่วนนั้นแหละ คือที่เราจะสามารถเอานิ้วแตะและ สั่งงานได้ เช่นยิง หรือ ซูม ในเกม  และ ขอบล่างนั้นเป็นที่อยู่ของเซนเซอร์ บีบขอบเครื่องสั่งงานต่างๆได้ แล้วแต่เราจะตั้งเลยว่าจะทำอะไร อันนี้ชอบ !

ด้านหลังนั้นยังคงความโดดเด่นเกินหน้าตาคนอื่นด้วย โลโก้ ROG เปลี่ยนสีได้ ตัวหนังสือเขียน Republic Of Gamers ชื่อเต็มของ ROG นั้นเอง และ ถ้าใครเห้นนั้นรุ่นก่อนๆจะมีช่องทองแดงสำหรับการระบายความร้อน แต่รุ่นนี้ปรับมาให้ซ่อนอยู่ใต้กระจกและมีรูออกมานิดหน่อยดีไซน์เรียบร้อยมากขึ้นเยอะ ! และยังคงค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับมือถือรวมถึงดีไซน์ออกแบบดูแตกต่างเลย กล้องหลัง พร้อมแฟลชที่ดีไซน์ได้ แหวกแนวมากๆ ในการออกแบบครั้งนี้พัฒนาขึ้นเรียบและหรูกว่ารุ่นก่อนหน้าเยอะมาก ฝาหลังเป็นชิ้นเดียวกันมากขึ้น และเป็นกระจกใสตรงส่วนนั้นแทน

กล้องหลังใหญ่ขึ้นมาพร้อมกับ 3 เลนส์สวยงาม ใช้งาน กล้องหลัง 64MP (f/1.8) ใช้เซนเซอร์ Sony IMX686 + เลนส์กว้าง 125˚ 13MP (f/2.4) + เลนส์มาโคร 5MP (f/2.0) และมาพร้อมกับไฟแฟลช และ ไมค์รับเสียง รวมถึงรุ่นนี้ยังมีจุดที่เพิ่มเข้ามาใต้แฟลช คือตัวไฟ RGB สำหรับส่งไปยังเคสไฟอุปกรณ์เสริมนั้นเองถือว่าล้ำเลยแหละ เพราะเป็นตัวยิงแสงสีนั้นเอง สำหรับบางเคสที่ปิดทับตัวโลโก้เดิม และจะเห็นว่าตรงช่องระบายข้างล่างโลโก้นั้นเปลี่ยนมาสวยงามเป็นฝาหลังแบบใสเห็นรายละเอียดข้างในพร้อมกับช่องระบายนิดๆตรงมุมขวาของภาพ

SPEC

  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.59 นิ้ว (2340 × 1080 พิกเซล) Full HD+, รีเฟรชเรท 144Hz, HDR 10-bit, อัตราส่วน 19.5:9, ความถี่การตอบสนอง 270Hz, ใช้กระจก Gorilla Glass 6
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 865 Plus 3.1 GHz 7nm ที่ใช้การ์ดจอ Adreno 650
  • RAM LPDDR5 8GB + storage (UFS 3.1) 128GB / RAM LPDDR5 12GB + storage (UFS 3.1) 256GB / RAM LPDDR5 12GB,16GB + storage (UFS 3.1) 512GB
  • Android 10 ที่ครอบด้วย ROG UI
  • ซิมคู่ (nano + nano)
  • กล้องหลัง 64MP (f/1.8) ใช้เซนเซอร์ Sony IMX686 + เลนส์กว้าง 125˚ 13MP (f/2.4) + เลนส์มาโคร 5MP (f/2.0)
  • กล้องหน้า 24MP (f/2.0)
  • USB Type-C ที่รองรับคุณภาพเสียง Hi-Res, ลำโพง 7-magnet stereo ที่มาพร้อม smart amplifier NXP TFA9874 คู่, ไมโครโฟน 4 ตัวที่มาพร้อมเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน ASUS Noise Reduction
  • เซนเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • AIR TRIGGERS 3 ที่สามารถ เลื่อน แตะ กด ได้มากกว่าเดิม
  • ขนาดตัวเครื่อง: 171×78×9.85mm; น้ำหนักตัวเครื่อง: 240 กรัม
  • 5G SA/NSA, Dual 4G VoLTE, Bluetooth 5.1, USB Type-C, NFC
  • แบตเตอรี่ความจุ 6,000 mAh ที่รองรับ Hyper Charge 10V 3A 30W, รองรับการชาร์จผ่านหัวชาร์จ 30W QC4.0 / PD3.0

PERFORMANCE

สำหรับทางด้านคะแนนนั้นตัวนี้แน่นอนไม่ต้องห่วง มาด้วยกับ Snapdragon 865+ ที่รองรับการ Overclock สูงสุด มาด้วย RAM 12 GB คะแนนทำไปได้ ประมาณ 653962 ส่วนหน่วยความจำ UFS3.0 ขนาด 512 GB ไม่ต้องห่วงจุดนี้ ทำคะแนนพุ่งไป 1709 ส่วนคะแนน Geekbench ก็ทำได้ 1014 / 3361 ถือว่าไม่เลวครับสำหรับ คะแนนและความแรง รวมถึงความปลอดภัย DRM L1 ดูหนังอะไรสบายๆครับคมชัดสูงสุด ลำโพงคู่แน่นๆไปเลยครับ

SYSTEM UI 

สำหรับหน้าตาตัวนี้เป็นการใช้หน้าตาการออกแบบทั้งหมดธีมไปทางสายเกมเลยทีเดียว มีสแกนใบหน้าอะไรมาให้ด้วยแต่ยังคงอิงการออกแบบของ ASUS UI มานิดหน่อย มีหน้าหลักมี App drawer มาปกติปัดขึ้นมาได้เลยครับสะดวกดีเหมือนกัน พร้อมกับหน้าจอเปลี่ยนได้ตามสภาพเช่นเปิด X MODE ธีมจะเปลี่ยนเป็นสีแดงรวมถึงมี Animation เปิดกล่องจะเป็นสีแดงและสวยงามเลยในพื้นหลังของตัวนี้ครับ

หน้าตาการใช้งาน Quick setting นั้นก็มีมาให้เหมือนเดิมเข้าได้ง่ายและเป็นธีม ดำส้ม เมื่อลากลงมาเพิ่มอีกนั้นจะเป็นการเปิดปิดโหมดต่างๆได้ค่อนข้างเยอะเช่นพวก บีบเครื่อง x-mode แตะขอบเครื่องและอีกมากมายเลย และยังสามารถแบ่งหน้าจอได้ไม่ได้ตัดออกไปไหนสำหรับฟีเจอร์พื้นฐานของ Android และเป็นหน้าต่างแยกได้ด้วย

ความจำจัดเต็ม 512 GB ใช้ยังไงก็ไม่หมดแน่นอน เหลือใช้จริงค่อนข้างเยอะมากประมาณ 500 เลยทีเดียว ถ้ารวมระบบไปแล้ว ส่วนเรื่องของ RAM 12GB เหลือๆเลยแหละ เหลือให้ใช้งาน 7 GB โดนประมาณ และ คีย์บอร์ดนั้นใช้จากทาง Google นะครับค่อนข้างใช้ดีและแอดมินชอบมากที่สุดเลยในบรรดาทั้งหมดของคีย์บอร์ด

การปรับแต่งเสียงสั่นก็สามารถปรับได้ ความแรงในการสั่นรวมถึงรูปแบบการสั่นพวกนี้ครับ ฟีเจอร์อื่นๆก็มีมาให้เยอะครับไม่ว่าจะเป็น แอปคู่ ระบบบีบตัวเครื่อง ระบบแตะขอบเครื่อง Gesture พวกนี้มีมาให้ครบเลยแหละ และ ความปลอดภัยก็ยังมีสแกนใบหน้าที่ค่อนข้างไวมากๆ สแกนนิ้ว และ อนิเมชั่นสภาพอากาศที่สวยงาม เวลาฝนตกจะสวยเลย

หน้าจอยังมี Always on  มาให้ครับสามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 แบบก่อนเหมือนกับรุ่นเดิมเลย ยังไม่มีแทรกอะไรใหม่ๆเข้ามา และส่วนของการปรับหน้าจอได้ว่าจะเอากี่ Hz และ โทนสีอะไรต่างๆครับผม และ Zenmotion นั้นก็เปลี่ยนชื่อแล้วแต่เรื่องของการ ควบคุมได้ทั้งหมด ทั้งวาดตัวอักษร ยกเพื่อรับสายอะไรพวกนี้ แตะเพื่อเปิดหน้าจอ

Gesture ทั้งหลายก็มีพวกเคาะหน้าจอ คว่ำจอเพื่อเงียบอะไรพวกนี้ปัดนิ้วไปมาค่อนข้างเยอะมากเลย และ ยังมีพวก AI ตัวช่วยได้อีกในหลายๆจุดครับ และ ระบบบีบตัวเครื่องว่าจะให้ทำอะไร เข้าโหมดมือเดียวเปิดแอป สั่งงานต่างๆแบบเดียวกับรุ่นแรกเลยนั้นเองครับผม และสามารถเลือกได้ว่าตอนปิดหน้าจอ กับ เปิดหน้าจอแล้วจะให้ทำงานยังไง

THEME

 ธีมการออกแบบเปลี่ยนได้ตามสไตล์ครับ แน่นอนว่ารุ่นนี้พิเศษกันหน่อยคือมีส่วนของ ROG โดยเฉพาะครับจะเป็นสายเกมกันเลยมีให้เลือกหลายแบบครับโทนฟ้าขาว  หรือ โทนดำ และ ใครไม่ชอบแบบเกมก็มีหน้าตา ASUS UI มาให้เลยจะไม่เหมือนสายเกมเลยนั้นเอง และเปลี่ยนทั้งของ ICON / พื้นหลัง หน้าจอโทร หน้าจอตอนล็อกอะไรพวกนี้ครับผม และโทนสีแอปในบางแอปที่มากับเครื่องก็มีเปลี่ยนให้

SCREEN

หน้าจอจัดเต็ม 6.59 นิ้วรองรับ  OLED 144Hz FHD+ DCIP3 HDR10+ ความเที่ยงตรงของสีที่สูงมาก ๆ โดยมีค่า Delta E <1  และ ความไวสัมผัส 270Hz มีค่าความหน่วง touch latency เพียง 25 ms และ side latency 18 ms ใช้กระจก Gorilla Glass 6 หน้าจอในรุ่นนี้อัพเกรดไปอีกขั้นแล้วจากของเดิมนั้นมันแค่ 120Hz แต่ในรุ่นนี้ได้พัฒนาเป็น 144 Hz บอกเลยว่าทำออกมาสำหรับสายเกม ดีกว่าจอตัวอื่นๆแบบสัมผัสได้เวลาเลื่อนใช้งานต่างๆครับ รวมถึงเวลาสัมผัสนั้นมันติดนิ้วและลื่นไหลมากๆถ้าได้ใช้จอนี้นานๆจะกลับไปใช้จอเดิมๆไม่ได้แน่นอนครับ เพราะมันจะเป็นความหน่วงแบบชัดเจน และภาพมันติดตาไปแล้วกับความเนียนแบบนี้ แต่ในตอนนี้ส่วนของเกมที่รองรับนั้นอาจจะยังมีน้อยเลยอาจจะหาความแตกต่างได้ยากเวลาเล่นเกมครับแต่ ถ้าใช้งานทั่วไปแค่เลื่อนดูภาพหรือ Facebook ก็เจอความแตกต่างแล้วนะ มาที่เรื่องของสีตัวจอรองรับมาตรฐานสีทั้งหมดที่มีได้ สวยสดและสู้แดดได้ดีมากครับ สีดำสวยแต่ถ้ามองเอียงๆอาจจะไม่ได้ดำสนิทมากครับเพราะจอเวลาปิดหน้าจอมันก็ไม่ได้ดำสนิทเรียบไปกับตัวบอดี้เท่าไรด้วย แต่เรื่องของคุณภาพนั้นพัฒนาขึ้นจากเดิมทั้ง Hz ในการมองและการสัมผัสที่ดีขึ้น ค่าสีที่ตรงขึ้น มุมองที่ดีขึ้น และ ความสว่างที่ดีขึ้นทำให้ในรุ่น 2 และ 3 จุดที่เปลี่ยนชัดเจนมากที่สุดนั้นจะเป็นเรื่องของหน้าจอเลย

หน้าจอเมื่อเวลาเอียงนั้นมีในรุ่นนี้ยังคงเป็นจอแบบ OLED แต่ครั้งนี้ในเรื่องของมุมมองและหน้าจอนั้นทำได้ดีขึ้นไม่เจอปัญหาเดิมแล้วอีกทั้งหน้าจอมีความสวยและมุมมองได้ขึ้นอย่างมากครับ แต่ตัวจอนั้นแม้จะเป็น OLED ก็ตามแต่ความดำนั้นเวลามองเอียงๆกลับไม่ได้ดำสนิทเท่าไร และเมื่อปิดหน้าจอก็ไม่ได้ดำสนิทเรียบสวยไปกับตัวเครื่อง อันนี้อาจจะเป็นส่วนพาแนลของหน้าจอที่เลือกใช้เลยทำให้เวลาปิดหน้าจอมันไม่ดำเนียนไปกับขอบๆเครื่องเท่าไรครับผม แต่ถ้าหากว่าดีกว่าหน้าจอตัวเดิมที่เป็น 120Hz ไหมในเรื่องของคุณภาพความแม่นยำหรือจะเป็นโทนสีต้องบอกว่าดีกว่าแบบรู้สึกได้เลยทีเดียวหน้าจอเอียงเท่าไรก็ยังคงสีสันได้ดีไม่เจออาการเพี้ยนหรืออมฟ้าแบบรุ่นก่อนหน้าแล้วครับ ส่วนการปรับแต่งนั้นถือว่าปรับได้ละเอียดมากในแง่ของ Hz ครับเพราะสามารถปรับได้ตั้งแต่ 60-90-120-144Hz

FINGERPRINT 

สแกนนิ้วบนหน้าจอแล้วครับทำให้ด้านหลังนั้นออกแบบได้สวยและเรียบขึ้นและในหน้าจอก็ตามสมัยนิยมที่เปลี่ยนมาใช้งานกันหมดแล้วในการใช้งานนั้นถือว่าทำได้ไวพอสมควร เพราะการเปลี่ยนมาใช้งานบนหน้าจอแบบในรุ่น 2-3นั้น พอมาอยู่ในหน้าจอนั้นกลับทำได้ไวและเข้าหน้าจอได้ไวกว่ารุ่นเดิมมาก สแกนนิ้วสามารถใช้งานได้ทั้งหน้าจอปิดและเปิดครับสามารถแตะสแกนนิ้วได้เลยไม่ต้องรอ สัญลักษณ์ขึ้นมา และไฟสีสแกนนิ้วนั้นเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด แสงสีขาวทำให้เรื่องของการใช้งานนั้นไวกว่าเดิมและแม่นยำกว่าเดิมชัดเจนคุณภาพการสแกนนิ้วทำได้ดีขึ้นและติดได้ง่าย

AURA SYNC RGB

ตัวไฟ Aura Sync นั้นสามารถปรับได้ค่อนข้างหลากหลายและโทรปรับได้เยอะ มี Effect ให้เลือกทั้งหมดประมาณ 4 แบบ สามารถปรับได้เหมือนในคอมพิวเตอร์เลยและสามารถรองรับ Aura Sync ร่วมกับพวก คอมพิวเตอร์ Gaming Gears ของ  ROG ได้ด้วยครับ และไฟนั้นสามารถปรับความสว่างและ ความไวของจังหวะการเปลี่ยนสีได้ด้วยเช่นกันครับและปรับสามเสียงเพลงต่างได้แล้วและมีความหลากหลายขึ้นเยอะกว่าเดิมมาก

SOUND 

รูหูฟัง 3.5 มม.นั้นหายไปแล้วแอบขอบ่นและเสียดายมากๆสำหรับรุ่นนี้ครับ แต่ มีรู 3.5 มม.ใส่เข้าให้ในตัวเสริมพัดลมตรงนี้แทนครับ และแน่นอนว่าต้องมีตัวแปลงใช้งานซึ่งทาง ROG ยังคงใจดีแถมมาให้ครับสำหรับตัวแปลง แต่ไม่มีแถมหูฟังมาให้เหมือนเดิมเลย และในแง่ของเสียงที่ได้แรงขับถือว่ามีดีเลยแหละครับ เสียงดังและขับได้ดี แต่เรื่องของคุณภาพเสียงเมื่อเรานำมาฟังเพลงก็ค่อนข้างกลางๆไม่ได้เด่นมาก เสียงแหลมมาพอสมควรค่อนข้างไปทางชัดในเรื่องเสียงร้อง แต่พวกรายละเอียดก็มากลางครับ เบสมาพอดีไม่ได้หนักแน่นเท่าไรนัก อยุ่ในระดับกลางๆแต่ดีที่แรงขับมีมาพอสมควรครับ ส่วนถ้าเราเอามาเล่นเกมแน่นอนว่าเสียงดังสะใจ เสียงคนเดินเสียงเท้าชัดเจนดีครับ รองรับ 7.1 และเสียงแยกทิศทางชัดเจนมากๆ รวมถึงเวลายิงปืนหรือเสียง เอฟเฟคต่างๆนั้นได้ยินค่อนข้างดี ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด เสียงพอรับได้ไม่ได้แย่แต่แรงขับนั้นมาดีครับ แต่เมื่อเทียบกับตัวแรกนั้นมันสามารถปรับเปลี่ยนแนวได้หลากหลายขึ้นแต่เรื่องของคุณภาพนั้นไม่ได้แตกต่างกัน

SPEAKER 

ลำโพงที่ดีที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนยังคงทำได้ดีครับสำหรับรุ่นนี้ทำให้ ROG PHONE 3 ถือว่าเป็นลำโพงที่ดีที่สุดเท่าที่ทดสอบมาเลยและเด่นดังในหลายๆย่านเสียงโดยเฉพาะเสียงเบสที่เน้นมากๆในแต่ละจังหวะมีความแน่นลงลึกแบบชัดเจนเป้นจุดที่พัฒนาขึ้นแตกต่างกับตัว 2 ชัดเจนครับรวมถึงในแง่ของเสียงที่ออกมานั้นดังชัดเจน ด้วยตำแหน่งที่แยกซ้ายขวาแบบนี้ทำให้เวลาเล่นเกมนั้นสมจริงและมิติเสียง อะไรดังสะใจอย่างมากและยังมี Outdoor Mode ทำให้เรื่องของเสียงนั้นดังกว่าเดิมไปอีกเท่านึงแต่จะลดคุณภาพลงนิดหน่อยจะเน้นไปทางดังสะใจ แต่แม้ลดคุณภาพแล้วก็ยังมีความคมชัด มิติเสียงที่สู้กับรุ่นอื่นๆได้สบาย เป็นจุดที่ชอบอย่างมากสำหรับ ROG Phone 3 รุ่นนี้ครับ

GPS

GPS ตัวนี้บอกเลยว่าสบายครับจริงๆ ASUS ในเรื่องการนำทางถือว่าดีจากที่แอดมินลองตัวเรือธงก่อนหน้านี้และในตัวนี้จับได้ไวและแม่นดีครับในการทดสอบขับรถและนำทางไม่เจออาการหลุดอะไร อีกทั้งลงในอุโมงค์ต่างๆก็ทำได้ดีครับส่วนในเรื่องจากการทดสอบผ่านแอปนั้นทั้งบนรถและกลางแจ้งทำได้ไม่แตกต่างกันมากครับ จับได้ทั้งหมด 8 ดวง จากทั้งหมด 64 ไม่หนีกันมากส่วนเรื่องระยะเวลาหลังจากเปิดแอปประมาณ 1 วิก็เริ่มจับได้ตามภาพแล้วครับผมถือว่าไว้ใจได้และในรุ่นแรกนั้นในส่วนนี้ก็ถือว่าทำได้ดีไม่แตกต่างกันเลย แต่จำนวนที่จับได้อาจจะดูน้อยแต่ใช้จริงไม่เจอปัญหาในการทดสอบนำทางไปต่างจังหวัด หรือการใช้งานในเมืองพวกนี้ครับจุดนี้รองรับได้สบายๆทีเดียว

BATTERY 

ส่วนเรื่องของแบตตัวนี้แอดมินได้ทำการทดสอบ คือเปิดไฟ RGB ข้างหลังตรง โลโก้ และทำงานใช้งานแบบหนักๆไปเลยนำทางทั้งวัน ถ่ายรูป วีดีโอ เปิดเพลง เพื่อที่จะลงว่าใช้งานหนักๆนั้นเป็นยังไง ในเรื่องของตัวแบต 6,000 รองรับ PD 30W-QC ซึ่งจากที่แอดมินลงนั้นภาพด้านบนคือการใช้งานแบบปิดไฟข้างหลังเครื่องใช้งานได้ทั้งหมด 14 ชั่วโมงทั้งวันแบบเกือบพอดี แต่ก็ยังรู้สึกว่าแบตตัวนี้ไม่ได้อึดมากครับ จอเปิดไป 3 ชั่วโมงครับผม เอาจริงๆถ้ามองจำนวนแบตมันอาจจะดูเยอะแต่ก็ทำออกมาให้รองรับกับทั้งหน้าจอ 144Hz ที่กินไฟมากๆและไฟข้างหลังรวมถึง CPU ที่มีการ Overclock นั้นเองครับเลยทำให้มันอึดทั้งวันได้แบบสบายๆแต่ก็ไม่ได้อึดเวอร์ถ้าเราใช้งานหนัก และเปิดไฟครับ แต่ถ้าเราปรับหน้าจอ ปิดไฟ และไม่ได้เปิด X-Mode เลยก็อาจจะทำให้แบตนั้นใช้งานได้นานกว่านี้เยอะแน่นอน

การชาร์จไฟเข้านั้นด้วยจำนวนแบตที่อาจจะเยอะทำให้อาจจะไม่ได้ไวเทพ แต่หลังจากที่ได้ลองนั้นบอกเลยว่าเหลือๆในการใช้งานจริงครับรองรับการชาร์จไฟเข้าไวมากๆจาก 17-100 ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมง 41 นาทีเท่านั้นในการชาร์จแบตที่ความจุมากถึง 6,000 mAh รุ่นนี้รองรับชาร์จไวถือว่าสบายๆในการใช้งานทั่วไป แต่น่าเสียดายไม่รองรับชาร์จไร้สาย หรือ การชาร์จเข้าน่าจะเพิ่มได้มากกว่านี้เมื่อเทียบกับคู่แข่งหลายๆตัวเริ่มหนีไป 65W-90W กันไปเลยนั้นเอง

GAMING 

ในการปรับแต่งทางด้านประสิทธิภาพนั้นจะเป็นส่วนของแอปที่เสริมเข้ามาที่หน้าตาสวยงามและสามารถปรับแต่งได้เยอะมากๆครับ ทั้งเรื่องของสถานะของตัวเครื่องบอกว่า CPU GPU วิ่งที่เท่าไรอุณหภูมิเท่าไร และระบบในภาพรวมความร้อนเท่าไร ความจุ แรม ใช้งานกันไปเท่าไรแบบละเอียดอย่างมากครับสำหรับรุ่นนี้ รวมถึงทางด้านประสิทธิภาพนั้นสามารถปรับได้ 3 ระดับแต่ถ้าระดับสูงสุดนั้นจะต้องเสียบพัดลมใช้งานก่อนถึงจะปรับได้สูงสุด และทางด้านหน้าจอนั้นสามารถปรับได้ว่าจะเอากี่ Hz และสามารถปรับแยกแต่ละแอปเล่นเกมได้ด้วยครับถือว่าเอาเรื่องเลยทีเดียว รวมถึงสามารถปรับความไวในการสัมผัสได้ด้วยว่าจะเอาค่าประมาณไหน ไวหรือหน่วงแค่ไหนในการสัมผัส ในการเลื่อน หรือ แตะ ปรับได้ละเอียดมากครับ รวมถึงตัว การเชื่อมต่อก็รองรับการปรับแต่ง และรวมถึงไฟ RGB ตรงโลโก้ข้างหลัง

AIR TRIGGERS

เป็นอีกฟีเจอร์ที่ต้องบอกว่าทางค่ายใส่เข้ามาและพัฒนามาต่อเนื่องจากรุ่นก่อนครับ แต่ในครั้งนี้ยอกเหนือจากแตะขอบเครื่องแล้วนั้น ยังสามารถทำอะไรได้เยอะกว่าเดิมเยอะมาก ทั้ง Slide หรือการเลื่อนขอบเครื่อง / การปัดเป็นจุดๆ Swipe / หรือการแตะ Tap แตะแบบเต็มๆ / และ การแตะแยกซ้ายขวาในแต่ละข้าง ทำให้แตะสูงสุด 4 ปุ่มในขอบเครื่อง สามารถปรับแต่งได้ทั้งเรื่องของน้ำหนัก การแตะ ความไวในการแตะขอบเครื่อง การสั่นตอบสนองของปุ่ม หรือจะเป็นความหน่วงของตัวปุ่มสัมผัสเรียกได้ว่าปรับได้เยอะ และสามารถตั้งค่าแบบวางนิ้วพักนิ้วแบบไม่มีการทำงานได้

CAMERA

กล้องหลังในรุ่นนี้มาพร้อมกับ 3 เลนส์ครับทำให้เป็นการอัพเกรดจากรุ่นเดิมที่มี 2 ตัวส่วนเรื่องของคุณภาพในหลายๆส่วนก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน ในกล้องเลนส์หลักให้มามากถึง 64MP และมาพร้อมกับ (f/1.8) 1/1.7”  0.8 µm pixel size พร้อมระบบโฟกัส PDAF แต่น่าเสียดายว่ายังคงไม่มี OIS ใส่เข้ามาให้ครับ ส่วนทางด้านเลนส์ที่ 2 นั้นจะเป็นเลนส์มุมกว้าง 125 องศา และไม่มี AF อะไรครับ  พร้อมกับ  Real-time distortion correction ส่วนตัวที่ 3 นั้นเป็นแค่เลนส์ มาโครเท่านั้น 5MP จริงๆแอบเสียดายน่าจะใส่เลนส์ เทเลเข้ามาให้น่าจะตอบโจทย์ยุคนี้มากกว่าเยอะเลยครับ ส่วนทางด้านฟีเจอร์การถ่ายภาพนิ่งนั้นจัดเต็มเหมือนกันรองรับทั้ง การถ่ายละลายหลัง การถ่ายโหมดกลางคืน มุมกว้างต่างๆ รวมถึงการปรับระยะต่างๆถือว่าทำได้ดีพอสมควรเลยนะเท่าที่ทดสอบถ่ายมา ละลายหลังเนียนตาจัดการได้ดีมากๆ และการชดเชยแสงอะไรทำได้ดีครับ ถือว่าเป็นมือถือสายเกมที่คุณภาพกล้องทำได้ดีมากๆรุ่นนึง

PORTRAIT 

SELFIE

สำหรับกล้องหน้านั้นให้มาที่ 24MP (f/2.0) คุณภาพนั้นถือว่าใช้งานทั่วไปได้ รองรับการถ่าย ละลายหลัง หน้าเนียนอะไรครบๆเลย แต่รูรับแสงนั้นกลับมาใหญ่กว่าเดิมที่ 2.0ครับเพราะในรุ่นก่อนหน้าจะเป็น 2.2 นั้นเอง เท่าที่ลองนั้นก็ถือว่าใช้ได้เลยในการถ่ายนั้นสามารถเห็บขอบภาพได้ดีในการเบลอและแต่งหน้าได้หลากหลาย แต่โทนสีของภาพยังมีแปลกๆเหมือนกับกล้องหลังอยู่บ้างในบางสภาพแสงครับ เรื่องของ Software ในการจัดการแสงสี สกินโทนนั้นยังมีแปลกๆอยู่บ้างครับ และ ในการถ่ายย้อนแสงยังคงทำได้ไม่ดีเท่าไรนักในกล้องหน้ารุ่นนี้อาจจะไม่ได้สวยมากนัก

VIDEO 

8K UHD (7680 x 4320) 30 fps / 4K UHD (3840 x 2160) 30 / 60 // 1080p FHD 30 / 60 fps  3-axis electronic image stabilization for rear cameras Time Lapse (4K UHD video) Slow Motion video (4K at 120 fps; 1080p at 240 / 120 fps; 720p at 480 fps) ในการรองรับการถ่ายวีดีโอรุ่นนี้ถือว่าจัดเต็มเอาเรื่องเลยทีเดียว และยังมาพร้อมกับ โหมดถ่ายแบบ Pro ที่สามารถปรับเสียงไมค์ได้ สามารถปรับได้ว่า จะซูมไปที่ไหน รวมถึงการปรับว่าจะตัดเสียงลม หรือ จะเน้นเสียงคนพูดได้มากน้อยแค่ไหนครับ ถือว่างานวีดีโอพัฒนามาดีกว่าเดิมเยอะ จากที่รุ่น 2 เราเคยบ่นกันไปแต่ครั้งนี้กลับมาว้าวและทำได้ดีเลยแหละครับ

ROG PHONE 3 

” สายเกมมิ่ง คุณภาพระดับสูง หน้าจอ ฟีเจอร์ วัสดุ และ ลำโพงที่ดังที่สุด อุปกรณ์เสริมแน่น “

ROG ชื่อนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เป็นแบรนด์ที่ออกอุปกรณ์อะไรมาสำหรับสายเกมมิ่งนั้นไม่ใช่เล่นๆในเรื่องของคุณภาพที่ได้เมื่อเทียบกับราคาต้องบอกว่าสมราคาครับ และเมื่อได้ลองจับจะรู้สึกเลยว่าในแต่ละจุดนั้นจะค่อนข้างใส่ใจในการออกแบบมากๆ ยิ่งตัวกล่องเปิดออกมาก็ว้าวแล้วแพ็คเกจอะไรดูดี อุปกรณ์เสริมที่ให้มานั้นรองรับสบายๆ มีพัดลม เคสแถมมาให้เรียบร้อย รวมถึงประสิทธิภาพตัวเครื่องไม่ต้องไปคิดอะไรเยอะ รองรับการเล่นเกมทุกเกมในตอนนี้แบบปรับภาพสุดได้สบาย รองรับกับหน้าจอ 144Hz ได้ลื่นไหลและสวยงาม หน้าจอสวยงามขึ้นเยอะมาก คุณภาพสีดีขึ้นมาก และลำโพงก็ทำได้ดีดังสะใจ ดังที่สุดในบรรดามือถือทุกรุ่น อีกทั้งเสียงรองรับ Hi-res และยังได้แบตเยอะ 6,000 mAh แน่นๆเลยครับ และฟีเจอร์เล่นเกม การแตะขอบเครื่องต่างๆ เรียกได้ว่าจัดเต็มที่สุดแล้วสำหรับใครที่อยากสุดๆในแง่ของมือถือสายเกมตัวนี้ทำออกมาได้ดี แต่ก็มีข้อบ่นๆนิดๆในเรื่องของการชาร์จไวที่ยังไม่ได้เยอะมาก กับ รู 3.5มม. ในตัวเครื่องตัดออกไปแล้ว รวมถึงไม่มีการกันน้ำอะไรใส่เข้ามาครับ แต่ถ้ามองจุดอื่นๆข้อดีมันเยอะแยะมากเลยแหละ และที่ชอบคือเรื่องของกล้องหน้าหลังพัฒนาขึ้นแบบชัดเจน รวมถึงงานวีดีโอด้วยในรอบนี้ดีขึ้นเท่าตัวเลย และที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของอุปกรณ์เสริมของ ROG นั้นเยอะมาก ทำออกมารองรับผู้ใช้งานได้สบายๆเหนือค่ายอื่น

ข้อดี

  • หน้าจอมีความลื่นไหลสูงถึง 144Hz รองรับการใช้งานเล่นเกมได้ดี
  • หน้าจอ OLED สวยสีสันตรง สู้แสงได้ระดับนึง และ HDR10+
  • งานออกแบบตัวกล่อง แพ็คเกจถือว่าใส่ใจมาก
  • ประสิทธิภาพในการทำงาน เล่นเกมถือว่าแรงสุดๆ
  • ตัวเครื่องงานออกแบบ งานประกอบสมชื่อ  ROG
  • LPDDR5 RAM  และ UFS 3.1 storage.
  • Air Triggers  มีการพัฒนาที่ดีมาก รองรับอิสระกว่าเดิม
  • ลำโพงตัวเครื่อง ที่ดังสะใจ และมีมิติเสียงดีที่สุดในตอนนี้
  • กล้องหลังพัฒนาขึ้นจากรุ่น 2 แบบชัดเจน คุณภาพทำได้ดีขึ้นเยอะ
  • USB-C ให้มาตรงกลางเครื่องเหมาะแก่สายเกม
  • แบตทำได้ดีอึดและรองรับการใช้งานทั้งวัน
  • ระบบหน้าตา UI ต่างๆรองรับกับสายเกมได้ดี
  • งานวีดีโอดีกว่าเดิมเท่าตัว รองรับโหมดโปร พร้อมไมค์ 4 ตัว ตัดเสียงดี
  • ecosystem คือจัดเต็มมาก ( รอติดตามรีวิวอุปกรณ์เสริมเร็วๆนี้ )
  • รองรับระบบการชาร์จ ควบคุมความร้อน รวมถึงต่อไฟตรงได้ สำหรับการชาร์จไปเล่นไป

ข้อสังเกต

  • ไม่มีรู 3.5 มม. สายเกมอาจจะลำบากขึ้นกว่าเดิม
  • รู3.5มม.ต้องใช้ในตัวพัดลมเสริม เพราะตัวเครื่องตัดไปแล้ว
  • ชาร์จไว 30W นั้นแอบน้อยไปเมื่อเทียบกับยุคสมัยนี้
  • ไม่รองรับการกันน้ำ IP Rating
  • ไม่รองรับชาร์จไร้สาย

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Nineztr 

*รูปถ่ายจากกล้องมือถือทุกรูป ไม่มีการปรับแต่ง และ สามารถกดดูไฟล์เต็มแบบต้นฉบับได้นะครับ

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments