realme นั้นเป็นแบรนด์ที่ทำมือถือออกมาได้ดี ทั้งในเรื่องของเรทราคา และสเปคที่ให้มาค่อนข้างคุ้มค่า และในครั้งนี้เปิดตัว realme 5 Pro ที่ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ มีกล้อง 4 ตัว และ สเปคที่ดีที่สุดในตอนนี้ถ้าเราเทียบกับเรทราคาของมัน กับคู่แข่งในไทยทุกตัวตอนนี้ครับ ทั้งในเรื่องของสเปคตัวเครื่องที่จัดเต็มให้มาในการใช้ CPU Snapdragon 712 AIE และ หน่วยความจำ UFS 2.1 รวมถึง กล้องหลัง 4 ตัว IMX 586  จัดเต็มจริงๆ และในการใช้งานทั่วไปก็ตอบสนองได้ดีรวมถึง การออกแบบที่ค่อนข้างสวยงามครับ อยู่ในช่วงเรทราคาที่จับต้องได้สบาย

realme 5 Pro นั้นเป็นรุ่นพี่ที่จัดเต็มกว่าแน่นอนครับว่าทั้งในเรื่องของสเปค และ ฟังก์ชันกล้องที่มากกว่านิดหน่อย มาที่สเปคกันก่อนเลย ตัวนี้มาพร้อมกับ  CPU Snapdragon 712 มาพร้อมด้วย RAM 8 GB STORAGE 128 GB เป็นแบบ UFS 2.1 ครับ ส่วนในเรื่องของตัวกล้องนั้น มาพร้อมกับ กล้องตัวหลัก 48MP ใช้เซนเซอร์ Sony IMX586 F1.79 , กล้อง 8MP ultrawide กว้าง 119° , กล้องจับความลึก 2MP และ กล้อง 2 MP Macro สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้ 4CM  . และ ตัวเครื่องนั้น มี Splash Resistant มาให้ด้วย กันน้ำกระเด็นเบาๆได้ รวมถึง เรื่องแบตนั้นจัดเต็มมาให้ 4,035mAh รองรับ 20W ระบบ VOOC 3.0 นั้นเองครับ และ เป็นหัวแบบ USB-C แล้วด้วย ส่วนฝาหลังก็มีการออกแบบใหม่เล่นลวดลายสวยงามครับ และ หน้าจอเป็นติ่งหยดน้ำแบบเดิมขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+

realme 5 Pro ราคาในไทยนั้นเปิดตัวมาที่

  • 8,999 บาท พร้อมกับสเปค 8GB/128GB 
  • 7,999 บาท พร้อมกับสเปค 4GB/128GB 

มาพร้อมกัน 2 สีครับ Crystal Green / Sparkling Blue

UNBOX

ตัวกล่องนั้นมาในแบบเรียบๆโทนสีขาว พร้อมกับ รูปตัวเครื่อง ชัดเจนหน้าหลัง รวมถึงบอกชื่อรุ่นด้วยครับ จริงๆตัวกล่องแอบชอบแบบรุ่นก่อนหน้ามากกว่าเป็นแค่เลขสีเหลืองสวยงามครับ อันนี้แอบดูธรรมดาไปนิดนึง ส่วนด้านข้างก็บอกชื่อรุ่นครับ และ ด้านหลังก็ไม่มีอะไรเรียบๆครับไม่ได้บอกฟีเจอร์เด่นๆอะไรในส่วนนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง realme 5 Pro
  • เคสใสนิ่ม TPU สีเทาดำ
  • ฟิล์มกันรอย ติดมาให้แล้วบนหน้าจอ
  • สายชาร์จแบบ USB-C รองรับ VOOC 3.0 จ่ายไฟ 20W ชาร์จเต็มภายใน 80 นาที
  • หัวชาร์จ รองรับ VOOC 3.0 ขาแบน
  • ตัวคู่มือ และ ที่จิ้มซิม

ตัวเคสนั้นทำออกมาได้กระชับและมีความหนาเหมือนกับรุ่นก่อนหน้าแต่ครั้งนี้เหมือนจะทำวัสดุออกมาได้ดีกว่าเดิมนิดนึงครับตัวเคสเป็นสีเทาๆเข้มๆเล็กน้อยใส่แล้วฝาหลังสะท้อนน้อยลงไปแบบชัดเจน แต่ชอบที่มันปกป้องเครื่องได้ดีมากๆทั้งด้านหน้าและด้านหลังครับ ตัวขอบกินเข้ามาบนหน้าจอและมีความหนาสูงกว่าหน้าจอทำให้วางคว่ำได้สบาย ส่วนฝาหลังนั้นก็คลุมได้หมดครับรวมถึงตัวเลนส์กล้องนั้นก็ทำออกมาปิดได้ดีมีความหนาขึ้นมาปกป้องได้เวลาวางตัวเคสนั้นมีความนูนขึ้นมาปกป้องตัวเลนส์และหน้าจอขึ้นมาอีกครับ และ ทั้ง 4 มุมนั้นในด้านหน้าจะทำความสูงพิเศษขึ้นมาเพื่อที่จะปกป้องหน้าจอให้ดีขึ้นไปอีกเวลาตกหรือวางคว่ำครับ

DESIGN

การออกแบบนั้นในรุ่นนี้มาพร้อมกับฝาหลังดีไซน์ใหม่หมด ทั้งตัวสีและกราฟิกบนฝาหลังครับ ในสีที่รีวิวนั้นจะเป็น Sparkling Blue แต่วัสดุนั้นไม่ใช่กระจกนะครับเป็นแบบเดียวกับรุ่นก่อนหน้านั้นเลยแต่มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด เรียกกันว่า Nano Holographic Colour นั้นเอง จริงๆสวยกว่ารุ่นก่อนหน้านะครับเป็นเหมือนการพัฒนาต่อเนื่องมาจาก Diamond cut ที่เป็นเอกลักษณ์ในรุ่นแรกๆ ส่วนงานประกอบ วัสดุนั้นทำได้พอๆกับตัว 3 Pro ระวังรอยนิดนึง ครับผมรวมถึงน้ำหนักในภาพรวมนั้นไม่ได้หนักมาก และความบางอะไรนั้นก็ใกล้เคียงกับของเดิมครับ

หน้าจอนั้นมาพร้อมกับหน้าจอแบบติ่งหยดน้ำเหมือนเดิมครับ 6.3 นิ้ว IPS LCD ความละเอียดที่ FHD+ อัตราส่วน 19.5:9 พร้อมกับ สัดส่วนหน้าจอ ต่อตัวเครื่องที่ 90.6% ใช้ Gorilla Glass 3+ นะครับ

หน้าจอขอบบนนั้นเป็นแบบเดิมครับมาพร้อมกล้องหน้า พร้อมติ่งหยดน้ำ และมีการแทรกเซนเซอร์ไว้ข้างๆกล้อง รวมถึงขอบลำโพงอยู่เหนือกล้องหน้า กล้องหน้าให้มาที่ 16 MP Sony IMX471 1/3.1″, 1.0µm รูรับแสง f/2.0

ในส่วนขอบล่างหน้าจอนั้นจุดนี้จะทำได้บางกว่าตัว realme 5 พอสมควร รวมถึงปุ่มควบคุมนั้นจะอยู่ในหน้าจอ สามารถใช้งานเต็มหน้าจอได้แบบไม่มีปุ่มนะครับ ส่วนขอบข้างๆนั้นก็ทำได้บางพอๆกับรุ่นก่อนหน้านี้เลยครับ

ขอบเครื่องด้านล่างนั้นจะเป็น ลำโพงหลัก ช่อง USB-C 2.0 และ รูไมค์ รวมถึงรูหูฟัง 3.5 มม. นั้นยังอยู่นะครับ จะมีการเล่นลวดลายเส้นสายที่ทำให้ตัวเครื่องดูบางขึ้น และ เป็นวัสดุอลูมิเนียมนะครับในส่วนของกรอบเครื่องทั้งหมด

ตัวขอบเครื่องด้านบนนั้นจะเห็นว่าเป็นอีกสีนึงครับเนื่องจากตัวเครื่องนั้นจะเป็นการไล่เฉดสี น้ำเงินมาม่วงนั้นเองทำให้ขอบแต่ละข้างนั้นไม่เหมือนกัน ส่วนด้านบนนั้นจะมีรูไมค์ตัดเสียงมาให้ด้วยครับ ยังไม่ได้ตัดออกไปเหมือนบางตัว

ในขอบเครื่องด้านข้างขวานั้นจะเป็นที่อยู่ของปุ่ม Power อย่างเดียวนะครับและจะเห็นว่าตัวกล้องนั้นนูนออกมาพอสมควร แต่ตัวเครื่องก็ทำได้บางเช่นกัน ส่วนการไล่เฉดสีนั้นก็จะเห็นได้ชัดเมื่อเรามองที่ด้านข้างแบบนี้ครับ

ในส่วนของด้านซ้ายนั้นจะเห็นว่าตัวเครื่องมี ปุ่มเพิ่มลดเสียง และ ช่องใส่ถาดซิมครับเป็นแบบ Triple Slot กระจกฝาหลังนั้นจะโค้งลงมาตรงขอบข้างๆเล็กน้อยครับเหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้ทำให้จับถือได้ง่ายและเข้ากับมือได้มากกว่า Triple Slot รองรับการใส่ซิมคู่และ Micro-SD พร้อมกันครับไม่ต้องเลือกใช้งาน และจะเป็น Dual Stanby นะครับผมไม่สามารถ Active 2 ซิมพร้อมกันได้ครับแบบเดียวกับรุ่น 3 Pro ก่อนหน้านี้เลย

ฝาหลังนั้นจะเป็นการออกแบบใหม่ในชื่อ Holographic diamond พร้อมความเป็นประกายของสีสันที่สดใสในระดับนาโน มีการเคลือบกว่า 133 ครั้งเพื่อให้ได้สีที่สวยงามนั้นเองรวมถึงเป็นการพัฒนาการสะท้อนเหลี่ยมๆมาจากรุ่นก่อนหน้า และ ยังเป็นการออกแบบที่เนี้ยบกว่าเดิมด้วยครับเพราะสามารถป้องกันละอองน้ำได้เวลาน้ำกระเด็นใส่ สแกนนิ้วนั้นอยู่ในด้านหลังเหมือนเดิมครับ และมีวงแหวนสีเงินล้อมรอบ ส่วนโลโก้นั้นวางแนวนอนมุมเครื่องเช่นเดิม

กล้องหลังจัดเต็มมาให้ทั้งหมด 4 เลนส์ กล้องหลังนั้น 48 ล้านพิกเซล Ultra HD  Sony IMX 586 flagship sensor พร้อมกล้องพิเศษที่เพิ่มถึง 3 ตัว Portrait สำหรับการจับระยะ , super wind-angle ที่รองรับมุมกว้าง 119 องศา และเทคโนโลยีล่าสุด macro เลนส์  ที่รองรับระยะใกล้สุดๆ 4CM นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ Ultra clear nightscape ที่ทำให้ภาพถ่ายกลางคืนคมชัด และ ภาพไฟล์ Raw และโหมดChroma Boost ก็มีมาให้เช่นกัน การออกแบบเลนส์หลักยังคงมีวงแหวน realme ring และ เขียนบอก 48MP ครับ และไฟแฟลชออกมาด้านขวา

SPEC

  • Android Pie 9.0  ครอบทับด้วย ColorOS  6.0
  • จอ IPS LCD ติ่งหยดน้ำ ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2340 พิกเซล), อัตราส่วน 19.5:9 อัตราส่วนหน้าจอ 90.6% ใช้กระจก Gorilla Glass 3+
  • CPU Snapdragon 712 AIE Octa Core 2.3 GHz + GPU Adreno 616
  • RAM 8 GB
  • STORAGE 128GB UFS 2.1 รองรับ microSD card เพิ่มได้ถึง 256 GB
  • กล้องหน้า 16 MP ใช้เซนเซอร์ Sony IMX471 f/2.0
  • กล้องหลัง  4 ตัว ตัวหลัก 48MP ใช้เซนเซอร์ Sony IMX586 f/1.79 + กล้องมุมกว้าง 8MP 119° f/2.25 +กล้อง จับระยะ 2MP f/2.4 + กล้องถ่ายระยะใกล้ 2MP 4cm,f/2.4
  • แบตเตอรี่ 4,035mAh รองรับ VOOC 3.0 สามารถชาร์จเต็ม 100% ภายใน 80 นาที
  • Bluetooth 5.0  และ รองรับ Wifi 2.4Ghz 5Ghz
  • พอร์ต USB-C  และ มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • ตัวเครื่อง 74.2 x 157 x 8.9 มม. หนัก 184 กรัม
  • Crystal Green / Sparkling Blue

PERFORMANCE

ประสิทธิภาพในรุ่นนี้ ใช้งาน Snapdragon 712 และ RAM 8 GB  รวมถึงใช้งาน UFS 2.1 ในความจุขนาด 128GB แน่นอนว่าช่วยในเรื่องของการเรียกแอพ ต่างๆและทำคะแนน Antutu ไปได้ที่ 180K มากกว่ารุ่น 3Proประมาณ 3 หมื่นถือว่าเยอะครับเพราะ รุ่นนี้ไม่ลดสปีดแล้ว ส่วนคะแนนการอ่านเขียนทำได้ดีกว่าเดิมมาก ทำไปได้เกือบ 500 และ เขียนไปเกือบ 200 ครับถือว่าเป็นมือถือในเรทต่ำกว่าหมื่นที่จัดว่าน่าสนใจที่ใส่เข้ามา UFS 2.1 และ Geekbench นั้นทำคะแนนไปได้ที่  DRM L3 อยู่นะครับในการเช็ค ไม่แน่ใจว่าจะมีอัปเดตไหมเพราะสเปคที่เจอนั้นรองรับ L1 ครับ ส่วนตัว Sensor มีให้ครบทุกตัวครับ

SYSTEM UI

หน้าตาระบบรุ่นนี้มีการปรับปรุงอีกครั้งมาใช้ Colour OS 6 ร่วมกับ Android 9 เหมือนกับรุ่น 5 ทั้งหมดครับ ทั้ง การตั้งค่า การใช้งานทั่วไป แต่หน้าหลักๆนั้นยังคงมีมาคล้ายๆเดิมครับการแจ้งเตือนใช้ได้ มีเลขมุมแอพอะไรปกติครับไอคอนเป็นทรงกลมซะส่วนใหญ่ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปลงตัวกับขนาดหน้าจอของตัวเครื่องครับ แต่แอพติดเครื่องยังมีมาเยอะพอสมควร พวกแอพนอกเหนือจาก Google ครับ

หน้าการแจ้งเตือนและ Quick Setting นั้นเป็นอีกจุดที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ ไอคอนการตั้งค่าอะไรเปลี่ยนไปทั้งหมดเป็นวงกลมแล้ว จากที่เป็๋นสี่เหลี่ยมก่อนหน้า การกดเข้าอะไรต่างๆนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดรวมถึงไอคอนรูปเฟืองก็เปลี่ยนไปด้วย เมื่อลากลงมาก็เป็นการตั้งค่าแบบเต็มครับ รวมถึงแบ่งหน้าจออะไรนั้นยังมีมาให้ปกติ

ทางด้านแป้นพิมพ์นั้นเป็นของ Google ที่คุ้นเคยกันดีครับใช้ง่ายและเสถียรมากๆ ส่วนหน่วยความจำพื้นที่ตัวเครื่อง มาให้ 128GB นั้นเหลือใช้งานได้ 117 หลังจากหักระบบออกไป และ RAM นั้นใช้งานเหลือ 3.97 จาก 8 GB ครับ

ส่วนการโคลนแอพ อะไรทั้งหลายก็มีมาให้ครับผม รวมถึงตัว Game Space มาใหม่อันนี้น่าสนใจยังไงไปดูในหัวข้อ Gaming ได้เลย และ ยังมีผู้ช่วยอัจฉริยะมาให้ในการปัดมาด้านขวาในจอหลักจะคอยช่วยในการจัดการแจ้งเตือนอะไรต่างๆ หรือ ดูการใช้งานของเราว่าเน้นอะไรยังไงก็จะเสนอมาให้ใช้งานกันเลย อีกทั้งยังมีโหมดช่วยขับรถมาให้จะดูแลการแจ้งเตือน ขณะขับขี่ ระบบจะทำ การปิดเสียงการแจ้งเตือน ระบบจะใช้ตัวอักษรและ ปุ่มขนาดใหญ่ที่สามารถรับหรือปฏิเสธได้เท่านั้น และส่ง SMS ตอบกลับให้เองเลย แต่เรื่องของติ่งหน้าจอไม่เจอให้ปิดนะครับผมในตัวนี้

Smart Sidebar แถบหน้าจอด้านข้างก็ รองรับการแชร์ไฟล์ที่เพิ่งเปิดขึ้นได้ เพิ่มเครื่องมือหรือแอพลิเคชั่น บันทึกหน้าจอในรูปแบบวิดีโอ และ จับภาพหน้าจอ นอกจากนี้ Smart Sidebar ยังมีโฟลเดอร์การจัดการให้เพิ่มรายการโปรดเข้าไปเพื่อดูรายการโปรดได้สบาย Gesture นั้นยังมีมาให้ครบทั้งการวาด การใช้งานท่าทางต่างๆครับ รวมถึงการตั้งค่าการควบคุมหลักๆนั้นสามารถปรับใช้งานแบบเต็มจอหรือจะใช้งานแบบ 3 ปุ่มปกติสลับตำแหน่งได้ด้วย

THEME

ตัวการปรับแต่งธีมนั้นรองรับการเปลี่ยนพอสมควรครับซึ่งมีให้เลือกค่อนข้างเยอะจากที่รุ่นแรกๆนั้นปรับแต่งไม่ได้แต่ตอนนี้ปรับแต่งมาแล้วทำให้ใช้งานได้หลากหลายขึ้นและเปลี่ยนทั้งตัวหน้าตาไอคอน แอพ และรวมถึงพื้นหลังต่างๆ

SCREEN

หน้าจอนั้นถือว่าเป็นอีกจุดที่มีการพัฒนาขึ้นแน่นอนว่าเรื่องของการสัมผัสทำได้ดีกว่าเดิมแบบรู้สึกได้ครับส่วนสเปคหน้าจอนั้นในภาพรวมไม่ได้แตกต่างกันมากนักแต่มีการใช้งานกระจก Gorilaa Glass 3+ ถือว่าน่าสนใจครับ ส่วนหน้าจอยังเป็น IPS LCD อยุ่ ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และรองรับความสว่างสูงสุด 400Nits จากที่ลองมุมมองภาพนั้นทำได้ดี ความสีสันสดใสยังคงไม่เป็นปัญหา ส่วนการออกแบบหน้าจอยังคงเป็นแบบติ่งหน้าจอเหมือนเดิมและขนาดการออกแบบนั้นยังคงเหมือนกับรุ่น 3 Pro ก่อนหน้านี้ ส่วนขอบหน้าจอส่วนอื่นๆนั้นยังคงมีขนาดขอบมีความหนาอะไรนั้นไม่แตกต่างกับรุ่นก่อนหน้าเท่าไรครับ ภาพรวมหน้าจอยังคงทำได้ดี สัมผัสไวขึ้นดีกว่าตัว 3 Pro นิดหน่อย และดีกว่าตัว 5 ธรรมดาแบบรู้สึกได้เลย แต่ด้วยจอ LCD นั้นส่วนสีดำอาจจะไม่สนิทเท่าไรและสู้แสงไม่โหดมากนักครับจากที่ได้ลองกลางแจ้ง แต่ถ้าใช้งานในสภาพแสงทั่วไป ในห้องพวกนี้ถือว่าทำได้ดีไม่มีปัญหาครับ

ในการมองมุมข้างๆหรือกลางแจ้งเวลาเจอแสงอาจจะมองยากนิดหน่อยครับ แต่ชอบที่สีไม่ดรอปและไม่เพี้ยนครับมุมมององศาเอียงๆก็ยังคงเห็นหน้าจอได้ค่อนข้างดี ส่วนเวลากลางคืนก็สามารถลดแสงให้อ่อนและใช้งานเวลาแสงน้อยได้ดีครับ ซึ่งในภาพรวมในเรทราคานี้หน้าจอตัวนี้น่าจะดีอันกับต้นๆครับในเรื่องของการสแดงผลของมันและมุมมองแต่เรื่องของการสัมผัสนั้นอาจจะต้องลองใช้งานกันว่าจะชอบหรือถนัดแบบนี้ไหมครับแน่นอนว่ามันไวขึ้นติดนิ้วมากกว่าเดิม แต่เมื่อเทียบกับรุ่นที่มีเรทราคาสูงกว่าหรือสเปคเดียวกับในเรทราคาที่แพงกว่าก็อาจจะไม่ค่อยถนัดกันได้ครับ

SOUND

ในด้านของเสียงผ่านหูฟังตัวนี้มีรู 3.5มม.แน่นอนว่าตัวนี้ไม่มีหูฟังมาให้ครับ โดยความรู้สึกคล้ายของเดิม ในตัว reaelme 3 Pro เลย รวมๆก็อาจจะไม่ได้เด่นมากนักกำลังขับ เบส หรือ เสียงนั้นค่อนข้างกลางๆครับ เสียงเหลมเด่นกว่านิดหน่อย ส่วนเรื่องของมิติ เวที เสียงมากลางๆครับผม คล้ายๆกับของแบรนด์ realme ในรุ่นก่อนหน้ามากๆครับแต่ดีที่กำลังขับมามากกว่านิดนึง รวมถึงตัวนี้หน้าตาการปรับเสียงสามารถปรับเสียงแล้วแต่แนวคนชอบได้และปรับ EQ ได้ 3 ย่านหลักๆครับ ถือว่าแอบน้อยไปนิดนึงเหมือนเดิม รวมๆเสียงไม่ได้แตกต่างกับรุ่นก่อนหน้าเท่าไรครับ

SPEAKER 

ในการทดสอบลำโพงรุ่นนี้เอามาเทียบกับรุ่นน้อง realme 5 ก็พบความแตกต่างกันชัดเจนครับแน่นอนว่าลำโพงในรุ่น 5 Pro นั้นมี Smart PA เข้ามาช่วยทำให้เสียงนั้นดังและชัดกว่ารุ่นน้องและทำได้ดีกว่ารุ่น 3 Pro เล็กน้อยครับเสียงที่ได้นั้นมีมิติและดังมากกว่า รวมถึงเสียงเบสย่านต่ำก็ทำได้ดี เวลาดูหนัง ฟังเพลงเสียงจะแน่นกว่าครับ รวมถึงความใสเคลียร์ทำได้ดีนะเวลาฟังเพลงเสียงใสชัดดีครับ เสียงจะแหลมๆไปนิดหน่อยแต่ก็ไม่แหลมจัดแบบรุ่นก่อน

GPS 

ในการนำทางนั้นทำได้ดีกว่ารุ่นเดิมแบบชัดเจนเลยครับ จากที่ใช้งานจริงและใช้แอพทดสอบเช่นเคยครับ ก็จับได้ทั้งหมด 9 ดวง จากทั้งหมด 39 ดวงครับ ทั้งบนรถ และ ทางเดินเท้าปกติ ส่วนของกลางแจ้ง จับได้ทั้งหมด 28 ดวง จากทั้งหมด 50 ดวง นะครับ ถือว่าเป็นจุดแตกต่างกันหลักๆของการใช้งานที่เทียบกับตัว 3 และ 3 Pro ก่อนหน้านี้ครับน่าสนใจสำหรับใครที่เน้นในเรื่องนี้ ส่วนการเรียกใช้งานแอพ หรือ เวลาหลังจากเปิดแอพนั้นก็ทำได้ค่อนข้างไว

BATTERY VOOC 3.0

แบตเตอร์นี่ตัวนี้ยังคงให้มาที่ 4,035 แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้เยอะมากขึ้นเท่าไรครับ แต่การจัดการพลังงานมันทำได้ดีนะจากที่เคยทดสอบแบรนด์นี้มาพอสมควรครับ และยังได้ใช้งานเทคโนโลยีชาร์จไวมาเหมือนเดิมทำให้ใช้งานสะดวกขึ้นและเปลี่ยนมาใช้งาน USB-C แล้วทำให้ไปไหนมาไหน ยืมสายคนอื่นใช้งานได้หลากหลายขึ้นแล้ว และสะดวกเวลาใช้งานมากขึ้นครับ ในการทดสอบนั้นต้องบอกว่าทั้งวันได้ จากที่ลองใช้งานหนักๆ 8-9 ชั่วโมง เล่นเกมไปประมาณ 2 ชั่วโมงเต็มๆครับ และ มีการนำทาง เปิดเพลง ถ่ายรูป วีดีโอ ถือว่าทำได้ดีนะ และ แบตเหลือ 20% ครับ ส่วนการชาร์จเข้าก็ทำได้ไวมากๆตามแบบของ VOOC 3.0 เลย

VOOC 3.0 

เทคโนโลยีนี้เป็นที่คุ้นเคยกันดีในรุ่นก่อนที่ใส่เข้ามาครับแน่นอนว่ามันชาร์จไวและปลอดภัยเอามากๆ ทั้งคุมความร้อน และ การจ่ายไฟ (5V/4A) ทำให้ชาร์จได้ 48%ในเวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้นและ 1 ชั่วโมงกว่า แบตก็เต็มพอดีถือว่าไวเอาเรื่องเลยนะ มาพร้อมความจุแบตมากถึง 4035mAh การชาร์จนั้นก็ยังมีโหมด CABC – Content Adaptive Backlist Control ทำให้ลดการใช้พลังงานขณะชาร์จและทำให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นและชาร์จเข้าไวขึ้นด้วย จากที่ทดสอบนั้นใช้เวลา 30 นาทีได้มาถึง 48% และใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที แบตเต็ม 100% จัดว่าไวมากครับ

GAMING

ในการเล่นเกมนั้นต้องบอกว่าทางด้านโปรแกรมช่วยยังคงมีมาให้ในการจัดการประสิทธิภาพของตัวเครื่องรวมถึง ปิดการแจ้งเตือน หรือจะเป็นเปิดแอพหน้าต่างแยกเวลาเล่นเกม ตอบข้อความพวกนี้มีมาให้เหมือนเดิมทุกอย่างเลยครับ เช่น การปิดการแจ้งเตือน การแจ้งเตือนข้อความ การทำงานหลายอย่างได้อย่างรวดเร็ว การจับภาพหน้าจอและการบันทึกหน้าจอในรูปแบบวิดีโอ และ การใช้ 712 ทำให้รีดประสิทธิภาพออกมาได้ดีขึ้นเยอะเลยครับ  เรื่องของการเล่นเกมอันนี้ต้องพูดเลยว่าเป็นมือถือที่เหมาะกับการเล่นเกมส์มากๆ เพราะว่าดูจากสเปคเเละผลคะแนนที่สูงถึง 180,000 คะแนน การเล่นเกมปรับกราฟิกสูงรุ่นนี้บอกได้คำเดียวเลยว่าสบาย สำหรับเรื่องของความร้อนหลังจากที่ได้ทดสอบถือว่าในรุ่นนี้จัดการความร้อนได้เป็นอย่างดี เเต่เรื่องแบตอาจจะลดเร็วหน่อย เพราะที่ลองทดสอบเล่นเกมประมาณ 30 เกือบ 40 นาที เเบตลดไปประมาณ 12% เรื่องของการทัชรุ่นนี้ถือว่าตอบสนองนิ้วได้ดีมาก ยังไม่เจออาการทัชหลุดเเต่อย่างได้ ถ้าเทียบกับ Realme 3 Pro เเล้วรุ่นนี้ถือว่าเรื่องเล่นเกมส์ไว้ใจไดัเลย

CAMERA 4 ตัวจัดเต็ม !

ในส่วนของกล้องนั้นเป็นจุดเด่นหลักๆที่พัฒนาขึ้นมาครับแน่นอนว่ากล้องหลังตัวนี้จัดเต็มมาให้ทั้งเรื่องของ มุมกว้าง มุมปกติ ระยะมาโคร และ จับระยะลึกครับ ถ้าให้เทเลมานี่คือครบๆเลยนะขาดอีกตัวเท่านั้นจะครอบคลุมทั้งหมดแล้ว แต่ต้องบอกก่อนว่าตัวกล้องหลักนั้นโหดเอาเรื่องใช้งาน SONY IMX 586 48MP F.18 ครับ ส่วนกล้องตัวรองนั้นเป็นเลนส์มุมกว้าง 119 องศา ความละเอียด 8MP F2.2 ส่วนกล้องจับระยะ และ มาโครนั้น 2MP เท่ากันครับ ในโหมดกล้องนั้นมาให้ครบๆทั้งหมดคือ NightScape – Portrait – Super Macro – และ Ultra Wide และที่ชอบคือมุมกว้างนั้นรองรับ Nightscape ด้วยสวยมากๆเลยครับ ถือว่าเป็นแบรนด์ที่จัดเต็มเรื่องกล้องมากที่สุดในเรทราคานี้ เป็นรุ่นที่กล้อง 4 ตัวมาในเรทราคานี้ที่ทำได้ดีกว่าค่ายอื่นๆแบบชัดเจนและเป็นจุดที่ชูโรงในครั้งนี้เลยครับ

PORTRAIT

NIGHTMODE

SUPER MACRO

SELFIES

ส่วนกล้องหน้านั้น มุมจะแคบกว่า realme 5 แต่ได้คุณภาพที่ดีกว่าครับ ตัวนี้กล้องหน้าให้ความละเอียด 16 MP ใช้เซนเซอร์ Sony IMX471 รูรับแสง f/2.0 มาพร้อมโหมด Portrait และ AI Beauty เช่นเดิมครับกล้องหน้าในการถ่ายรูปทั่วไปทำได้ดี แต่ถ้ามองเทียบกับแบรนด์หลักเช่น OPPO พวกนั้นต้องบอกว่าค่ายนั้นจะเน้นกล้องหน้ามากกว่าในความใส เคลียร์ เนียนตา แต่ของ realme นั้นเองจะเน้นไปทางกล้องหลังและ กล้องหน้านั้นจะไปทางธรรมชาติมากกว่านิดหน่อยครับอันนี้ไม่มีผิดถูก แล้วแต่คนชอบเลยว่าพอใจกับการถ่ายภาพกล้องหน้าของค่ายไหน

VIDEO 

ในการถ่ายวีดีโอต้องบอกว่าทำได้ดีครับ ในแง่ของคุณภาพและการรองรับที่สูงสุด 4K 30FPS และ ยังมี Super Slowmotion 960 FPS มาให้ด้วย แน่นอนว่าทำได้ดีครับ ในเรื่องของการถ่ายวีดีโอ ในตัว 4K นั้นทำได้ดีทั้งการจัดการแสงสี WB คุณภาพ การเฉลี่ยแสงนั้นไม่มีจุดที่ต้องบ่นเลย แต่เรื่องการกันสั่นนั้นต้องทำใจว่าในเรทนี้ อาจจะไม่ได้ทำงานครับ เพราะ EIS ทำแค่ 1080 30FPS เท่านั้น ส่วนเรื่องความนิ่งในตัว 1080 30FPS นั้นทำได้ดีเลยนะ เดินถือมือเดียวได้สบายครับ ส่วนการอัดเสียงนั้นมีไมค์ตัดเสียงมาให้ แต่ก็อาจจะไม่ได้เงียบหรือดีเท่าไรครับจากที่ทดสอบ เสียงยังเข้ามาได้ง่ายและเสียงคนพูดไม่ค่อยมีมิติไม่ชัดเท่าไรครับ ส่วนกล้องหน้านั้นยังคงมีปัญหาในการวัดแสงหน้าคนนั้นไม่ได้สว่างเท่าที่ควรทำให้หน้าคนนั้นมืดได้ง่าย และ ไม่มีการแต่งหน้าอะไรมาให้เลยครับสำหรับกล้องหน้า แต่ถ้ามองในแง่คุณภาพตัววีดีโอ ตัดเรื่องกันสั่น และ เสียงไป ทำได้ดีมากๆครับ ทั้งสีตรง ความคมชัด และ Focus ของตัวกล้อง

REALME 5 PRO

” จัดเต็มทั้งเรื่อง สเปค และ กล้องหลัง 4 ตัว และ เป็นรุ่นที่ดีที่สุดในเรทราคานี้ ! “

กล้องและดีไซน์ รวมถึง สเปคที่จัดเต็มเหมือนเดิม และครั้งนี้มาพร้อมกับกล้อง 4 ตัว พร้อมกับกล้องหลังมุมกว้างมาให้ด้วย และ เลนส์ มาโคร เลนส์จับระยะมาครบๆเลยทำให้มันน่าสนใจอย่างมาก และเป็นรุ่นที่ทำออกมาได้เหนือคู่แข่งทั้งจำนวนกล้อง สเปค และ คุณภาพในภาพรวมความแรงที่ได้นั้นในแบรนด์นี้ถือว่าน่าสนใจ และยังมีการอัพเกรด USB-C มาให้ใช้งานแล้วรวมถึงหน่วยความจำ UFS 2.1 และ แบต 4,035 และ ชาร์จไว VOOC 3.0 ครบๆครับ ส่วนที่น่าเสียดายอาจจะเป็นเรื่องของวัสดุฝาหลังที่ยังเป็นรอยง่ายเหมือนเดิมและยังไม่ได้ใช้กระจกครับ และ การสัมผัสหรือหน้าจอนั้นเอาจริงๆอาจจะเป็นจุดที่ยังไม่ได้แตกต่างกันเยอะหรือติดนิ้วมากเท่าไรครับในรุ่นนี้ แต่ดีกว่ารุ่นก่อนๆอยู่บ้าง แต่ในภาพรวมนั้นต้องบอกว่าทั้งกล้องสเปค และฟีเจอร์ที่ใส่มามันตอบโจทย์ในภาพรวมได้ดีมากจริงๆ

ข้อดี

  • ฝาหลังออกแบบได้สวยและสะท้อนแสงเล่นกับแสงได้ดี
  • กล้องหลัง 4 ตัวเป็นรุ่นแรกที่อยู่ในเรทราคานี้
  • คุณภาพกล้องหน้าและกล้องหลังทำได้ประทับใจมาก
  • ตัวเครื่องมาพร้อม Snap 712 AIE แบบเต็มๆไม่ลดสปีด แรงกว่า 3 Pro ชัดเจน
  • มาพร้อมกับ UFS 2.1 ทำให้อ่านเขียนได้ไวขึ้น
  • ใช้งาน USB-C แล้ว
  • มาพร้อม VOOC 3.0 ชาร์จไว และ แบตอึดพอสมควร
  • สามารถกันน้ำกระเด็นได้
  • คุณภาพการถ่ายวีดีโอ ทำได้ดี
  • มี FM RADIO / 3.5 มม. มาให้ครบ

ข้อสังเกต

  • วัสดุฝาหลังยังคงเป็นรอยได้ง่าย
  • หน้าจอยังไม่สู้แสงมากนัก และใช้ Gorilla 3+
  • EIS ทำงานแค่ 1080 30FPS
  • กล้อง มาโคร อาจจะไม่ได้คมชัดเท่าที่ควร
  • รองรับ NON-CA นะครับ

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Nineztr 

*รูปถ่ายจากกล้องมือถือทุกรูป ไม่มีการปรับแต่ง และ สามารถกดดูไฟล์เต็มแบบต้นฉบับได้นะครับ

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments