realme แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกเปิดตัว realme Narzo 20 Pro สมาร์ทโฟนซีรีส์ใหม่ ที่มาพร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และพร้อมมอบความบันเทิงได้มากยิ่งขึ้นกับคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังเปิดตัว realme UI 2.0 ที่ถูกอัพเกรดให้เข้ากับการใช้งานของเหล่าคน Gen Z ยิ่งขึ้น แน่นอนว่ามาพร้อมกับสเปกที่จัดเต็มพอสมควรในเรทราคานี้ทั้งเรื่องของ เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge  เต็ม100%  ภายใน 34 นาที ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G95 Gaming Processor  กล้องหลัง AI 4 เลนส์ ความละเอียด 48MP หน้าจอ Ultra smooth display 90Hz และแบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh และงานออกแบบที่มีความแปลกใหม่มากขึ้น ทั้งลวดลายฝาหลังต่างๆนั้นเอง จะเน้นกลุ่มที่เน้นสเปกมากขึ้นไปอีกขั้นในการใช้งานเล่นเกมพร้อมกับ ประสบการณ์ความบันเทิงบนสมาร์ทโฟนในแง่ของเกม วิดีโอ และ Multi-tasking ทั้งหลาย

realme narzo 20 Pro นั้นมาพร้อมกับ การที่เน้นสเปกมากขึ้นในเรื่องของCPU ที่แรงขึ้นถ้าหากไปเทียบกับในเรทราคาใกล้กันนั้นเอง ใช้งาน ชิปเซต MediaTek Helio G95 12nm มาพร้อมการ์ดจอ Mali-G76 3EEMC4 พร้อมกับ RAM LPPDDR4x 8GB + storage (UFS 2.1) 128GB และแน่นอนว่าใส่เทคโนโลยี ชาร์จไว 65W เข้ามาให้พร้อมใช้งานไม่แตกต่างกับรุ่นพี่เลย ใส่แบตเข้ามาให้ ความจุ 4,500mAh  พร้อมกับใช้งาน หน้าจอ LCD ขนาด 6.5 นิ้ว (2400 × 1080 พิกเซล) Full HD+, มีรีเฟรชเรท 90Hz, ใช้กระจก Gorilla Glass 3+ กล้องหลัง 4 ตัว เลนส์หลักนั้น กล้องหลัง 48MP (f/1.8) + กล้อง ultra-wide 119° 8MP ( f/2.3) + กล้อง portrait B&W 2MP + กล้องมาโครขนาด 4cm 2MP (f/2.4), LED flash และ กล้องหน้า  16MP (f/2.1) ที่ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX471 ถือว่าสเปกภาพรวมนั้นสบายๆในการใช้งาน และได้ชาร์จไวมาในเรทราคานี้ถือว่าดี

realme NARZO 20 PRO RAM 8GB STOPRAGE 128GB เปิดราคา 8,499 บาทไทย และ โปรช่วง 11/11 นั้นจะอยู่ที่ 7,499 บาทไทยครับ 

UNBOX

ตัวกล่องนั้นยังคงมีการออกแบบสีเหลืองเช่นเดิม พร้อมกับตัวเลขทางด้านบนแน่นอนว่ามีเลขพร้อมบอกรุ่น แต่จะไม่ได้มีรูปตัวเครื่องอะไรมา ส่วนทางด้านอุปกรณ์ในกล่องนั้นยังไม่ได้มีอะไรเพิ่มใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้าและรุ่นอื่นๆในเรท

  • ตัวเครื่อง realme Narzo 20 Pro
  • เคสใส TPU
  • คู่มือ ที่จิ้มซิม
  • ที่ชาร์จ 65W
  • สายชาร์จ USB-A ไป USB-C
  • ฟิล์มกันรอยติดมาให้แล้ว

เคสนั้นจะมีความหนาเป็นสีเทาๆเข้มๆเล็กน้อยใส่แล้วฝาหลังสะท้อนน้อยลงไปแบบชัดเจน การปกป้องนั้นในทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตัวขอบกินเข้ามาบนหน้าจอ และมีความหนาสูงกว่าหน้าจอทำให้วางคว่ำได้สบาย คล้ายๆกับเคสรุ่นก่อน ส่วนฝาหลังนั้นก็คลุมได้หมด รวมถึงตัวเลนส์กล้องนั้นก็ทำออกมาปิดได้ดีมีความหนาขึ้นมาปกป้องได้เวลาวางต่างๆใช้งานทั่วไปคล้ายกับรุ่นก่อนๆของทาง realme  หรือ ในรุ่นก่อนหน้านี้ถือว่าปกป้องได้ดีใช้งานได้จริง จะเห็นได้ว่าตัวเคสนั้นมีความนูนขึ้นมาปกป้องตัวเลนส์และหน้าจอขึ้นมาอีก และ ทั้ง 4 มุมนั้นในด้านหน้าจะทำความสูงพิเศษขึ้นมาเพื่อที่จะปกป้องหน้าจอให้ดีขึ้นไปอีกเวลาตกหรือวางคว่ำ ซึ่งเคสปกติทั้วไปจะไม่มีมุมพิเศษขึ้นมา

DESIGN

งานออกแบบในตระกูล NARZO นั้นจะพยายามทำให้มีความแตกต่างกับรุ่นอื่นๆของทางค่ายและเน้นแรงบันดาลใจสำหรับสายเกมมิ่งมากขึ้น ฝาหลังนั้นเล่นลวดลายแปลกตาสำหรับค่ายนี้เป็นตัว V สวยงามเล่นกับแสงสะท้อนได้ดีและแม้จะเป็นสีดำเองก็ตาม แต่ถ้าเจอแสงก็สวยงามพอสมควรเลยแหละ พร้อมกับวัสดุที่เป็นพลาสติก ตามเรทราคาของรุ่นนี้ และมาพร้อมกับสีขาว และ สีดำให้เลือกใช้งานกัน ส่วนน้ำหนักอะไรนั้นไม่ได้หนีจากพวกรุ่น realme 7i มากนักรวมถึงขนาดด้วยเช่นกัน แต่จะแตกต่างกันในแง่ของสเปก การออกแบบ ฝาหลังเล่นลวดลายต่างกันนั้นเอง

ในด้านหน้านั้นจะมาพร้อมกับ หน้าจอ 6.5 นิ้ว IPS LCD และมาพร้อมกับความละเอียด HD+ 1600×720 รองรับ 90Hz และ ดีไซน์หน้าจอแบบเจาะรูมุมซ้ายบน รองรับการใช้งานความสว่างสูงสุด 600 NITS สบายๆตัวนี้

ในส่วนขอบล่างหน้าจอนั้นปุ่มควบคุมนั้นจะอยู่ในหน้าจอ สามารถใช้งานเต็มหน้าจอได้แบบไม่มีปุ่ม ส่วนขอบข้างๆนั้นก็ทำได้บางพอๆกับรุ่นก่อนหน้านี้เลย และรู้สึกว่าขอบล่างทำได้บางพอๆกัน

ขอบหน้าจอส่วนบนนั้นจะเป็นที่อยู่ของกล้องหน้า 16MP F2.1 IMX471  พร้อมกับเป็นดีไซน์แบบหน้าจอเจาะรู งานออกแบบสวยเหมือนกับรุ่นพี่เลย อีกทั้งขอบเครื่องหน้าจอมีความบางขึ้น อัตราส่วนเต็มตามากขึ้นพร้อมกับแทรกลำโพงไว้ขอบเครื่องด้านบนด้วยเช่นกัน

ขอบเครื่องด้านล่างนั้นจะเป็น ลำโพงหลัก ช่อง USB-C และ รูไมค์  2 ตัว รวมถึงรูหูฟัง 3.5 มม. นั้นยังอยู่ รุ่นนี้จะไม่มีการเล่นลวดลายอะไร เป็นแบบด้านจะเรียบๆเลยนั้นเอง การวางตำแหน่งเหมือนเดิมกับรุ่นก่อนๆเลย

ด้านขวานั้นจะเห็นว่าตัวเครื่องมี ปุ่ม Power ใส่เข้ามาให้รองรับการสแกนนิ้วในด้านข้าง ไม่มีการเล่นเส้นสายข้างๆ แต่เฟรมทั้งหมดก็ตามราคาคือจะเป็นพลาสติกทำสีด้านทั้งหมดเลย สวยงามใช้ได้เน้นความเรียบๆทั้งหมดสีดำเป็นหลัก

ในส่วนของด้านบนนั้นไม่มีรูไมค์ตัดเสียงมาให้ครับเป็นสีเงินเขียว แบบเดียวกับข้างอื่นๆ ส่วนวัสดุขอบเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกด้าน แต่ฝาหลังนั้นจะยังโค้งมารับมือเหมือนกับรุ่นอื่นๆในยุคนี้ของค่ายทำให้จับถนัดมือ

ส่วนของด้านซ้ายนั้นจะเห็นว่าตัวเครื่องมี ปุ่มเพิ่ม ลดเสียง และมี ช่องใส่ถาดซิมครับ เป็นแบบ Triple Slot ฝาหลังนั้นจะโค้งลงมาตรงขอบข้างๆเล็กน้อย เหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้ทำให้จับถือได้ง่ายและเข้ากับมือได้ดี

ฝาหลังนั้นรุ่นนี้ถ้าหากไม่ได้มีหลอดไฟหรือแสงอาทิตย์ส่องเอียงๆนั้นจะมีความเรียบร้อยและเป็นสีดำเน้นๆมาก แต่ถ้าเจอแสงหลอดไฟในอาคารหรือว่าจะเป็นแสงอาทิตย์ต่างๆทำมุมตกกระทบจะเริ่มเห็นลวดลายออกมาเป็นคล้ายกับตัวอักษร V เรียงต่อเนื่องและมีความโดดเด่นมากขึ้น แต่ก็จะมองยากนิดหน่อย แต่ถ้าเมื่อไรเจอแสงบอกเลยว่าแอบสวยเหมือนกัน และตรงเลนส์กล้องถ้าเจอแสงนั้นจะมีความเงาสวยขึ้นเยอะมาก เล่นกับแสงสียามค่ำคืนได้ดี ส่วนทางด้านฝาหลังเองนั้นยังคงเป็นวัสดุพลาสติกเป็นหลัก พร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตแบบ AG Split นั้นเอง ส่วนสแกนนิ้วย้ายไปอยู่ขอบเครื่องด้านข้างแทนที่ด้านหลังแล้วทำให้ฝาหลังนั้นมีความเรียบเนียนต่อเนื่องมากขึ้นและกันละอองน้ำได้

การออกแบบกล้องหลังนั้นจะแตกต่างกันเมื่อเทียบกับ realme รุ่นอื่นๆทั้งการวางกล้องและดีเทลในโมดูลเลนส์ทั้งหมดครับรุ่นนี้จะยังคงวางเรียงกันปกติ แต่มีพื้นที่กินเข้ามามากขึ้น เล่นกับแสงเงาได้สวยแบบในภาพด้านล่างนั้นเองครับ ส่วนทางสเปกกล้องนั้นให้มาเพียงพอต่อการใช้งาน ตัวกล้องนั้นให้มา 4 ตัว มาพร้อมกับเลนส์หลัก 48MP F1.8 และเลนส์ที่ 2 นั้นมาพร้อมเลนส์มุมกว้าง 8MP f2.2 รองรับมุมกว้าง 119 องศา สำหรับเลนส์ที่ 3 นั้น 2MP f2.4 จะเป็นเลนส์ขาวดำ จับระยะ และเลนส์ 2MP f2.4 เลนส์มาโคร ระยะ 4 เซนติเมตร พร้อมไฟแฟลชครับ

SPEC

  •  หน้าจอ LCD ขนาด 6.5 นิ้ว (2400 × 1080 พิกเซล) FullHD+, มีรีเฟรชเรท 90Hz, ใช้กระจก Gorilla Glass 3+
  • ชิปเซต MediaTek Helio G95 12nm มาพร้อมการ์ดจอ Mali-G76 3EEMC4
  • RAM LPPDDR4x 8GB + storage (UFS 2.1) 128GB ที่ใส่ microSD card เพิ่มได้ถึง 256GB
  • ซิมคู่ (nano + nano + microSD)
  • Android 10 ที่ครอบด้วย realme UI
  • กล้องหลัง 48MP (f/1.8) + กล้อง ultra-wide 119° 8MP ( f/2.3) + กล้อง portrait B&W 2MP + กล้องมาโครขนาด 4cm 2MP (f/2.4), LED flash
  • กล้องหน้า 16MP (f/2.1) ที่ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX471
  • ปุ่มสแกนนิ้วด้านข้าง
  • รูแจ็ค 3.5mm
  • ขนาดตัวเครื่อง: 162.3×75.4×9.4mm; น้ำหนัก: 191กรัม
  • รองรับ Dual 4G VoLTE, WiFi 802.11 ac (2.4GHz + 5GHz), Bluetooth 5, GPS + GLONASS
  • ใช้พอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh (typical) ที่รองรับชาร์จเร็ว SuperDart Charge 65W
  • สีขาว White Knight และ สีดำ Black Ninja

PERFORMANCE

ทางด้านประสิทธิภาพนั้นรุ่นนี้ใช้งานทางเด้าน  MediaTek Helio G95 12nm  พร้อมกับ RAM 8GB และใช้งานหน่วยความจำแบบ UFS 2.0  128GB ตัวนี้คือเร็วใช้งานได้ดีเลยทีเดียวและทำคะแนนในส่วนของ Antutu ไปได้ 302250 คะแนน และ Geekbench ได้ไป 516/1660 รวมถึงหน่วยความจำอ่านเขียนทำความเร็วไปได้ 519 MB/s และ DRM L1 สำหรับการดู NETFLIX รองรับสูงสุด HD ครับการใช้งานทั่วไปนั้นสบายๆเลยนั้นเองครับ

SYSTEM UI

realme UI นั้นเริ่มใส่เข้ามาแล้วในหลากหลายรุ่นพัฒนาขึ้นให้มีความแตกต่างความลื่นไหลและมี อนิเมชั่นมากกว่าเดิม รวมถึงยังคงอิงความเรียบง่ายที่จะไปคล้ายๆ Pure Android มากขึ้นครับ ในรุ่นนี้ยังใช้งานบนพื้นฐาน Android 10 และใช้ realme UI การแจ้งเตือนใช้ได้ มีเลขมุมแอปอะไรปกติ ไอคอนเป็นทรงกลมซะส่วนใหญ่ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ลงตัวกับขนาดหน้าจอของตัวเครื่องครับสวยงามเลยหน้าตาเหมือนรุ่นพี่ 7 Pro แบบเป๊ะๆเลยนั้นเอง

หน้าการแจ้งเตือนและ Quick Setting นั้นเป็นอีกจุดที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ ไอคอนการตั้งค่าอะไรเปลี่ยนไปทั้งหมดเป็นวงกลม และ คลีนขึ้น การกดเข้าอะไรต่างๆนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดรวมถึงไอคอนรูปเฟืองก็เปลี่ยนไปด้วย เมื่อลากลงมาก็เป็นการตั้งค่าแบบเต็ม รวมถึงแบ่งหน้าจออะไรนั้นยังมีมาให้ปกติ

ทางด้านแป้นพิมพ์นั้นเป็นของ Google ที่คุ้นเคยกันดีครับใช้ง่าย ดีงามเลยแหละ ส่วนหน่วยความจำพื้นที่ตัวเครื่อง มาให้ 128GB นั้นเหลือใช้งานได้ 110 หลังจากหักระบบออกไป และ RAM นั้นใช้งานเหลือ 4.3GB จาก 8 GB

Gesture นั้นยังมีมาให้ครบทั้งการวาด การใช้งานท่าทางต่างๆครับ และการสแกนใบหน้า สแกนนิ้วก็ให้มาครบเลย และหน้าจอที่ปรับ 60-90Hz ส่วนทางด้าน Smart Sidebar แถบหน้าจอด้านข้างก็ รองรับการแชร์ไฟล์ที่เพิ่งเปิดขึ้นได้ เพิ่มเครื่องมือหรือแอปพลิเคชัน บันทึกหน้าจอในรูปแบบวิดีโอ และ จับภาพหน้าจอ นอกจากนี้ Smart Sidebar ยังมีโฟลเดอร์การจัดการให้เพิ่มรายการโปรดเข้าไปเพื่อดูรายการโปรดได้สบาย

การใช้งานทั้งเรื่องของการจัดการแอป การโคลนแอปต่างๆ รวมถึงโหมดเกม และการแบ่งหน้าจอ และการควบคุมทั้งการแคปหน้าจอ และ การรับสายต่างๆก็ทำได้ด้วยเป็นพื้นฐานครับ รวมถึงการตั้งค่าการควบคุมหลักๆนั้นสามารถปรับใช้งานแบบเต็มจอหรือจะใช้งานแบบ 3 ปุ่มปกติสลับตำแหน่งได้ด้วย

SCREEN

หน้าจอนั้นเป็นหน้าจอแบบเจาะรู ขนาด 6.55 นิ้ว (2400 × 1080 พิกเซล) FHD+ อัตราส่วน 20:9 ที่ใช้กระจก Corning Gorilla Glass 3สัดส่วนของจอภาพนั้น 90% รองรับความสว่างสูงสุด 600NITS และที่เด่นๆนั้นใช้งาน Refresh Rate 90Hz ถือว่าเป็นจุดหลักๆที่เปลี่ยนจากเดิม และมีความลื่นไหลดีกว่าเดิมเยอะพอสมควร เมื่อเทียบกับเรทราคาถือว่าทำได้ดี จากที่ลองมุมมองภาพนั้นทำได้ดี ความสีสันสดใสยังคงไม่เป็นปัญหา แต่ด้วยจอ LCD นั้นส่วนสีดำอาจจะไม่สนิทเท่าไร สู้แสงไม่โหดมากนักครับจากที่ได้ลองตอนกลางแจ้ง แต่ถ้าใช้งานในสภาพแสงทั่วไป ในห้องพวกนี้ถือว่าทำได้ดีไม่มีปัญหา หน้าจอนั้นจะไม่ได้หนีจากตระกูล 7i มากนัก คล้ายๆกันเลยขนาดเดียวกันด้วยครับ แต่จะเป็นการอัพความละเอียดมากขึ้นเป็น FHD+ นั้นเอง แต่ชนิดหน้าจอนั้นรวมถึง 90Hz แบบเดียวกันทั้งหมด

จอ LCD มุมมองไม่ได้โหดมากครับถ้าเจอฉากสีดำเยอะๆและเอียงมองจะออกไปทางสีเทาๆซะมากกว่ากว่าไม่ได้ดำสนิทครับ ส่วนเรื่องความดรอปลงในมุมมองอื่นๆนั้นก็เจอบ้างครับถ้าเป็นโทนสีเข้มจะดรอปลงพอสมควรครับ และความสว่างในมุมมองเอียงๆนั้นไม่เท่ากับมองตรงๆเท่าไร ตัวหน้าจอจะให้ความรู้สึกแบบเดียวกับรุ่น 7i ก่อนหน้านี้เลยครับ

FINGERPRINT

การสแกนนิ้วให้มาในด้านข้างครับแน่นอนว่ารองรับการใช้งานทำงานได้ไวระดับนึงเป็นปกติครับตำแหน่งใช้งานได้ง่ายและเป็นตำแหน่งพื้นฐานเวลาจับเครื่องตรงกับตำแหน่งตรงนิ้วโป้ง ซึ่งจะไปคล้ายกับทางตระกูล 6 ก่อนหน้านั้นเอง และเป็นการออกแบบที่ทำให้ฝาหลังนั้นเรียบมากขึ้น ตัวเครื่องนั้นรองรับการสแกนใบหน้าด้วยเช่นกันครับถือว่าทำได้ดี

SOUND

เสียงนั้นก็เป็นปกติที่ไม่ได้เน้นมากนักเสียงที่ได้ออกมาแอบคล้ายตัวเดิมครับไม่ได้เจอจุดแตกต่างอะไรกันมาก เสียงยังคงออกไปทางโทนแหลมสูง ส่วนใน เรื่องของมิติ เวที เสียงมากลางๆครับผม คล้ายๆกับของแบรนด์ realme ในรุ่นก่อนหน้ามากเหมือนเดิมครับ ตัวนี้หน้าตาการ ปรับได้เยอะขึ้นมากเลยแหละ EQ ได้ 7 ย่านหลักๆครับ และมีการเปิด Effect เสียงของค่ายเข้ามาแน่นอนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่เราบ่นไปหลายๆรอบ และมีการเปิดปิด real HD เข้ามาและสามารถปรับโหมดแนวเสียงได้ว่าจะเน้นอะไร แต่ถ้ามองเทียบเรื่องเสียงกันตรงๆในเรทราคานี้ก็ไม่ได้หนีกันมากนักในแต่ละค่าย พอใช้งานได้เสียงขับกลางๆครับไม่ได้มีตัวไหนเด่นกว่ามากนักและตัวนี้ก็ทำได้พอๆกับรุ่นก่อนหน้านี้

SPEAKER 

ทางด้านลำโพงนั้นในรุ่นนี้ถือว่าเน้นมากขึ้นจากรุ่นปกติในเรทราคานี้แต่น่าเสียดายว่ายังคงเป็นลำโพงตัวเดียวอยู่ครับ เสียงที่ได้นั้นจึงจะเน้นออกมาในด้านล่าง แต่ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนๆเช่น C17 นั้นในรุ่น Narzo แน่นอนว่าด้วยราคาที่สูงกว่าจึงทำให้เสียงนั้นดีกว่า ในแง่ของความดัง ชัดเจน ความแน่นของเสียงนั้นทำได้ดีกว่าตามเรทราคาของรุ่นนั้นๆ แต่ถ้าลองฟังเสียเทียบกันแล้วความดังอาจจะไม่โดดกว่ากันมากแต่ความแน่นเสียง มิติเสียงคุณภาพนั้น NARZO ทำได้ดีกว่าแบบรู้สึกได้เลย และถ้าหากเทียบกับคู่แข่งในเรทราคานี้ด้วยกันนั้นทาง NARZO 20 PRO เองก็ทำได้เด่นกว่า

GPS

การนำทางนั้นทำได้ดีจากที่ใช้งานจริงและใช้แอปทดสอบเช่นเคยครับ ก็จับได้ทั้งหมด 19 ดวง จากทั้งหมด 48 ดวงครับ เช่นใต้ทางด่วนพวกนี้ครับ ส่วนของกลางแจ้งจับได้ทั้งหมด 29 ดวง จากทั้งหมด 48 ดวง นะครับ การใช้งานแน่นอนว่าทำได้ดี นำทางแล้วก็ใช้งานได้ดี ถือว่าทำได้แม่นยำดีครับในการนำทางใครที่เน้นในเรื่องนี้รุ่นนี้ก็ถือว่าใช้งานได้ไม่มีปัญหา รู้สึกว่าทำได้ดีกว่าในรุ่นก่อนๆและถ้าหากเทียบกับรุ่น 7i ก่อนหน้านั้นมีความแตกต่างกันไม่มากนัก

BATTERY

แบตเตอรี่ตัวนี้ให้มาที่ความจุ 4,500 mAh การจัดการพลังงานมันทำได้ดี จากที่เคยทดสอบแบรนด์นี้มาพอสมควร และตัว MTK ตัวนี้บอกเลยว่าประหยักมากอึดมากๆรุ่นนึงครับ แน่นอนว่ายังได้ใช้งานเทคโนโลยีชาร์จไว 65W ที่เร็วและแรงมากๆเลยทีเดียวถือว่าเร็วแรงสุดในเรทราคานี้แล้ว และ ในการทดสอบนั้นต้องบอกว่าทั้งวันได้ จากที่ลองใช้งานหนักๆ ใช้งานนำทางต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมงเต็มๆ และ เปิดเพลง ถ่ายรูป วีดีโอ เล่นเกมไป 1 ชั่วโมงกว่า ถือว่าทำได้ดีนะ และ แบตเหลือ 26% ครับ ซึ่งหน้าจอเปิดทั้งหมด 7-8 ชั่วโมง และ ใช้งานทั้งหมด 11 ชั่วโมงถือว่าอึดมากๆ แต่ถ้าจอเปิดโหดๆยังไงก็ทั้งวันสบายๆรุ่นนี้ยังคงไว้ใจได้ครับ อีกทั้งการชาร์จเข้าถือว่าไวแบบรุ่น 7Pro

CHARGING 65W SuperDart Charge

แน่นอนว่าจุดเด่นหรือตัวชูโรงในรุ่นนี้คงหนีไม่พ้น เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge ชาร์จเต็ม 100% ภายใน 38 นาที ที่ระบบนั้นสามารถทำงานได้แม้กระทั่งในขณะเล่นเกมอย่างหนักหน่วง 65W SuperDart Charge  จะแบ่งเซลล์หลักเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 2250 mAh ผ่านการชาร์จแบตเตอรี่โดยตรงด้วยอะแดปเตอร์ 10V 6.5A ภายใต้การควบคุมด้วย อัลกอริทึมการชาร์จเร็ว SuperDart ใช้วงจรอัดประจุเพื่อลดแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่สองเซลล์ลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจถึงความเร็วในการชาร์จและการควบคุมอุณภูมิ + 10 เซนเซอร์ ในการตรวจจับอุณหภูมิ + มาพร้อมการป้องกัน 5 ชั้น ตั้งแต่อะแดปเตอร์ไปยังตัวเครื่อง ถือว่าเป็นระบบชาร์จไวที่ปลอดภัยที่สุด และไวมากเมื่อนับเป็นมือถือในเรทราคานี้ทำให้เกินหน้าเกินตารุ่นอื่นๆแบบชัดเจน และทดสอบจริงนั้นก็ทำได้เร็ว

ทดสอบในเรื่องของการชาร์จไฟเข้าตั้งแต่ชาร์จไฟเข้าจาก 5% จนถึง 100% ครับและเมื่อ 15 นาทีก็สามารถอัดประจุแบตเข้ามาได้มากถึง 45% และในเรื่องของความร้อนนั้นถือว่าเป็นมาตรฐานเลยไม่ได้รู้สึกร้อนเกินไปแต่อย่างใดครับ แต่ต้องใช้ที่ชาร์จ และสายชาร์จที่ให้มาในกล่องเท่านั้นถึงจะรองรับระบบนี้ ถือว่าเป็นจุดเด่นที่โหดสุดๆในรุ่นนี้ ทำให้ชาร์จเต็มภายใน 40 นาทีเท่านั้นโดยประมาณครับถือว่าไวมากๆเลยทีเดียว จุดนี้ถือว่าเด่นเกินค่ายอื่นๆชัดเจน

GAMING 

CAMERA

ทางด้านกล้องหลังนั้นมาให้ทั้งหมด 4 ตัว ประกอบด้วยเลนส์ กล้องนั้นให้มา 4 ตัว มาพร้อมกับเลนส์หลัก 48MP F1.8 และเลนส์ที่ 2 นั้นมาพร้อมเลนส์มุมกว้าง 8MP f2.2 รองรับมุมกว้าง 119 องศา สำหรับเลนส์ที่ 3 นั้น 2MP f2.4 จะเป็นเลนส์ขาวดำ จับระยะ และเลนส์ 2MP f2.4 เลนส์มาโคร ระยะ 4 เซนติเมตร ถือว่าค่อนข้างครบ กล้องหลังนั้นให้มาจำนวนเยอะรวมถึงมีการพัฒนาโหมดอะไรเข้ามา ฟิลเตอร์แสงสีมากขึ้นครับในโหมดกลางคืน เช่นฟิลเตอร์ Cyberpunk / Flamingo / Modern Gold  กล้องหลักภาพนิ่งก็รองรับการถ่าย 48MP ที่ชัดและใช้งานได้ดีกว่ารุ่นอื่นพอสมควร และกล้องหน้าก็ดีกว่าเช่นกันทั้งเรื่องของคุณภาพ รองรับการถ่าย ความสว่างในการเก็บแสงในเวลากลางวันกลางคืน รวมถึงมุมมองกว้างขึ้น ถือว่ากล้องก็ใช้งานได้ดีเหมือนกันและฟีเจอร์ถ่ายภาพยังจัดเต็มครับ แต่ถ้ามองไปเทียบกับรุ่น 7i นั้นต้องบอกว่าถ้ามองในแง่ของการเน้น สเปคกล้องทางตระกูล 7i ยังคงทำได้ดีกว่า แต่ถ้าเป็นรุ่นนี้ อาจจะไม่ได้เด่นมากนัก แต่ถ้ามองคุณภาพในการใช้งานทั่วไปนั้นถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้วนะ

PORTRAIT 

SELFIES

ส่วนทางด้านกล้องหน้านั้นจะเป็น 16MP F2.0 ใช้งาน IMX 471 เป็นหน้าจอแบบเจาะรู ถือว่าเป็นการพัฒนาเปลี่ยนไปเยอะขึ้นมากๆเพราะใช้งานเซนเซอร์ที่ดีขึ้นครับทำให้คุณภาพออกมาลงตัวมากขึ้นด้วยเช่นกัน การถ่ายกล้องหน้านั้นนอกเหนือจากเรื่องของมุมมองที่ดีขึ้นแล้ว ในเรื่องของการเก็บแสง สีอะไรนั้นทำได้ดีด้วยเช่นกันครับเพราะว่าเก็บสกินโทนได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าแบบชัดเจน และ ดีกว่าตระกูล C12 C17 แบบชัดเจนและคุณภาพหนีกันเยอะพอสมควรเลยแหละ รวมถึงที่แสงน้อยและการถ่ายสภาพแสงหลายๆสภาพแสงนั้นทำได้ดี และมาพร้อมการถ่าย Portrait อะไรครบ รองรับการถ่ายได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวครับสำหรับ realme Narzo 20 Pro รุ่นนี้ถ้าใครมีงบมากหน่อยเน้นกล้องหน้าตัวนี้ถือว่าทำได้ดีและจะใช้งานกล้องหน้าตัวเดียวกันกับทาง realme 7i ด้วยเช่นกันเรื่องคุณภาพนั้นไม่ได้หนีกันมาก

VIDEO 

ถือว่าในเรื่องของงานวีดีโอกล้องหลังมีโหมดโปร หรือโหมดภาพยนต์เข้ามาทำให้เรื่องงานวีดีโอนั้นเทพขึ้นอย่างมากเลยแหละ ในรุ่นนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่จัดเต็มขึ้นอย่างมากทั้งเรื่องของการถ่ายกลางคืนแบบวีดีโอ การดูดสี ดูดสีนางแบบบุคคลต่างๆรวมถึงการละลายหลังด้วย อีกทั้งมาพร้อมกับการรองรับ 4K 30FPS และรองรับการถ่ายแบบกันสั่นพิเศษด้วยเช่นกัน กันสั่น UIS Video และ UIS Max Video  รวมถึงคุณภาพในการถ่ายวีดีโอรู้สึกว่าดีกว่าเดิมแบบรู้สึกได้เลย กันสั่นก็ทำได้เนียนตามากกว่าเดิมเช่นกัน ถือว่าในเรทราคานี้แต่สามารถถ่าย 4K 30FPS ได้ด้วยถือว่าดี แต่ถ้ามองในแง่ของคุณภาพสีสัน มิติของภาพก็ถือว่าทำได้ดีสมราคาแต่อาจจะไม่ได้เน้นเรื่องของกล้องมากเท่าไรนัก

REALME NARZO 20 PRO 

” รุ่นใหม่ NARZO ลงลุยกลุ่มเน้นสเปค มากขึ้น บอดี้สวย และ หน้าจอลื่นไหล 90Hz “

ยังคงทำได้ดีสำหรับแบรนด์นี้แม้ว่าจะแอบเปิดตัวกันเยอะและถี่ไปนิดหน่อยแต่ก็ทำให้ผู้ใช้งานนั้นมีตัวเลือกได้ง่ายขึ้นตามงบประมาณของตัวเอง และในรุ่นนี้ก็ถือว่าทำราคาออกมาได้ดีเลยแหละเมื่อเทียบกับสเปคต่างๆนั้นที่ชอบมากๆคือหน้าจอ 90Hz ที่ลื่นไหลในความละเอียดแบบ FHD+ รวมถึงการได้ที่ชาร์จไวมากถึง 65W ในตัวในเรทราคาแบบนี้ถือว่าล้ำหน้าเกินค่ายอื่นพอสมควร ส่วนทางสเปคนั้นใช้งาน MTK HELIO G95 พร้อมกับ RAM 8 GB STORAGE 128GB และแน่นอนว่ากล้องหน้านั้นใช้งาน IMX 471 เช่นเดียวกับตัว 7i เลยนั้นเองครับส่วนงานออกแบบนั้นมีความแตกต่างกับรุ่นอื่นๆของค่าย และมีความโดดเด่นมากกว่าตัวอื่นๆในการเล่นลวดลายมากขึ้น และ งานวีดีโอก็มี EIS EIS MAX เข้ามาช่วยด้วยเช่นกันถือว่าสเปครวมๆนั้นน่าใช้งาน ทั้ง หน้าจอ CPU และ การชาร์จ

ข้อดี

  • หน้าจอใช้งาน มีความลื่นไหลสูง 90Hz
  • หน้าจอปรับมาใช้ FHD+ ทำได้ดีกว่า 7i
  • MTK HELIO G95 รองรับการทำงานได้ดี ทั้งเล่นเกม ใช้งานทั่วไป
  • กล้องหลัง มีมาให้รองรับการใช้งานหลากหลาย ระยะ
  • แบต 4,500 mAh จัดการพลังงานได้ดี
  • 65W SuperDart charge ไวและคุมความร้อนได้ดี
  • กล้องหน้าคุณภาพดีกว่ารุ่นก่อนชัดเจน IMX 471
  • งานวีดีโอมาพร้อมกันสั่นพิเศษ UIS และ UIS Max
  • แบตอึดมากๆในการใช้งานแบบเต็มที่

ข้อสังเกต

  • ยังคงใช้งาน หน้าจอ IPS LCD
  • ฝาหลังเป็นรอยได้ง่ายในวัสดุเงาแบบนี้
  • กล้องหลังยังไม่ได้เด่นเท่าไรนัก

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ
ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Nineztr 

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments