realme นั้นเปิดตัว realme C3 ไปเป็นที่เรียบร้อยสานต่อตัวคุ้มถูกสุดในค่าย และสเปคแน่นจัดเต็มเมื่อเทียบกับราคาของมัน และครั้งนี้เป็นครั้งแรกอีกแล้วที่ใส่กล้องหลังมาให้ 3 ตัวพร้อมกับใช้งาน CPU MTK G70 12nm ตัวล่าสุดแรงๆจัดเต็มเลยแหละ และในแง่ของการออกแบบก็เปลี่ยนแปลงพอสมควรครับ และใช้งานระบบหน้าตาใหม่ด้วยเป็นครั้งแรกแน่นอนว่ามันเลยทำให้น่าเล่นน่าสนใจอีกแล้วครับ กับคนที่มีงบไม่เยอะแต่อยากได้มือถือคุ้มๆอีกตัว แต่จากที่ลองนั้นต้องบอกว่าเรื่องกล้องทำได้ดีมากจริงๆนะ เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมและรุ่นก่อนหน้าอันนี้ค่อนข้างประทับใจเลย realme C3 เปิดตัวมาด้วยเป็นอะไรที่ครั้งแรกหลายเรื่องเหมือนกันครับ เช่นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในระดับราคาเดียวกัน ที่มาพร้อม กล้องหลัง 3 เลนส์ และยังเป็น รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมขุมพลัง ชิปเซ็ต MediaTek Helio G70 Octa-Core ขนาด 12nm ความเร็ว 2.0GHz  และเป็น สมาร์ทโฟน realme รุ่นแรกที่มาพร้อม realme UI ภายใต้ระบบปฏิบัติการ Android 10 แน่นอนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเยอะมากแต่แปลกใจว่ามาในรุ่นเล็กสุดครับ

ในตัวของ realme C3 ด้านของสเปคนั้น มาพร้อมกับหน้าจอ  มาพร้อมกับหน้าจอ 6.5 นิ้ว HD+ ( 720 x 1560 พิกเซล), อัตราส่วนหน้าจอ 20:9 ใช้งานหน้าจอกระจก Gorilla Glass 3 ด้วยนะพร้อมกับใช้งาน Mediatek Helio G70 (12 nm)+ GPU Mali-G52 2EEMC2 ร่วมกันกับ RAM 3 GB STORAGE 32GB EMMC 5.1 และ ใช้งานแบต 5,000 mAh พร้อมรองรับชาร์จ 10W ทั่วไปเลย รองรับ WIFI 2.4 GHz เท่านั้นและ ในส่วนของกล้องนั้น กล้องหลัง ความละเอียด 12 MP f/1.8 PDAF กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 2 MP f/2.4 Portrait + Super Macro 2 MP  f/2.4 ระยะ 4 เซนติเมตร กล้องหน้า 5 MP f/2.4 พร้อมรองรับการถ่ายละลายหลัง HDR อะไรปกติเลยนั้นเองถือว่าจัดเต็มขึ้นมาก และด้วยราคาของมันเลยทำให้มันน่าสนใจเหมือนเดิม และการออกแบบฝาหลังแบบขึ้นลาย 3มิติเป็นเส้นๆโค้งสวยงามและเล่นกับแสงได้ดีรวมถึงทนทานต่อรอยขีดและกันละอองน้ำด้วยนะ

realme c3 เปิดราคามาที่ 3,999 บาทไทย มาพร้อม Blazing Red / Frozen Blue ในสเปค RAM 3 GB STORAGE 32 GB MTK G70

UNBOX

ตัวกล่องในครั้งนี้มาพร้อมกับสีเหลืองสะใจเช่นเดิมใช้ตัวอักษรปกติในด้านหน้า และ ด้านข้างแทน และด้านหลังนั้นจะบอกว่ามีฟีเจอร์อะไรบ้าง และขนาดกล่องอะไรมีมาเหมือนเดิมแต่เคสในรุ่นนี้จะไม่มีแถมมาให้แล้วนะครับ เหมือนกับ 5i ก็จะไม่มีเคสแถมมาแล้วเช่นกันแอบเสียดายเหมือนกันนะ แต่ฟิล์มกันรอยหน้าจอยังคงมีมาให้อยู่เช่นเดิมครับผม

  • ตัวเครื่อง realme C3
  • ฟิล์มกันรอย ติดมาให้แล้วบนหน้าจอ
  • สายชาร์จแบบ Micro-USB
  • หัวชาร์จ ขาแบน ขา รองรับ 10W
  • ตัวคู่มือ และ ที่จิ้มซิม
  • ไม่มีเคสแถมแล้วนะครับ !

DESIGN

งานออกแบบ มีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรถ้าเทียบกับ C2 เปลี่ยนทั้งตำแหน่งการวางกล้อง ดีไซน์ฝาหลัง และจำนวนกล้องด้วยถือว่าเปลี่ยนแปลงเยอะมากครับ และกล้องอะไรใส่เข้ามาเยอะขึ้น ฝาหลังแบบใหม่ทนทานขึ้น เล่นกับแสงได้สวยขึ้น แบบเดียวกับ 5i เลยและแน่นอนว่าการปรับมาใช้งานแบบนี้อาจจะดูไม่หรูมากนักแต่ที่เด่นๆคือความทนทานต่อรอยขนแมว รอยขูดขีดและการรักษานั้นง่ายมากอีกทั้ง ลวดลายโทนสีแดงสดก็ถือว่าทำได้ดีมีลูกเล่นแสงจากมุมซ้ายบนและโค้งเว้าสวยงามครับ แต่ที่ชอบคือสีแดงมันสด เด่นและอิ่มมาก พร้อมมีเส้นเงาสวยงามเลยแหละ และแน่นอนว่ารองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำกระเซ็นได้ด้วย

หน้าจอใช้งาน IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ ( 720 x 1560 พิกเซล), อัตราส่วนหน้าจอ 20:9 พร้อมติ่งหยดน้ำและใช้งานกระจก Gorilla Glass 3 ด้วยนะครับถือว่าโอเคเลยแหละ และมีฟิล์มติดมาให้แล้วเช่นกัน

ในส่วนขอบล่างหน้าจอนั้นปุ่มควบคุมนั้นจะอยู่ในหน้าจอ สามารถใช้งานเต็มหน้าจอได้แบบไม่มีปุ่มนะครับ ส่วนขอบข้างๆนั้นก็ทำได้บางพอๆกับรุ่นก่อนหน้านี้เลยครับ แต่จะหนากว่าตัว 5  และ 3  เมื่อลองเทียบกัน

หน้าจอขอบบนนั้นเป็นแบบเดิมครับมาพร้อมกล้องหน้า พร้อมติ่งหยดน้ำ และมีการแทรกเซนเซอร์ไว้ข้างๆกล้อง รวมถึงขอบลำโพงอยู่เหนือกล้องหน้า กล้องหน้าให้มาที่ 5MP รูรับแสง f/2.4 ครับเป็นปกติของรุ่นตระกูล C

ในขอบเครื่องด้านข้างขวานั้นจะเป็นที่อยู่ของปุ่ม Power อย่างเดียวนะครับและจะเห็นว่าตัวกล้องนั้นนูนออกมาพอสมควร แต่ตัวเครื่องก็ทำได้บางเช่นกัน ส่วนสีขอบเครื่องนั้นจะเป็นสีเดียวกัน แต่จะแตกต่างกับรุ่นปกติเพราะว่า มีการเล่นรูปทรงรอบๆปุ่มนิดหน่อยเป็นทำมุม เหลี่ยมครับและมีการตัดเส้นขอบข้างเครื่องนิดหน่อย คล้ายๆตัว 5i นั้นเอง

ในส่วนของด้านบนนั้นไม่มีรูไมค์ตัดเสียงมาให้ครับเป็นสีแดงสดแบบเดียวกับข้างหลังแต่ไม่มีลวดลาย ส่วนวัสดุขอบเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกด้านครับผม แต่ฝาหลังนั้นจะยังโค้งมารับมือเหมือนกับรุ่น Pro อยู่เหมือนเดิมนิดๆครับ

ในส่วนของด้านซ้ายนั้นจะเห็นว่าตัวเครื่องมี ปุ่มเพิ่มลดเสียง และ ช่องใส่ถาดซิมครับเป็นแบบ Triple Slot ฝาหลังนั้นจะโค้งลงมาตรงขอบข้างๆเล็กน้อยครับเหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้ทำให้จับถือได้ง่ายและเข้ากับมือได้มากกว่า

ขอบเครื่องด้านล่างนั้นจะเป็น ลำโพงหลัก ช่อง Micro-USB 2.0 และ รูไมค์ 2 ตัว รวมถึงรูหูฟัง 3.5 มม. นั้นยังอยู่นะครับ ดีไซน์ Layout ต่างๆยังคงเหมือนกับรุ่นอื่นๆครับ

 

ฝาหลังในรุ่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกับ 5i แต่จะเล่นแสงเงามาที่มุมกล้องด้านบนแทนครับ และมีสีแดงสดเข้ามา ใช้ฝาแบบด้านๆเป็นลวดลายพลาสติกแบบโค้งไปมาคล้ายๆกับคลื่นแสงอะไรพวกนั้นครับ ข้อดีคือเป็นรอยได้ยากมากและใช้นานๆไม่เป็นรอย ดีกว่า C1 C2 ที่ฝาหลังเป็นรอยได้ง่ายมาก ส่วนตัวนั้นชอบแบบนี้มากกว่าเยอะเลยครับ แต่ความรู้สึกอาจจะไม่ได้พรีเมี่ยมเท่ากับรุ่นก่อน การทำลอยขีดๆนั้นจะเป็นการออกแบบ มีการขัดมันและแกะสลักเรเดียมโดยเครื่องจักรที่มีความแม่นยำแบบห้าแกนจากประเทศเยอรมนี และมีการขัดเงากว่า 600 นาที ดูใกล้ๆแล้วงานคมละเอียดพอสมควรแต่ดูไกลๆจะเห็นไม่ชัดมานักครับ แต่เหมือนกับแสงเวลาส่องเจอเงาจริงๆนะสวยงามดีครับ

กล้องหลังในรุ่นนี้นั้นจะมีมาให้ 3 ตัว แตกต่างกับเพื่อนบ้านนิดหน่อยเพราะถ้าที่อื่นอาจจะมี 2 กล้องครับ ในส่วนของสเปคนั้่นมาพร้อมกับ กล้องหลัง ความละเอียด 12 MP f/1.8 PDAF กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 2 MP f/2.4 Portrait + Super Macro 2 MP  f/2.4 ระยะ 4 เซนติเมตร รองรับการซูมได้ 4X Digital และทำได้ดีเลยแหละ

SPEC

  • Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0 ครั้งแรกของ realme
  • จอ IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ ( 720 x 1560 พิกเซล), อัตราส่วนหน้าจอ 20:9
  • Mediatek Helio G70 (12 nm)+ GPU Mali-G52 2EEMC2
  • RAM LPDDR4X RAM 3GB
  • STORAGE 32GB เพิ่มหน่วยความจำได้
  • กล้องหลัง ความละเอียด 12 MP f/1.8 PDAF กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 2 MP f/2.4 Portrait + Super Macro 2 MP  f/2.4 ระยะ 4 เซนติเมตร
  • กล้องหน้า 5 MP f/2.4
  • Wi-Fi 2.4GHz GPS A-GPS, GLONASS, BDS
  • micro USB 2.0, USB On-The-Go
  • มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh + 10W
  • ขนาดตัวเครื่อง 164.4 x 75 x 9 มม. หนัก 195 กรัม

PERFORMANCE 

ในส่วนของประสิทธิภาพรุ่นนี้ใช้งาน MTK HELIO G70 ตัวแรกเป็น CPU ที่ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาพร้อมสถาปัตยกรรม 12nm และ RAM 3 GB ความจุขนาด 32 GB ส่วนคะแนนจากที่ทดสอบนั้นทำไปได้ที่ 180K จริงๆคะแนนนั้นแรงกว่า realme 5 อีกนะเกินหน้าเกินตามากกก เทียบกับ Snapdragon แล้วอยู่ประมาณ Snapdragon 660 หรือ Snapdragon 665 ได้เลย ในด้านของหน่วยความจำตัวนี้แน่นอนว่าเป็นรุ่นที่ไม่แพงมากนักก็ยังคงใช้งาน EMMC 5.1 อยู่ครับแน่นอนว่าตามเรทราคาของมันก็จะได้ประมาณนี่้ในการอ่านเขียนจะทำไปได้ที่ 292 และ เขียน 171 ครับผม ในการใช้งานทั่วไปก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับถือว่ารับได้ในมือถือเรทราคา 3-4 พันประมาณนี้ตามระดับของมันใช้งานทั่วไปสบายๆแล้วเหลือๆเล่นเกมสบายๆเเน่นอน

SYSTEM UI — REALME UI 

รุ่นนี้หน้าตาระบบรุ่นนี้มีการปรับปรุงจาก realme รุ่นก่อนๆก็คือในรุ่นนี้จะไม่ได้ครอบทับด้วย ColorOS อีกต่อจากมาพร้อมกับ realme UI 1 แต่น่าตาโดยรวมก็ยังคงเหมือนกับ ColorOS อยู่นั่นละ รุ่นนี้มาพร้อมกับ Android 10 มาให้ในกล่อง การตั้งค่า การใช้งานทั่วไป แต่หน้าหลักๆนั้นยังคงมีมาคล้ายๆเดิมครับการแจ้งเตือนใช้ได้ มีเลขมุมแอปอะไรปกติครับไอคอนเป็นทรงกลมซะส่วนใหญ่ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปลงตัวกับขนาดหน้าจอของตัวเครื่องครับ แต่แอปติดเครื่องยังมีมาเยอะพอสมควร พวกแอพนอกเหนือจาก Google ครับ และ App Drawer เลือกเปิดปิดได้ครับ และมี DARK MODE มาให้ใช้งานกันเหมือนภาพข้างบนทำให้ในหลายๆแอปนั้นเป็นธีมสีดำทั้งหมดเลยสวยและสบายตา

หน้าการแจ้งเตือนและ Quick Setting นั้นเป็นอีกจุดที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ ไอคอนการตั้งค่าอะไรเปลี่ยนไปทั้งหมดเป็นวงกลมแล้ว จากที่เป็นสี่เหลี่ยมก่อนหน้า การกดเข้าอะไรต่างๆนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดรวมถึงไอคอนรูปฟันเฟืองก็เปลี่ยนไปด้วย เมื่อลากลงมาก็เป็นการตั้งค่าแบบเต็มครับ รวมถึงแบ่งหน้าจออะไรนั้นยังมีมาให้ปกติ

ทางด้านแป้นพิมพ์นั้นเป็นของ Google ที่คุ้นเคยกันดีครับใช้ง่ายและเสถียรมากๆ ส่วนหน่วยความจำพื้นที่ตัวเครื่อง มาให้ 32GB นั้นเหลือใช้งานได้ 20GB หลังจากหักระบบออกไป และ RAM 3 GB ครับ

บันทึกหน้าจอในรูปแบบวิดีโอ และ จับภาพหน้าจอ นอกจากนี้ Smart Sidebar ยังมีโฟลเดอร์การจัดการให้เพิ่มรายการโปรดเข้าไปเพื่อดูรายการโปรดได้สบาย Gesture นั้นยังมีมาให้ครบทั้งการวาด การใช้งานท่าทางต่างๆครับ รวมถึงการตั้งค่าการควบคุมหลักๆนั้นสามารถปรับใช้งานแบบเต็มจอหรือจะใช้งานแบบ 3 ปุ่มปกติสลับตำแหน่งได้ด้วย

THEME

คลังธีมรุ่นนี้มีให้ปรับเยอะมากพอสมควรเลย ตัวการปรับแต่งธีมนั้นรองรับการเปลี่ยนพอสมควรครับซึ่งมีให้เลือกค่อนข้างเยอะจากที่รุ่นแรกๆนั้นปรับแต่งไม่ได้แต่ตอนนี้ปรับแต่งมาแล้วทำให้ใช้งานได้หลากหลายขึ้นและเปลี่ยนทั้งตัวหน้าตาไอคอน แอป และรวมถึงพื้นหลังต่างๆ แต่ในอัปเดตล่าสุดในรุ่นนี้มี DARK MODE เข้ามาทำให้เป็นธีมดำทั้งหมดสวยงามและสบายตามากๆครับ

SCREEN

หน้าจอในรุ่นนี้นั้นใช้งานหน้าจอแบบ 6.5 นิ้ว IPS LCD เช่นเดิมครับตัวหน้าจอนั้นอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักจากรุ่นเดิมครับมีแค่ขนาดที่ใหญ่ขึ้นครับ ในส่วนของสเปค ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ ( 720 x 1560 พิกเซล), อัตราส่วนหน้าจอ 20:9 ติ่งหยดน้ำเล็กกว่าเดิม และใช้งาน วัสดุกระจก Gorilla Glass 3 รองรับโหมดถนอมสายตา ปรับระดับแสงหน้าจอ และ Dark Mode เช่นกันครับในภาพรวมหน้าจอโอเคเลยถ้ามองตรงๆ สู้แสงได้ระดับนึงแต่ไม่ได้โหดมากนัก ส่วนมุมมองนั้นกำลังดีแต่ถ้าเริ่มเอียงๆอาจจะมีมืดไปหน่อยครับและเร่งแสงสุดยังไม่สว่างมากเท่าไร ส่วนในตัวการสัมผัสนั้นต้องบอกเลยว่าเหมือนกับรุ่น C2 ก่อนหน้านี้ครับมีความหน่วงอยู่บ้างไม่ได้ติดนิ้ว

แต่ในเรื่องของมุมมองหลายๆด้านกันบ้างด้วยการที่เป็นจอ LCD มุมมองบางครั้งอาจจะไม่ได้โหดมากครับถ้าเจอฉากสีดำเยอะๆ และเอียงมองจะออกไปทางสีเทาๆซะมากกว่ากว่าไม่ได้ดำสนิทครับ ส่วนเรื่องความดรอปลงในมุมมองอื่นๆนั้นก็เจอบ้างครับถ้าเป็นโทนสีเข้มจะดรอปลงพอสมควรครับ และความสว่างในมุมมองเอียงๆนั้นไม่เท่ากับมองตรงๆเท่าไร ซึ่งเมื่อเทียบกับเรทราคานี้อาจจะเป็นเรื่องปกติครับและแน่นอนว่าดีกว่าจอหลายๆรุ่นของคู่แข่งในระดับเดียวกันอยุ่นะ และในรุ่นนี้ได้หน้าจอที่ใหญ่กว่าเดิมด้วยเป็น 6.5 นิ้วก็เต็มตาสะใจกว่าเดิมเช่นกันครับ

SOUND 

ส่วนเรื่องของเสียงเพลงฟังเพลงนั้นแน่นอนว่ารุ่นนี้ไม่ได้มีหูฟังอะไรมาให้ครับและเรื่องของเสียงนั้นก็เป็นปกติที่ไม่ได้เน้นมากนักเสียงที่ได้ออกมาแอบคล้ายตัวเดิมครับไม่ได้เจอจุดแตกต่างอะไรกันมาก เสียงยังคงออกไปทางโทนแหลมสูง ส่วนใน เรื่องของมิติ เวที เสียงมากลางๆครับผม คล้ายๆกับของแบรนด์ realme ในรุ่นก่อนหน้ามากๆครับ แต่!!ตัวนี้หน้าตาการปรับเสียงนั้นเปลี่ยนแปลงแล้วครับ ปรับได้เยอะขึ้นมากเลยแหละ EQ ได้ 7 ย่านหลักๆครับ และมีการเปิด Effect เสียงของค่ายเข้ามาแน่นอนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่เราบ่นไปหลายๆรอบครับ ถือว่าพัฒนาได้ดีขึ้นเลย

SPEAKER 

ลำโพงนั้นถือว่าทำได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ C1 C2 ครับในแง่ของมิติเสียงแน่นขึ้น ดังขึ้นสะใจขึ้น แต่ถ้าเอามาเทียบกับ Y7P นั้นตัวนั้นอาจจะทำได้ดีกว่าในแง่ของมิติเสียงในภาพรวมและความดัง แต่ด้วยราคาอาจจะแพงกว่านั้นเองส่วนตัว realme C3 เองนั้นถือว่าดีในงบของมันและเป็นการพัฒนาที่ดีกว่าเดิมครับไม่ได้แย่ ถ้าไม่เอามาเทียบกันอาจจะไม่ได้แตกต่างกันแบบชัดเจนอะไรมากนัก แต่พอเอามาเทียบก็ได้ผลออกมาตามคลิปข้างบนเลยนั้นเอง ลองไปฟังกันได้เลย

BATTERY

รุ่นก่อนเราว่าอึดแล้วนะแต่รุ่นนี้มันเเบตเตอรี่โคตรอึดมากๆเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน แบตเตอรี่ 5,000 mAh ของรุ่นนี้จะทำให้คุณลืมว่าชาร์จแบตไปเลย การใช้หน้าจอแค่  HD+ รวมถึง CPU MTK แน่นอนว่าขึ้นชื่อในเรื่องของการจัดการพลังงานอยู่เเล้ว เล่นเกมไปเลย 3-4 ชั่วโมง แบตยังเหลือกลับบ้านได้ และ ทางเราก็ได้ลองกันจริงๆถือว่าอึดมากกกกก แบตนั้นใช้งานทั้งหมด 13 ชั่วโมง 28 นาที หน้าจอเปิดไป 8 ชั่วโมง และ เล่นเกมไป 5 ชั่วโมง PUBG Mobile +7Knight ครับบอกเลยว่าทำได้ดีมากๆใครที่เน้นเรื่องแบตนั้นต้องใช้งานรุ่นนี้เท่านั้นน่าจะเยอะและอึดที่สุดในบรรดามือถือในเรทนี้ ส่วนการเล่นเกมส์ต่อเนื่อง 1 ชั่วโมงแบตลดไปเพียงแค่ 10% เท่านั้นถือว่าอึดมากๆ

GPS

แอปทดสอบเช่นเคยครับตัวนี้จากที่ทดสอบจริงๆพบว่านำทางได้แต่ตัวการนำทางอัปเดตดีขึ้น ใช้งานได้ดีเลยแหละในเมืองครับ ในการใช้แอปทดสอบนั้นก็จับได้ทั้งหมด 30 ดวง จากทั้งหมด 48 ดวงครับทั้งบนรถ และ ทางเดินเท้าปกติ ส่วนของกลางแจ้ง จับได้ทั้งหมด 40 ดวง จากทั้งหมด 48 ดวง นะครับ ถือว่าเป็นจุดที่ทำได้ดีกว่าเดิมแบบชัดเจนและแม่นยำ อัปเดตได้ไวมากใช้นำทางได้ดีในระดับนึง

GAMING

เรื่องของการเล่นเกมส์รุ่นนี้โดยรวมถือว่าทำได้ดี หลังจากทีไ่ด้เปิดกราฟิกสุงสุดในระดับต่างๆเฟรมเรทที่ได้ในรุ่นนี้ก็ถือว่าค่อนข้างลื่นเลยทีเดียวแอบทำออกมาได้ดีกว่าชิปเซ็ต Snapdragon 660 & 665 เพราะรุ่นนี้การปรับภาพกราฟฟิกต่างๆถือว่าสามารถปรับได้ค่อนข้างสูง เเละตัวเกมก็สามารถเล่นเกมส์ได้อย่างลื่นไหล การทัชบางเกมอาจจะยังไม่ตอบสนองเท่าไรเเต่ก็ตามเรทราคา สำหรับใครที่เล่นเกม ส่วนเรื่องของความร้อนเท่าที่ทดสอบ 1 ชั่วโมง ความร้อนสูงสุดอยู่ประมาณ 40 องศา ถือว่าไม่ร้อนมาก เเละเฟรมเรทไม่ตก ส่วนเเบต เท่าที่ลองเทส 1 ชั่วโมงจะกินไปราวๆประมาณ 10% เท่านั้น รุ่นนี้ต้องเเจ้งไว้ก่อนว่า ROV 30 FPS เท่านั้นนะครับ

CAMERA 

กล้องหลัง 3 ตัวจัดเต็ม 12 ล้านพิกเซล AI Camera กล้องหลังความละเอียด 12 MP f/1.8 PDAF กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 2 MP f/2.4 Portrait + Super Macro 2 MP  f/2.4 ระยะ 4 เซนติเมตร รองรับการซูมได้ 4X Digital ส่วนโหมดต่างๆนั้นรองรับ Bokeh Effect ที่ช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลดูมีมิติ และสมบูรณ์แบบ  Super Macro Lens ช่วยให้ถ่ายวัตถุระยะใกล้ได้ด้วยระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร HDR โหมดที่จะช่วยให้ภาพถ่ายสวยงามกว่าการถ่ายแบบปกติ  Chroma Boost ประมวลผลโดยโหมด AI เป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้ Filter หรือ Vivid mode ปรับ อุณหภูมิให้สีของภาพ, เพิ่มสีให้ภาพแม้ถ่ายในแสงไฟสลัว, ปรับรายละเอียดให้ภาพแม้ในส่วนที่ไม่มีแสง,เพิ่ม แสงให้การถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก และคงความธรรมชาติไว้, เพิ่มเลเยอร์ของสี เป็นต้นครับ จากที่ลองนั้นกล้องหลังถือว่าทำได้ดีเลยแหละ ดีกว่าเดิมเยอะ ซูมได้ดีด้วยครับ 2X 4X แบบทำได้ดีกว่าที่คิดไว้เยอะมาก และละลายหลังก็สวยเหมือนกันถือว่ากล้องรอบนี้ทำออกมาประทับใจจริงๆครับใช้งานได้ดีเลยแหละ

PORTRAIT

SELFIES 

ในส่วนของกล้องหน้านั้นใส่มาให้ที่ 5 MP, f/2.4, 27mm (wide), 1/5″, 1.12µm  ความละเอียด 5MP ค่ารูรับแสง F2.4 มาพร้อมโหมด HDR และ Panoramic View  AI Beautification  Time lapse แน่นอนว่าเรื่องของกล้องหน้าอาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนักและไม่มีพวกสติกเกอร์ลูกเล่นอะไร แต่ก็มีละลายหลังมาให้ใช้งานอยู่ครับ รวมถึง ตัดขอบอะไรสวยดีเหมือนกัน ส่วนมุมกว้างอยู่ในระดับกลางๆพอๆกับรุ่นก่อนหน้าครับไม่ได้กว้างเท่าไรนัก ถือว่ากลางวันอะไรทำได้ดีและกลางคืนอาจจะสั่นได้ง่ายและไม่ค่อยคมเท่าไรครับสำหรับกล้องตัว realme c3 รุ่นนี้

VIDEO 

งานวีดีโอนั้นรองรับการถ่าย FHD 30FPS และมี ฟิลเตอร์ปรับโทนสีมาให้นิดหน่อยครับ ส่วนกล้องหน้าก็รองรับเช่นเดียวกัน ส่วนตัว Slowmotion 120Fps ใส่เข้ามาด้วย ในแง่ของคุณภาพในภาพรวมนั้นอยู่ในระดับกลางๆครับ ทั้งเรื่องของกันสั่นที่ไม่มี และ การอัดเสียงที่ไม่มีไมค์ตัดเสียงเลยทำให้งานวีดีโอไม่ได้เด่นเท่าไรด้วยเช่นกัน แต่คุณภาพพอใช้งานได้เวลากลางวันกลางคืนก็พอไหวอยู่ถ้าตั้งกล้องนิ่งๆครับ ส่วนกล้องหน้ามุมแคบประมาณนึงในตัวมุมกล้อง

REALME C3

“สมาร์ทโฟนราคาย่อมเยาว์ สเปคแรง กล้องหลัง 3 ตัวคุณภาพดี คุ้มกว่าเดิมไปอีก

ก็ต้องบอกว่าค่ายนี้นั้นยังคงทำมือถือได้คุ้มค่าคุ้มราคากันอีกแล้วครับสำหรับทาง realme รุ่นนี้คือยกระดับ ตระกูล C มาเยอะมากทั้งเรื่องของคุณภาพกล้อง ความแรง ดีไซน์ความสวยงามคือทุกอย่างทำได้ดีขึ้นจริงๆนะค่อนข้างประทับใจเลยแหละเมื่อเทียบกับราคาของมัน และฝาหลังก็ทนทานขึ้นด้วย ส่วนหน้าตา UI ก็ใช้ได้เลยแหละสวยและเรียบขึ้นเป็นตัวเองมากกว่าเดิม แต่เรื่องของหน้าจอนั้นยังคล้ายๆเดิมทั้งการสัมผัส การปรับมาใช้ MTK G70 นั้นต้องบอกว่าน่าสนใจเพราะมันแรงกว่ารุ่นพี่ 5 5i ไปแล้วแหละ ทำให้ในภาพรวมมันน่าสนใจทั้งเล่นเกมและใช้ทั่วไปเหลือๆและยังประหยัดแบตได้ด้วยครับ ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ แต่น่าเสียดายแค่หน้าจอยังสัมผัสแบบเดิมเลยและไม่รองรับ Wifi 5Ghz

ข้อดี

  • กล้องหลัง 3 เลนส์คุณภาพทำได้ดี
  • ระยะซูมถือว่าดีเลยแหละ
  • วัสดุทนทานขึ้น สีสวยเด่น
  • หน้าจอใหญ่ขึ้นใช้งาน Gorilla Glass 3
  • ระบบหน้าตา realme UI สวยเรียบ
  • ประสิทธิภาพ เร็วและแรงขึ้นแบบชัดเจน
  • แบตอึดพอสมควร ใช้ทั้งวันสบาย

ข้อสังเกต 

  • ไม่รองรับ WIFI 5GHz
  • หน้าจอสัมผัสยังเหมือนเดิม
  • กล้องหน้ากลางคืนอาจจะไม่คมเท่าไร

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Nineztr 

*รูปถ่ายจากกล้องมือถือทุกรูป ไม่มีการปรับแต่ง และ สามารถกดดูไฟล์เต็มแบบต้นฉบับได้นะครับ

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments