เปิดตัวมากันอีกรุ่นแล้วสำหรับค่าย OPPO ในครั้งนี้กลับมาพร้อมการเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง OPPO Reno8 Z 5G ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพในรุ่นนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ The Portrait Expert ที่ช่วยถ่ายภาพคนให้สวยเนียนเป็นธรรมชาติสุดๆ การออกแบบดีไซน์ไว้อย่างสวยหรู ฝาหลังเป็นแบบกระจกอัพเกรดคุณภาพชั้นดี เปิดตัวมาพร้อมกับสีใหม่ในรุ่นนี้ที่สวยปัง ไล่ระดับบแบบ Luxury ไปกับสีทอง Dawnlight Gold  และการใช้งานที่เร็วแรงโหดเหนือขั้น สเปกการใช้งานระดับเทพเมื่อเทียบกับราคาถือว่าคุ้มมากเลยนะ ทางด้านของกล้องต้องบอกเลยว่ายังคงโดดเด่นเช่นเดิม มี่โหมดต่างๆมาให้เลือกให้งานหลากหลายรูปแบบ ความละเอียดกล้องสูง เป็นสมาร์ตโฟนที่น่าแนะนำอีกรุ่นในปัจจุบันนี้เลย

OPPO Reno8 Z 5G มาพร้อมกับ หน้าจอ Punch-Hole AMOLED FHD+ Display ขนาด 6.4 นิ้ว, NTSC color saturation 97%, DCI-P3 color gamut 93%, ค่ารีเฟรชเรท 60Hz ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 695 5G Mobile Platform ที่มี RAM 8GB + ROM 128GB และมี RAM Expansion 5GB ทางด้านของกล้องให้กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลัก 64MP AI Portrait Camera + กล้อง Depth 2MP และกล้องมาโคร 2MP และกล้องหน้าความละเอียดที่ 16MP การดีไซน์สวยโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ออกแบบมาให้มีความบางเบาพิเศษใช้งานง่ายจับถนัดมือ น้ำหนักเพียงแค่ 181 กรัม และในส่วนของแบตเตอรี่ก็ยังคงให้มาจุกๆถึง 4,500mAh ที่รองรับชาร์จเร็ว 33W เลยนะ ภาพรวมสเปกครบจบในตัวเดียวมาก

UNBOX

  • ตัวเครื่อง OPPO Reno8 Z 5G พร้อมฟิล์มกันรอย
  • Adapter 33W SUPERVOOC
  • สายชาร์จ USB-C
  • เคส TPU ใส
  • คู่มือการใช้งานและที่จิ้มซิม

DESIGN 

การออกแบบดีไซน์ของเจ้า OPPO Reno8 Z 5G ตัวนี้นั้นมาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ในรูปแบบ OPPO Glow Design ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางค่าย มอบความสวยเนียนประณีตทุกจุดจริงๆ ออกแบบมาได้สวยคมน่าใช้งาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในทุกๆไลฟ์สไตล์ เรียกได้ว่ามีความสวยโดดเด่นสะกดทุกสายตาให้ต้องจ้องมอง น่าประทับใจมาก ขอบเครื่องในรุ่นนี้เป็นขอบเครื่องรูปแบบเหลี่ยมสุดคลาสสิก มีความบางเบาสุดพิเศษ มาพร้อมกับสีใหม่อย่าง สีทอง Dawnlight Gold ที่สีมีความประกายหรูหรา มีการเคลือบสีรุ้งแบบไล่ระดับ และสีดำ Starlight Black ที่ให้สีดำที่ดูแพง มีมิติไปในตัว อีกทั้งสีของตัวเครื่องยังสามารถเปลี่ยนไปตามการหักเหของแสงได้อีกด้วย ฝาหลังเป็นแบบกระจก anti-glare 0.5 มม. นับได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกที่ใช้ฝาหลังเป็นแบบกระจกเลย ตัวฝาหลังนั้นจะโชว์พื้นผิวของสีที่ละมุมน่าสัมผัส เรียบลื่นมันวาว โดดเด่นมาก

ในส่วนของขอบเครื่องด้านหน้านั้นจะเห็นได้เลยว่ามีขอบจอที่บางมากๆ จึงทำให้เราสามารถใช้งานได้อย่างเต็มพื้นที่จริงๆ จะมีแค่เพียงขอบด้านล่างที่จะหนากว่าส่วนอื่นเพียงเล็กน้อยแต่ไม่ส่งผลอะไรกับการใช้งานเลยนะ และในด้านของกล้องหน้าในรุ่นนี้ยังคงใช้เป็นการเจาะฝังกล้องไว้บริเวณขอบด้านบนซ้ายเนียนๆเช่นเดิม

ในส่วนของฝาหลังในรุ่นนี้ต้องบอกว่าสวยงามดึงดูดสายตามากๆ ออกแบบฝาหลังด้วยเทคนิค OPPO Glow โดยการแกะสลักกระจกด้วยพื้นผิวสองเลเยอร์และกระบวนการเคลือบชั้นเดียว มอบพื้นผิวด้านที่เรียบลื่นเป็นมันวาว โดดเด่น สะกดทุกสายตา และยังทนต่อรอยนิ้วมืออีกด้วย

ขอบเครื่องด้านบนจะมีเป็นเพียงไมโครโฟนตัดเสียงให้เราใช้งานเท่านั้น

ขอบเครื่องด้านซ้ายนั้นจะเป็นในส่วนของปุ่มสั่งงานเพิ่ม-ลดเสียงที่มีมาให้ ตามมาด้วยถาดใส่ซิม

ขอบเครื่องด้านขวาจะเป็นในส่วนของปุ่มสั่งงาน Power เพียงอย่างเดียวเลย นอกนั้นจะเป็นพื้นที่เอาไว้โชว์พื้นผิวที่น่าสัมผัส

ขอบเครื่องด้านล่างจะเป็นในส่วนของลำโพง ตามมาด้วยพอร์ตชาร์จ USB-C และรู 3.5 มม. ที่ใส่มาให้เรียงกันเหมือนเช่นเคยนั้นเอง

CAMERA

ในเรื่องของกล้องในรุ่นนี้มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว เลนส์หลักให้ความละเอียดมาสูงถึง 64MP AI Portrait Camera ตามมาด้วยเลนส์ Depth ความละเอียด 2MP และปิดท้ายด้วยเลนส์มาโครที่ให้ความละเอียด 2MP เรียกได้ว่าทางค่ายให้ความละเอียดมาได้เยอะจุใจมากเมื่อเทียบกับราคาคุ้มมาก ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าในรุ่นนี้เด่นมากๆในเรื่องของกล้อง ทั้งความละเอียด ทั้งโหมดฟีเจอร์ที่มีมาให้เลือกเล่นอย่างมากมาย ถ่ายมุมไหนก็สวยโดนใจ หลายๆคนคงอยากทราบแล้วว่ามีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้าง วันนี้แอดรวมภาพตัวอย่างและฟีเจอร์เด่นๆมาให้แล้ว ไปดูกันเลยว่าจะปังขนาดไหน

AI Portrait Retouching

เป็นฟีเจอร์ที่เข้ามาช่วยถ่ายภาพคนให้สวยเป็นธรรมชาติ ภาพสวยครบจบหลังกล้องได้ง่ายๆเลย โดยอัลกอริทึมนี้สามารถใช้งานได้ในสภาพแสงถึง 4 รูปแบบเลย ทั้งแสงปกติ อุณหภูมิสีสูง อุณหภูมิสีต่ำ และแสงแบบย้อนแสง เป็นการใส่ฟีเจอร์มาได้ตอบโจทย์การใช้งานมาก ถ่ายภาพได้เหมือนระดับมือโปร แอดประทับใจมากๆในเรื่องของกล้องในรุ่นนี้ แน่นอนเลยว่าถ้าใครได้ลองแล้วจะติดใจแบบแอดเลย

Bokeh Flare Portrait

ต่อกันด้วยโหมด Bokeh Flare Portrait ที่เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจมากๆในรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ เป็นโหมดที่รองรับการถ่ายภาพนิ่งทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลย สามารถถ่ายภาพได้ละลายหลังสวยงามแบบจุใจ เนียนตา ลบความวุ่นวายของฉากหลังได้เป็นอย่างดี เสมือนใช้กล้อง DSLR ถ่ายเลยแหละ อัลกอริทึมยังได้ทดสอบกับฉากมากกว่า 100 ฉาก เพื่อเพิ่มความสามารถให้รองรับการถ่ายภาพให้มีคุณภาพสูงสุด ทางค่ายพัฒนาออกมาได้ดีสุดๆ ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย พร้อมทั้งรีทัชขอบดวงไฟให้มีความสวยเนียนเป็นธรรมชาติ ได้ภาพสวยฟินแน่นอน เป็นอีกโหมดที่แอดใช้บ่อยมากๆ ภาพสวยคมละลายหลังเนียนๆตา

Selfie HDR

กล้องหน้าในรุ่นนี้ความละเอียดให้มาสูงแบบไม่น้อยหน้าใครเลย ให้ความละเอียดมาสูงถึง 16MP เซลฟีได้จุกๆ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Selfie HDR ที่ให้ภาพสวยคมถึงแม้ว่าจะถ่ายในที่ที่มีแสงน้อยก็ตามฟีเจอร์นี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มช่วงไดนามิกของการถ่ายเซลฟีในการตั้งค่าการถ่ายย้อนแสง พร้อมคงรายละเอียดของใบหน้าและพื้นหลังได้อย่างแม่นยำ เอื้ออำนวยต่อการใช้งานมากๆ ภาพสวยคมจบหลังกล้องแบบไม่ต้องไปแต่งเพิ่มให้เสียเวลา และแน่นอนว่าโหมดการตกแต่งภาพก็ยังคงมีมาให้เลือกใช้อย่างมากมาย เป็นอีกลูกเล่นที่น่าสนใจมากๆ ทางด้านของกล้องในรุ่นนี้ยืนหนึ่งจริงๆ เอาใจสายถ่ายภาพไปเต็มๆ

SPEC

  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 695 5G Mobile Platform
  • ColorOS 12.1
  • กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลัก 64MP AI Portrait Camera + กล้อง Depth 2MP และกล้องมาโคร 2MP
  • กล้องหน้า 16MP
  • หน้าจอ Punch-Hole AMOLED FHD+ Display ขนาด 6.4 นิ้ว, NTSC color saturation 97%, DCI-P3 color gamut 93%, ค่ารีเฟรชเรท 60Hz
  • RAM 8GB + ROM 128GB และมี RAM Expansion 5GB
  • เซนเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ + ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า
  • ช่องเสียบหูฟัง USB Type-C
  • น้ำหนัก 181 กรัม
  • รองรับเครือข่าย 5G
  • แบตเตอรี่ 4,500mAh ที่รองรับชาร์จเร็ว 33W SUPERVOOC
  • สีทอง Dawnlight Gold และสีดำ Starlight Black

SCREEN

ทางด้านของหน้าจอนั้นมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Punch-Hole AMOLED FHD+ Display ขนาดใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ อัตรารีเฟรชเรทอยู่ที่ 60Hz ให้สีสันที่สวยคมชัดแม่นยำเช่นเดิม เพลิดเพลินยาวๆตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังมาพร้อมกับได้การรับรอง SGS Eye Care Display เป็นฟีเจอร์เพื่อปกป้องดวงตาของเราอีกด้วยนะ ช่วยให้การใช้งานที่สบายตาได้ตลอดทั้งวัน ทางด้านของการใช้งานนอกสถานที่ในรุ่นนี้ค่อนข้างทำมาได้ดีในระดับนึงเลยนะ สู้แสงได้ดี ยังคงรักษารายละเอียดต่างๆของหน้าจอได้ครบจบ ใช้งานด้านนอกอาคารหรือที่ที่มีแสงมากได้สบายๆ ภาพรวมหน้าจอในรุ่นนี้ทำได้โอเคเลยนะ

BATTERY 

ทางด้านของแบตเตอรี่ในรุ่นนี้ยังคงให้มาในระดับที่จุใจเช่นเดิมมาพร้อมกับขนาด 4,500mAh และรองรับการชาร์จไวสูงถึง 33W SUPERVOOC ทางค่ายได้มีการเคลมไว้ว่าเราชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 63 นาที หรือชาร์จเพียง 5 นาที สามารถคุยโทรศัพท์ได้ถึง 3.4 ชั่วโมง ดู YouTube ได้นานถึง 2 ชั่วโมง อีกทั้งในรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง Visualized Battery Dashboard และ Power Consumption Notifications เป็นฟีเจอร์ที่เขามาช่วยให้เราสามารถตั้งค่าการประหยัดพลังงานได้ตามความต้องการของเราหรือใช้พลังงานในรูปแบบภาพนั้นเอง เรียกได้ว่าทางค่ายได้ใส่ใจในเรื่องของแบตเตอรี่ทุกจุดจริง ออกแบบพัฒนาให้เอื้อต่อการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

PERFORMANCE

ทางด้านของประสิทธิภาพการใช้งานในรุ่นนี้ขับเคลื่อนโดย Qualcomm Snapdragon 695 5G Mobile Platform ที่มีขนาดเล็กเพียงแค่ 6nm เท่านั้น มอบประสิทธิภาพการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการเรนเดอร์งาน การตัดต่อ การออกแบบกราฟิก ในรุ่นนี้ก็รองรับได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว การใช้งานไหลลื่นเร็วแรงมากขึ้น ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบโดยไม่สะดุดกวนใจเลย ผลคะแนนที่ได้ทำการทดสอบก็ทำคะแนนออกมาได้สูงในระดับนึงเลย เรียกได้ว่า OPPO Reno8 Z 5G นั้นสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพจริงๆ ใช้งานรูปแบบไหนก็รองรับได้สบาย

RAM Expension

OPPO Reno8 Z 5G มาพร้อมกับ RAM 8GB ROM 128GB นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ RAM Expension ที่จะช่วยเข้ามาเพิ่ม RAM ให้เพิ่มขึ้นอีก 5GB โดยการยืม ROM ที่ไม่ได้ใช้งานมาแทนที่ เรียกได้ว่าสามารถมอบประสิทธิภาพการใช้งานเร็วแรงไหลลื่นขึ้นกว่าเดิม เห็นแบบนี้แล้วสบายใจได้เลยว่ารองรับได้สบายๆ ในเรื่องของการใช้งาน

OPPO Reno8 Z 5G

” ดีไซน์สวยคมเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับกล้องและฟีเจอร์เด่น ถ่ายรูปคนสวยเป็นธรรมชาติ ตอกย้ำความเป็น The Portrait Expert 

ภาพรวมของ OPPO Reno8 Z 5G นั้นมาพร้อมกับสเปกการใช้งานที่ตอบโจทย์ลงตัวมากๆ เด่นๆเลยคือทางด้านของกล้องในรุ่นนี้ที่ให้ความละเอียดมาสูง ได้ภาพสวยคมชัดระดับมือโปร อีกทั้งยังมีโหมดฟีเจอร์ต่างๆที่ใส่ให้มาแบบปังมาก ตอกย้ำความเป็น The Portrait Expert ที่ช่วยเข้ามาถ่ายภาพคนให้สวยเป็นธรรมชาติสุดๆ ถ่ายภาพได้ทุกแนวทุกแบบตามความต้องการ ใครได้ลองใช้แล้วก็จะติดใจ การออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย ด้วยดีไซน์แบบ OPPO Glow Design สวยหรูหราโดนใจอย่างแน่นอน ด้านของชิปประมวลผลที่มอบประสิทธิภาพการใช้งานที่เร็วแรงไม่มีสะดุด รองรับการใช้งานได้อย่างจุใจ ทางด้านของหน้าจอก็ทำได้ดี การแสดงสีสัน การสู้แสงโอเคเลยนะไม่มีปัญหา รวมไปถึงทางด้านของแบตเตอรี่ที่ให้ความจุมารองรับการใช้งานยาวๆได้ตลอดทั้งวัน พร้อมทั้งชาร์จไว 33W SUPERVOOC เรียกได้ว่าภาพรวมโอเคเลย เทียบกับราคานั้นคุ้มค่ามากๆ เป็นสมาร์ตโฟนอีกรุ่นนึงเลยที่แอดอยากจะแนะนำ

ข้อดี

  • กล้องหลังทำได้ดี พร้อมกับโหมดการถ่ายมากมาย
  • Bokeh Flare Portrait โหมดการถ่ายใหม่ในการถ่ายละลายหลังทำได้ดีมาก
  • กล้องหน้ายังคงโดดเด่นและรองรับโหมดใหม่เช่นกัน
  • ดีไซน์ฝาหลังสวย เล่นกับแสงสีได้ดี บาง เบา พรีเมียม
  • หน้าจอ สวย AMOLED สู้แสงได้ดี คมชัด
  • ประสิทธิภาพโดยรวมในการทำงาน
  • ColorOS 12 ลื่นไหล และสวยงามเช่นเดิม

ข้อสังเกต

  • หน้าจอยังเป็น 60Hz AMOLED
  • ลำโพงตัวเดียว ออกข้างล่าง

สำหรับรีวิวนี้ก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะ มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกเรารีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะคะ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Ning

Comments กันได้เลย !

Comments

0 Shares