Oneplus นั้นได้เปิดตัว 7T ในไทยเป็นที่เรียบร้อยอาจจะต้องบอกเลยว่ารุ่นนี้มีความน่าสนใจและกระแสดีกว่ารุ่น Pro ที่ออกมาก่อนหน้าแบบรู้สึกได้ด้วยราคาที่จับต้องได้ง่ายมาพร้อมกับสเปคที่ดีและแรงรวมถึงหน้าจอที่อัพเกรดขึ้นมาด้วย ทำให้มันน่าสนใจและหลายๆคนนั้นให้ความสนใจ อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงการออกแบบที่ชัดเจนกว่ารุ่นเดิมครับทั้งตัวกล้องด้านหลังและวัสดุอะไรก็สวยงามขึ้นเยอะ สเปคที่ให้มาทั้งตัว Snapdragon 855+ มาพร้อมกับหน้าจอ 90Hz และ เทคโนโลยีชาร์จไว Warpcharge 30T ที่ให้มาก็ต้องบอกว่าไม่น้อยหน้ารุ่น Pro กันเลย แต่มันก็ยังมีส่วนต่างกันอยู่นะ ทั้งเรื่องของกล้อง หน้าจอการออกแบบต่างๆนั้นก็ยังมจุดแตกต่างกันแต่จะเป็นยังไงบ้างทั้งในเรื่องของคุณภาพต่างๆในการใช้งานนั้นไปอ่านรีวิวกันได้เลยครับ รวมถึงการเล่นเกมจะเป็นยังไงมาชมกันเลย

Oneplus7T นั้นเป็นรุ่นเล็กแต่สเปคจัดเต็มไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pro กันเลยมาพร้อมกับ CPU Snapdragon 855+ พร้อมด้วย RAM 8GB STORAGE 128GB ใช้งาน UFS3.0 และยังมาพร้อมกับดีไซน์แบบใหม่ในด้านหลังมาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว โดยตัวหลักนั้นจะเป็น กล้อง 48MP f/1.6,  OIS รวมถึงมี กล้อง 12MP f/2.2, Ultrawide 117 องศา รองรับ AF และ 16MP f/2.2, 2X TelePhoto และในส่วนของกล้องหน้านั้นให้มาที่ 16 MP, f/2.0 ใช้งานหน้าจอ AMOLED 90HZ Fluid Display มาในขนาด 6.55 นิ้ว แต่มีติ่งหน้าจออยู่ครับ และให้แบต 3,800 mAh รองรับ WARPCHARGE 30T และ ลำโพงคู่ Dolby Atmos มาพร้อมกับ Oxygen OS10 และ Android 10 ครับ ทางด้านสแกนนิ้วก็ได้พัฒนาขึ้นและใช้งานใต้หน้าจอแบบเดียวกับรุ่น 7T Pro เลยนั้นเอง

Oneplus 7T เปิดราคา 17,990 บาท
มาพร้อมสี Frosted Silver และ Glasier Blue ความจุเดียวนะครับ 8/128

UNBOX

มา UNBOX ตัวกล่องมือถือกันบ้าง ทางด้านการออกแบบนั้นยังคงเอกลักษณ์แบบเดียวกับตัว 7T Pro ก่อนหน้านั้นครับเป็นเขียนเยอะๆและกล่องโทนสีแดงยาวๆก็ถือว่าเป็นกล่องมือถือที่อินดี้และเท่ที่สุดอันนึงเลยไม่ต้องมีรูปเครื่องอะไรมาโชว์ครับ TEXT ล้วนๆแต่จัดวางอะไรได้สวยและมีแนวคิดที่ดีครับ ส่วนอุปกรณ์ในตัวกล่องที่ทุกคนจะได้เวลาซื้อนั้นจะเป็น

  • ที่ชาร์จ Warpcharge 30T 
  • สายชาร์จ USB-C 
  • เคสใส
  • สติกเกอร์
  • คู่มือ ที่จิ้มซิม
  • ฟิล์มกันรอยหน้าจอที่ติดตั้งมาให้แล้วครับ

ตัวเคสที่แถมมาในกล่องนั้นเป็นเคสใสนิ่ม สามารถคลุมได้รอบเครื่องและไม่กัดเครื่องครับ เป็นเคสที่ปกป้องตัวเครื่องได้ดีงามมากๆครับทั้งการออกแบบและวัสดุที่เอามาใช้งาน ตัวเคสสามารถเอาไปใช้งานได้สบายๆโดยสามารถปกป้องหน้าจออะไรได้และรวมถึงด้านหลัง มีการใช้วัสดุที่ดีและมีความหนาที่ตามมุมก็มีขอบที่สูงขึ้นมาเพื่อปกป้องหน้าจออีกทั้งด้านหลังก็ปกป้องเลนส์ได้ดีครับ แต่ด้วยความที่มันเป็นเคสใสนั้นอาจจะทำให้มันเหลืองง่ายเวลาใช้งานไปนานๆตัวขอบมุมหน้าจอทั้ง 4 มุมชอบที่การออกแบบนั้นใส่ใจและตั้งใจมากๆในการทำขอบมุมเครื่องสูงขึ้นเวลาใส่เคสจะช่วยให้เวลาเราวางคว่ำลงไปหน้าจอนั้นจะไม่โดนพื้นอีกทั้งยังมีความสูงพอประมาณแม้จะใส่ฟิล์มกระจกก็ยังปกป้องได้อีกทั้งช่วยในเวลาทำตกได้เป็นอย่างดี

DESIGN

ในด้านการออกแบบนั้นในรุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่เปลี่ยนแปลงและแตกต่างกับรุ่นก่อนหน้าได้ชัดเจนที่สุดครับมองแล้วรู้เลยว่ามีการเปลี่ยนแปลง การออกแบบซึ่งหลักๆเลยคือเป็นกล้องหลังและการออกแบบด้านหลังที่ใช้โมดูลแบบวงกลมใหญ่ๆและจัดวางเรียงกล้อง 3 ตัวไว้ด้านในแต่วางแบบแนวนอนปกติครับ ส่วนกล้องหลังนั้นใหญ่มากจริงๆและมีความนูนออกมานิดหน่อยถือว่ามองแล้วรู้เลยว่ารุ่นอะไรแต่การจัดวางน่าจะทำได้สวยกว่านี้ครับ ส่วนตัวหน้าจอนั้นเป็นหน้าจอแบบติ่งหยดน้ำที่เต็มตามากกว่าเดิมติ่งเล็กลง หน้าจอขอบบางขึ้นครับ และฝาหลังก็เป็นแบบด้านสวยงามพอสมควร

ทางด้านหน้าจอนั้นจะเป็นหน้าจอแบบติ่งหยดน้ำซึ่งจะเป็นจุดแตกต่างกันหลักๆระหว่าง 7T Pro ครับและในตัวหน้าจอนี้มาพร้อมกับหน้าจอ Fluid AMOLED เช่นกันมาพร้อมความละเอียด FHD+ 90Hz และรองรับ DCI-P3 รวมถึงหน้าจอใช้วัสดุ Gorilla Glass 5 ด้วยถือว่าไม่แพ้รุ่นพี่เลยแตกต่างกันแค่ความละเอียดและดีไซน์เท่านั้น แต่ข้อดีของ7T คือหน้าจอมันเรียบๆไม่มีส่วนโค้งแต่อย่างใดครับ

ทางด้านบนของหน้าจอนั้นเป็นตัวที่อยู่ของกล้องหน้าแบบติ่งหยดน้ำ ซึ่งใส่กล้อง 16MP F2.0 มาให้รวมถึงช่องลำโพงที่ใหญ่และเรียงยาวกว่าตัว 7T Pro พอสมควรและเรื่องของเสียงนั้นดังชัดเจนดีมากๆเลย

ในส่วนของขอบหน้าจอในด้านล่างจะเป็นที่อยู่ในส่วนของปุ่มควบคุมครับ ตัวขอบหน้าจอส่วนล่างนั้นบางขึ้นเยอะเลยดีไซน์ได้เต็มตามากกว่าเดิมครับ แต่ก็ยังไม่ได้เท่ากับขอบข้างๆที่จะทำได้บางกว่านั้นเอง

ส่วนขอบเครื่องในส่วนบนนั้นจะเป็นที่อยู่ของไมค์ตัดเสียงครับ และจะเห็นวัสดุเงาสวยงามและฝาหลังโค้งเล็กน้อยครับ

มาที่ด้านล่างนั้นจะเป็นลำโพงตัวหลัก และ ช่อง USB-C รวมถึงไมค์และ ถาดซิม แบบ 2 SIM เพิ่มเมมโมรี่ไม่ได้ครับ

เมื่อมาดูด้านข้างขวานั้นจะเป็นปุ่ม Alert Slider เปลี่ยนเสียง สั่น หรือ เงียบครับ มีพื้นผิวเล็กน้อย และปุ่ม Power นั้นเอง ส่วนมองแบบนี้จะเห็นเลยว่ากล้องหลังนั้นค่อนข้างใหญ่และนูนขึ้นมาในส่วนนี้ต้องระวังกันนิดหน่อยครับ

ในด้านซ้ายของตัวเครื่องนั้นจะเป็นปุ่ม เพิ่ม-ลดเสียง  และจะเห็นฝาหลังนั้นมีการเอียงลงตรงขอบนิดหน่อยให้จับถือได้ง่ายกว่าแบบเรียบๆครับ

ในด้านหลังนั้นมีการใช้งานวัสดุแบบด้านเล่นกับแสงสีได้สวยไม่เป็นรอยนิ้วมือและทนทานต่อรอยต่างๆได้ดีกว่าแบบเงาครับ โลโก้อะไรวางตรงกลางสวยงาม ส่วนสแกนนิ้วนั้นไปอยู่บนหน้าจอแล้วเรียบร้อย รวมถึงการออกแบบกล้องหลังนั้นเด่นและแปลกตาที่สุดจากรุ่นก่อนหน้าครับ แต่เหมือนจะใช้พื้นที่ใหญ่ไปหน่อยเพราะกล้องแค่ 3 ตัววางตรงกลางแนวนอนจริงๆไม่ต้องทำใหญ่หรือจัดวางแบบ 3 มุมก็น่าจะสวยและลงตัวกว่านี้นิดหน่อยครับและแอบนูนขึ้นมาชัดเจนไปนิดหน่อยเวลาใช้งานแบบไม่ใส่เคสนั้นมันจะรับหน้าที่โดนรอยได้ง่ายที่สุดเลย

ในส่วนของกล้องหลังนั้นมาให้ทั้งหมด 3 ตัววางเรียงแนวยาว มีทั้งเลนส์หลัก 48MP (f/1.6) OIS , เลนส์ซูมออฟติคอล 2x ความละเอียด 12MP (f/2.4), เลนส์ Ultra-wide angle 117 องศา ความละเอียด 16MP (f/2.2) วางเรียงแนวนอน และ ไฟแฟลช รวมถึง เลเซอร์โฟกัสนั้นแทรกอยู่ในวงกลมทั้งหมดเลยครับ และมีเขียนบอกระยะเลนส์จริงๆนั้นคิดว่าจะมีการวางกล้องที่แปลกตากว่านี้ แต่แอบเสียดายว่ามันแค่วางแนวนอนธรรมดาๆ

SPEC 

  • หน้าจอ Fluid AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2400) รีเฟรชเรท 90Hz Corning Gorilla Glass 5
  • CPU  Qualcomm Snapdragon 855+ 
  • RAM  8GB
  • ความจุ  (UFS 3.0) 128GB ไม่รองรับ MicroSD Card
  • กล้องหลัง เลนส์หลัก 48MP (f/1.6) OIS , เลนส์ซูมออฟติคอล 2x ความละเอียด 12MP (f/2.4), เลนส์ Ultra-wide angle 117 องศา ความละเอียด 16MP (f/2.2) วางเรียงแนวนอน
  • กล้องหน้า 16MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอริโอ, Dolby Atmos
  • สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,800 mAh รองรับระบบ Warp Charge 30T (เร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 23%)
  • รันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Oxygen OS 10 เวอร์ชันล่าสุด
  • สี Frosted Silver, Glacier Blue

PERFORMANCE 

ประสิทธิภาพของตัวเครื่องตัวนี้พกพาความแรงระดับสูงอยู่แล้วด้วย Snapdragon 855 + ที่แรงกว่าเดิม พร้อมกับ RAM 8GB และใช้งานหน่วยความจำแบบ UFS 3.0 ตัวนี้คือเร็วมากๆ และทำคะแนนในส่วนของ Antutu ไปได้ 473178 คะแนน เวอร์ชันนี้คะแนนจะเวอร์กว่าเดิมนะครับ * และ Geekbench ได้ไป 769/2702 รวมถึงหน่วยความจำอ่านเขียนไปได้สูงมากๆ ทำความเร็วไปได้ 1,394 MB/s และ DRM L1

SYSTEM UI

Android 10  ที่ครอบด้วย Oxygen OS 10 และหลายๆคนคงทราบกันดีกว่าแบรนด์ OnePlus มักจะได้รับการอัพเกรดซอฟแวร์เร็วเป็นอันดับ 2 เป็นรองแค่ Google เท่านั้น และซัพพอร์ตยาวๆเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งตลอด 2 ปีนี้จะได้รับการอัพเกรดใหญ่ๆทั้งหมด (จะอัพเกรดไปถึง Android 11 และ Android 12) และได้รับการอัพเกรดด้านความปลอดภัยไปอีก 3 ปี เป็นรุ่นที่ทำระบบมาค่อนข้างดีมากๆและใช้งานได้ดีอันดับต้นๆของ Android การแจ้งเตือนอะไรทำได้ไวและไม่เจอหน่วงเลย

แน่นอนว่าลากลงมา 1 ครั้งเจอตั้งค่า ลากลงมาอีกรอบก็ เหมือนรุ่นอื่นๆที่ใช้ Android และยังคงหน้าตาแบบเดียวกับทาง 7Pro ก่อนหน้าที่เรารีวิวไปครับผม สำหรับการแบ่งหน้าจอนั้น ยังคงทำได้เช่นเดิม สามารถกดเข้าหน้าเคลียร์แอพและกด 3 จุดมุมขวาบนได้เลยครับ

ตัวระบบ ใช้งานได้ 228 ครับ และ RAM 8 GB ใช้ไป 4.8 GB โดยเป็นการนับเฉลี่ย 1 วันที่แอดมินใช้งานปกติครับผม  สำหรับทางแป้นพิมพ์ ตัวนี้ใช้ของ G board อันนี้แอดมินชอบสุดละตัวนี้ เรียบสวยและเสถียรมากๆ

ส่วนแถบนำทางนั้นจะมีทั้งหมด 3 แบบคือ แบบ 3 ปุ่มปกติ / แบบ Android 10 / และแบบ Gesture ล้วนครับผม  หหน้าจอนั้นรองรับการปรับแต่ง Hz ได้รวมถึงความละเอียดและโทนสีของภาพครับ และในรุ่นนี้สามารถปรับแต่งธีมได้เยอะมาก ทั้งตัว ธีมสีหลัก ธีมสีรองตามตัวอักษร หัวข้อต่างๆเปลี่ยนได้ตามใจเราเลย อีกทั้งยังเปลี่ยนรูปทรงของแอพ และ ไอคอนได้อีกด้วยครับถือว่ารองรับการปรับแต่งที่หลากหลายขึ้นเยอะและไม่น่าเบื่อด้วยเช่นกัน แต่ยังคงมาในแนวเรียบๆไม่ได้มีพวกตัวการ์ตูนอะไรพวกนั้นครับ

โคลนแอพก็สามารถใช้งานได้หลากหลายแอพพื้นฐานครับ และ การใช้งาน Gesture นั้นยังคงมีมาให้ครบครัน ทั้งถ่ายหน้าจอ เคาะเปิดเครื่อง วาดตัวอักษรต่างๆและพลิกเพื่อเงียบ ในส่วนของปุ่มนำทางสามารถใช้งานแบบเต็มจอได้ หรือจะสลับปุ่มก็ได้ด้วยครับ เปลี่ยนได้หมด และ เปิดกล้องอย่างเร็ว ท่าทางแถบเลื่อนด้านขวานั้นสามารถปรับได้ทั้งหมด  การสแกนนิ้วนั้นสามารถเข้าใช้งานด่วนได้ด้วยว่าแตะค้างแล้วลากเข้าแอพได้สบายๆครับ

โหมดเล่นเกมนั้นจะแยกแอพแล้วไปเป็นชื่อ GAME SPACE แต่ฟีเจอร์หลักๆก็มีมาให้เช่นเดิม และมี Fnatic Mode เหมือนเดิมครับสามารถเปลี่ยนตั้งค่าการแจ้งเตือนอะไรได้ทั้งหมดเลย รวมถึงปรับกราฟิกให้เหมาะสมลื่นๆได้ด้วย

SCREEN

ทางด้านหน้าจอนั้นในรุ่นนี้จะเป็นหน้าจอที่ใช้งาน Fluid AMOLED แบบเดียวกันกับ Oneplus7T Pro แต่จุดแตกต่างของมันไม่ใช่เรื่องของคุณภาพอะไรแต่จะเป็นการออกแบบหน้าจอเป็นหลัก ในหน้าจอของ 7T นั้นจะเป็นหน้าจอแบบมีติ่งหน้าจอพร้อมกับหน้าจอแบบเรียบไม่ได้มีส่วนโค้งแต่อย่างใด และ เรื่องของความละเอียดได้ถูกลดมาเป็น FHD+ แต่เรื่องของคุณภาพ 90Hz HDR10+ DCI-P3 พวกนี้นั้นรองรับทั้งหมดครับ เรียกได้ว่าคุณภาพไม่ต่างกันเลย ส่วนหน้าจอในรุ่นนี้เป็นขนาด 6.55 นิ้วเล็กกว่านิดหน่อยครับ ในเรื่องของคุณภาพใช้งานจริงๆสีค่อนข้างสมจริงดูมีมิติดีมากๆเมื่อเปิดภาพ HDR และการสู้แสงในการใช้งานกลางแจ้งทำได้ดีครับ ส่วนความลื่นไหลสบายๆเนียนๆ

มุมมองข้างๆนั้นต้องบอกว่าทำได้ดีเหมือนกันด้วยความที่เป็นจอ AMOLED แล้วนั้นทำให้มุมมองที่ได้นั้นค่อนข้างครอบคลุมได้ดี มองได้ชัดเหมือนมองตรงๆไม่เจออาการเพี้ยนอะไรครับ แต่ถ้าใครต้องการปรับเปลี่ยนจาก 60Hz มาเป็น 90-120Hz ที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองนั้นต้องบอกว่ามันมีความแตกต่างกันแบบชัดเจนยิ่งใครใช้จอ 60Hz แล้วปรับมาเป็น 90Hz จะชอบและติดใจมากๆครับ คือแค่เลื่อนหน้าฟีดก็แตกต่างแล้วไม่ต้องเล่นเกมดูหนังอะไรครับกดเลื่อนดูรูปก็ลื่นแล้ว เป็นอีกจุดที่หลายๆคนไม่ควรมองข้ามเลยครับ 90Hz ทำให้เรากลับไป 60Hz ไม่ได้แน่ๆ การสัมผัสก็ทำได้ติดนิ้วไวไม่มีปัญหาอะไรตัวนี้มีฟิล์มติดกันรอยมาให้เลยจากโรงงานรองรับการใช้งานสแกนนิ้วอะไรได้ปกติเลย

Ambient Display  สามารถเปลี่ยนหน้าตาได้ 4 แบบหลักๆตามที่แจ้งไว้ในส่วนของ Software เลย จะเปลี่ยนหน้าตานาฬิกา การวางเป็นหลักครับ และสามารถตั้งข้อความพิเศษได้ และ ตั้งได้ว่าจะให้ติดตอนแตะหน้าจอ หรือจะติดตอนยกมือถือครับผม แต่ติดตลอดเวลาไม่ได้นะครับในตัวนี้ และ จะไม่มีไฟแจ้งเตือนขอบข้างๆแบบ 7T Pro นะครับเพราะหน้าจอรุ่นนี้ไม่ได้โค้ง

การสแกนนิ้วแอบเปลี่ยนด้วย ! เพราะใช้เทคโนโลยีที่ใหม่ขึ้นและทำได้ดีกว่าเดิมทั้งในเรื่องของความไวและตัวระบบนั้นจะใช้แสงสีขาวสว่างมากๆแบบเดียวกับที่เราเห็นใน OPPO รุ่นล่าสุดครับทำงานได้ไวและแม่นกว่าเดิม และในรุ่น 7 Pro นั้นจะเป็นแสงสีเขียวอยู่อันนี้ก็ถือว่าเป็นจุดที่เปลี่ยนจากรุ่นเดิมแต่น้อยคนนักที่จะทราบกันนั้นเองครับ ซึ่งเป็นการสแกนนิ้วตัวเดียวกันกับ Oneplus 7T Pro เลยนั้นเองครับ

SPEAKER 

ลำโพงดีกว่ารุ่น Pro ซะงั้น ! แน่นอนว่าลำโพงในรุ่นนี้เป็นลำโพงคู่เหมือนกันแต่มันแตกต่างกันกับรุ่น 7 Pro และ 7T Pro แบบชัดเจนในเรื่องของความดังเพราะด้วยรูลำโพงที่ใหญ่กว่าและลำโพงใหญ่กว่าทำให้เสียงมันดังสะใจกว่ารุ่นพี่มันซะอีก แต่เรื่องของคุณภาพมันไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เพราะเสียงที่ดังกว่าจะเน้นไปทางแหลมจัดชัดเจนกว่าครับ แต่เสียงเบสหรือย่านต่ำนั้นไม่ได้ดีกว่าเดิมเท่าไรและแอบด้อยกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ แต่ถ้าชอบความดังสะใจนั้น 7T ทำได้ดีกว่า 7T Pro แน่นอนครับลองเทียบดูกันได้เลยจากคลิปข้างบน ต้องบอกว่าดีกว่าที่คิดไว้เยอะมากๆครับ

SOUND

จากที่ได้ลองนั้นต้องบอกว่าเสียงมันไม่ได้มีความแตกต่างกับตัว Oneplus 7T Pro ถ้าเทียบกับหูฟังและตัวแปลงเดียวกันนะ ขับเสียงทั้งหลายย่านก็ทำออกมาได้ดี แม้รายละเอียดจะไม่มากนัก แต่ตัวเสียงมี Software ปรับ ชนิดหูฟัง ปรับ EQ ได้ครับ และ ตั้งค่าได้นิดหน่อย เหมาะสำหรับ ฟังสนุกได้ ไม่ซีเรียสเรื่องคุณภาพมากนัก  ฟังเพลงทั่วไปสบาย ดูหนังได้สบาย ส่วนระบบเสียงแบบไร้สายนั้นก็รองรับการปรับ EQ ได้ด้วยนะครับแบบในภาพเลยและยังมีระบบเสียง Dolby เข้ามาช่วยในการฟังเพลงดูหนังต่างๆทำได้ดีขึ้นแต่ทั้งหมดมนี้ก็เป็นการปรุงแต่งผ่านทาง Software เป็นหลักอยู่ดีครับเลยไม่ได้โหดมากนัก แต่ทางด้านลำโพงมันกลับทำได้ดีกว่า 7T Pro แบบชัดเจนเลย

GPS 

การนำทางค่ายนี้ทำได้ดีมาตลอดที่ทดสอบมาไม่เคยเจอตัวไหนที่ให้บ่นเลยนะ และเช่นกันว่าในตัวนี้ยังคงไว้ใจได้ครับในเรื่องนี้นำทางได้สบายมาก แม่นเอาเรื่องทำได้ดีขึ้นทางด่วนลงอุโมงค์ไม่เด้งไปไหนครับ ทดสอบตอนรถวิ่ง ก็จับได้ 20 ถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดีเลย และกลางแจ้งจับได้ 29 ครับ  และในที่ร่มนั้นได้ 17ครับ ระยะเวลาในการจับหลังจากเปิด แอพนั้นใช้เวลาไวมากครับ อันนี้ ไม่หน่วงหรือ รอเลยหลังจากเปิดแอพ ไม่มีปัญหาใดๆ

BATTERY 

แบตในครั้งนี้จัดมาให้มากกว่าเดิมนิดหน่อย จาก 3,700 mAh เป็น 3,800 mAh ครับแน่นอนว่าไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไรในแง่ของการใช้งานในภาพรวมครับ แต่ที่เด่นๆคือการชาร์จไวที่ไวกว่าเดิมพอสมควรเลย ส่วนความอึดของแบตนั้นทดสอบนั้น ใช้งานทั้งวันตามภาพด้านบน นั้นอยู่ได้ 10 ชั่วโมง แบตเหลือ 12 ครับ จอเปิด 4 ชั่วโมงกว่า ใช้งาน เฟส กล้อง วีดีโอ ฟังเพลง GPS ครับผม ถือว่าทำได้กลางๆแต่รู้สึกหมดไวกว่าตัว Pro อยู่นะ และ เปิด 4G ไว้ตลอด แอบมีเล่นเกมนิดหน่อย ส่วนถ้าใช้ทั่วๆไปไม่เล่นเกมนั้นจะได้ 12 ชั่วโมง จอเปิด 5 ชั่วโมงครับ ก็ถือว่าดูดีกว่าเดิมเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้อึดมากครับ การชาร์จแบบใหม่ WarpCharge 30T เติมT เข้ามาเคลมกันว่าไวขึ้น 23% ก็ชาร์จใน 20 นาทีได้มามากถึง 33% และเต็มภายใน 11.33 นาฬิกาหรือประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาทีครับ

GAMING 

เรื่องของการเล่นเกมส์รุ่นนี้ต้องบอกเลยว่าเหมาะมากๆ เรียกได้ว่าเป็นมือถืออันดับต้นๆของ Android ที่เล่นเกมได้ลื่นมากๆอีกหนึ่งรุ่นเลยก็ว่าได้ จะเล่นเกมส์ไหนกราฟิกปรับสุดสุดขนาดไหนก็ลื่นๆเเน่นอน นอกจากนั้นในรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอแบบ 90Hz ที่หายากเเละมีไม่กี่รุ่นเท่านั้น ลำโพงคู่ Dolby Atmos จะทำให้เล่นเกมได้มันยิ่งขึ้น รายละเอียดมิติดี เเยกซ้ายขวาได้ชัดเจน นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับระบบสั่นที่ดีขึ้น เเละสมจริงมากกว่าเดิม ส่วนของความร้อนเท่าที่ทดสอบตัวเครื่องสูงสุดจะอยู่ประมาณ 44 องศา เท่าที่ลองทดสอบ ข้อดีรุ่นนี้ตัวเครื่องก็ยังลื่นไหลเหมือนเดิม นอกจากนั้นแบตเตอรี่ทดสอบ 30 นาที กินแบตไป 15% ถือว่าค่อนข้างกินเเบตพอสมควร อีกทั้งในรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับพอตร์ต USB 3.1 ที่สามารถเสียบขึ้นกล่องสตรีมเกมผ่าน OBS ได้อย่างสบายๆ เอาเป็นว่าใครที่ชอบเล่นเกมส์ดูรุ่นนี้เอาไว้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

CAMERA 

กล้องหลังในรุ่น 7T นั้นจะคล้ายๆกับตัว 7T Pro แต่จะแตกต่างกันเรื่องของเลนส์เทเล 2X ไม่มี OIS เท่านั้น เพราะในรุ่นPro จะได้ 3X และมี OIS นั้นเอง ส่วนเรื่องของกล้องหลักนั้นยังเป็น เลนส์หลัก 48MP (f/1.6) OIS , เลนส์ซูมออฟติคอล 2x ความละเอียด 12MP (f/2.4), เลนส์ Ultra-wide angle 117 องศา ความละเอียด 16MP (f/2.2) วางเรียงแนวนอน ซึ่งตัวมุมกว้าง ก็ใช้เลนส์ตัวเดียวกัน รวมถึงเลนส์หลักด้วย และ มาโครก็ได้เหมือนกันครับ ต้องบอกว่าเป็นรุ่นที่จัดเต็มมาให้ไม่แพ้กัน อีกทั้งยังมี Nightmode / Portrait อะไรมาให้ครบๆเพียงพอต่อการใช้งานครับ ส่วนกล้องต้องบอกว่าทำได้ดีประทับใจในหลายๆระยะแต่เรื่องของสีในบางสภาพแสงยังมีเพี้ยนอยู่ และถ่ายคนสีผิวยังแปลกๆอยู่บ้างหรือตอนย้อนแสงครับ แต่ในภาพรวมนั้นทำได้ดีสมราคาของมันพอสมควรเลยครับ

PORTRAIT

MACRO 

SELFIES 

ส่วนกล้องหน้านั้น เป็นกล้องหน้า 16MP  Sony IMX471 พร้อมกับ รูรับแสง f/2.0 Fixed Focus ตัวเดียวกันกับ Oneplus 7T Pro แต่รุ่นนี้จะเป็นติ่งหน้าจอแทนกล้อง PopUP นั้นเองครับ แต่คุณภาพ และฟีเจอร์เหมือนรุ่นพี่ทั้งหมด ทั้งรองรับการถ่าย Portrait มีแต่งแสง หน้าเนียนมาให้ครบครันเช่นเดิม ในการถ่ายวีดีโอกล้องหน้านั้นจะรองรับการถ่ายที่ FHD เท่านั้นครับและมุมภาพอาจจะแคบนิดหน่อย ส่วนโทนภาพในกล้องหน้านั้น ทำได้ค่อนข้างดีทั้งในสภาพแสงน้อยและกลางวันสีตรงอยู่เหมือนกันแต่เรื่องของความใส เนียนอาจจะไม่ได้เยอะมากครับ และ Skintone ยังเจออมเหลืองเกินไปบ้างในบางสภาพแสงครับผม

VIDEO 

งานวีดีโอ การรองรับนั้นยังคงทำได้สูงสุด 4K 60FPS ในส่วนของกล้องหลัง และ รองรับการถ่ายวีดีโอมุมกว้างแล้ว ทั้ง 4K30FPS -FHD 30FPS  และในรุ่นนี้ก็ยังมี Super Stable ด้วยเช่นกันครับ ส่วนการซูม และ กันสั่นอาจจะด้อยกว่า 7T Pro นิดหน่อยครับ และส่วนของ กล้องหน้านั้นน่าเสียดายว่ายังรองรับแค่ FHD และไม่มีพวก Beauty อะไรมาให้ครับ โดยรวมนั้นงานวีดีโอทำงานได้ดี กันสั่นทำได้ดีจริงๆ รองรับทั้ง OIS EIS และกันสั่นเทพก็ใส่เข้ามาแล้วในตัว FHD ส่วนเรื่องไมค์พอใช้ได้อาจจะไม่ได้โหด หรือมีฟีเจอร์อะไรเยอะครับ ส่วนตัวคุณภาพสีสันต่างๆนั้นทำได้สมจริงและแม่นพอสมควร แม้จะมีดันสีสดบ้างในโทนสีเขียวบางช่วงครับ ส่วนกล้องหน้านั้นมุมจะแคบไปมาก แคปกว่าในภาพนิ่งเยอะพอสมควรเลยครับ และไม่มีหน้าเนียนมาให้อีกเช่นเดิม รวมถึง 4K กล้องหน้ายังไม่มีครับ

ONEPLUS 7T 

” ตัวเล็ก สเปคแรง แบบรุ่น Pro ในราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่า “

เป็นรุ่นไม่ Pro แต่ทำได้คุ้มค่าคุ้มราคาไม่แพ้กันทั้งในเรื่องของสเปค ความแรง ประสิทธิภาพของตัวเครื่องหรือจะเป็นกล้องหน้าหลัง และ ลำโพงที่ทำได้ดีไม่แพ้กันเลยจริงๆแต่มาในราคาที่คุ้มกว่า และจับต้องได้ง่ายกว่า แต่อาจจะต้องยอมในเรื่องการออกแบบหน้าจอ อะไรพวกนั้นไปรวมถึงตัวกล้องเทเลครับ แต่ถ้าใครที่เน้นสเปคจัดๆก็อาจจะมองตัวนี้ได้แบบไม่ต้องกังวลเลย ในเรื่องของการออกแบบก็แตกต่างกันแบบชัดเจน หลายๆคนอาจจะชอบดีไซน์นี้ก็จัดได้ไม่เสียหาย แค่ต้องระวังเลนส์มันนิดหน่อยครับ รวมถึงบอดี้ที่บางเบาก็ทำให้ถือได้ง่ายไม่หนักมือเวลาใช้งานครับ ส่วนระบบประสิทธิภาพของมันไม่ต้องกังวลเลยค่ายนี้มันอัปเดตได้ไวมากๆและไม่ลอยแพลูกค้าอย่างแน่นอนครับไว้ใจได้ และเป็น Android ที่ลื่นไหล และ เสถียรที่สุดอันดับต้นๆของมือถือที่วางขายอยู่ในตอนนี้เลยก็จะไม่เวอร์เกินไปครับ

ข้อดี

  • หน้าจอได้อัพเป็น Fluid Amoled 90Hz แบบรุ่นพี่ แต่เป็น FHD+ พร้อมขนาด 6.55 นิ้ว
  • หน้าจอเป็นหน้าจอเรียบไม่มีขอบโค้งแต่อย่างใด
  • ได้ใช้งาน Snapdragon 855+ ประสิทธิภาพแรงในราคาที่จับต้องได้
  • ชาร์จค่อนข้างไว เทคโนโลยีเดียวกับ 7T Pro
  • ลำโพงคู่ทำเสียงได้ดีและดังกว่า 7T Pro
  • ระบบ UI ทำได้ไหลลื่น และ เสถียร
  • การอัปเดตระบบ ดูแลลูกค้าได้ดี ไม่ลอยแพแน่นอน !
  • กล้องหลัง และ กล้องหน้าทำได้น่าประทับใจ
  • ตัวเครื่องงานประกอบเนียนและทำได้บางเบา

ข้อสังเกต 

  • กล้องหลังสียังคงเพี้ยนอยู่บ้าง ในแต่ละสภาพแสง และ แต่ละเลนส์
  • กล้องหลังทำวงกลมค่อนข้างใหญ่เกินจำเป็นมากๆ
  • ไม่มีรูหูฟัง และ ชาร์จไร้สาย
  • แบตไม่อึดมากนัก

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Nineztr 

*รูปถ่ายจากกล้องมือถือทุกรูป ไม่มีการปรับแต่ง และ สามารถกดดูไฟล์เต็มแบบต้นฉบับได้นะครับ

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments