Nokia เป็นค่ายที่เน้นเรื่องกล้องมาก่อน และใช้เลนส์ ZEISS มาเรื่อยๆ จนมาวันนี้ได้เปิดตัวมือถือกล้อง 5 ตัว เลนส์  ZEISS ในชื่อ Nokia 9 Pureview เป็นเจ้าแรกของโลกที่กล้องเยอะขนาดนี้ครับแน่นอนว่าการนำกล้องหลายๆตัวมาใช้ถือว่าน่าสนใจในแง่ของคุณภาพและประสิทธิภาพที่ได้ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี ส่วนรุ่นนี้เป็นรุ่นที่พัฒนามานานมากๆและการวางขายอะไรแอบช้าไปมากพอสมควรครับ แต่ก็ยังมีความน่าสนใจอยู่ และเป็น 1 ในหลายๆรุ่นที่อยากลองมากๆ เราจึงจะเน้นเรื่องกล้องเป็นหลักๆเลยในรีวิวครั้งนี้ รวมถึงการลองไฟล์ RAW DNG และ ดึงไฟล์ภาพดูว่าจะทำได้ดีขนาดไหน และ สอบปรับเล็กๆน้อยๆครับ รวมถึง มีไฟล์ฉบับเต็มๆไปให้โหลดไปลองดูคุณภาพและไปแต่งกัน

Nokia 9 Pureview นั้นถือว่าเป็นมือถือที่เปิดตัวมานานมากๆแล้วกว่าจะเข้าไทยนั้นต้องบอกว่ารอจนหลายๆคนไม่รอกันแล้ว แต่ด้วยความที่มันมาพร้อมกับกล้องหลัง 5 ตัว เลนส์ ZEISS สำหรับสายถ่ายภาพบางคนก็อาจจะรอสอยมาถ่ายรูปกันอยู่เหมือนกัน ด้วยจุดเด่นๆของมันนั้นคงหนีไม่พ้นกล้องหลังแน่ๆแหละที่มาพร้อมกับ 5 เลนส์ ระยะเดียวกันทั้งหมด 12MP F/1.8 เท่ากัน เป็นเซนเซอร์ สี 3 ตัว และ ขาวดำ 2 ตัว และ เซนเซอร์วัดระยะ TOF อีกตัวครับ ทำงานในลักษณะ Array Camera ทั้ง 5 กล้องจะถ่ายภาพพร้อมกัน ครับจึงมีไฟล์ที่ใหญ่พอสมควร  ส่วนหน้าจอมาพร้อมกับ  5.99 นิ้ว P-OLED  QHD+ (2880 x 1440) Gorilla Glass 5 ใช้ CPU Snapdragon 845 และ มาพร้อมแบต 3320 mAh และรองรับชาร์จไร้สายครับ กล้องหน้ามาพร้อมกับ 20MP และ ใช้ Android One

Nokia 9 Pureview นั้นเปิดราคาในไทย มาที่ ราคา 18,900 บาท ส่วนรุ่นนี้ มีแค่สีเดียวนะครับ
สเปค มาพร้อมกับ Snapdragon 845 / RAM 6 GB / STORAGE 128 GB 

UNBOX

ตัวกล่องมาในการออกแบบที่เหมือนกับรุ่นอื่นๆแต่มีขนาดอะไรแตกต่างกันเล็กน้อยครับ อุปกรณ์ในกล่องก็ให้มาครบแต่ขาดพวกเคสฟิลม์ ซึ่งในการสั่งซื้อจริงๆเหมือนจะมีแถมมาให้จากทางค่ายนะครับเป็นของแถมแยกเสริมเข้ามาให้เอง

  • ตัวเครื่อง Nokia 9 Pureview
  • คู่มือ ที่จิ้มซิม
  • สายแปลง Type-C ไปยัง 3.5มม.
  • ที่ชาร์จ QC 3.0
  • สาย Type-C
  • หูฟัง InEar แบบ 3.5 มม.

DESIGN

ทางด้านการออกแบบนั้นเป็นจุดที่คนชอบก็ชอบเลยคนไม่ชอบก็เกลียดไปเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะการวางกล้องของมันที่แปลกและแตกต่างจนค่อนข้างประหลาดไปเลยดูผ่านๆนั้นรูจะค่อนข้างเยอะมากๆและการวางตำแหน่งวงกลมอาจจะไม่ได้ดูเป็นส่วนเดียวกันจริงๆถ้ามีสีดำครอบทับอีกรอบน่าจะสวยแบบตอน Nokia 1020 ก็น่าจะสวยเลยนะ ส่วนเรื่องงานประกอบและน้ำหนักของมันนั้นทำได้ดีสมชื่อแบรนด์ครับ น้ำหนักกำลังดีและจับถือได้ง่ายรวมถึงขนาดไม่ใหญ่เกินไป และแน่นอนว่างานประกอบเนียนเนี้ยบแน่นมากๆถือแล้วรู้สึกถึงความแน่นของเครื่องและงานประกอบที่ทำได้ดีเลย

หน้าจอของตัว Nokia 9 Pureview นั้นเป็นหน้าจอแบบ POLED มีขนาดที่  5.99 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ (1440×2880 พิกเซล) ในอัตราส่วนจอที่ 18:9 ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ในด้านหน้าแบบเรียบ ซึ่งตัวขอบหน้าจอนั้นจะไม่ใช่สีดำแต่เป็นสีเดียวกันกับตัวเครื่อง ด้านหลังจะออกฟ้าๆน้ำเงินครับและมีโลโก้มุมขวา

หน้าจอส่วนด้านบน นั้นจะเป็นส่วนของเซนเซอร์วัดแสงต่างๆ และตัวไฟแจ้งเตือนของตัวเครื่อง และ ลำโพงสนทนา และในมุมขวาบนนั้นจะเป็นกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล และ โลโก้ Nokia ครับเป็นไม่กี่ยี่ห้อที่ยังมีโลโก้ด้านหน้ามา

ขอบล่างนั้นยังมีความหนาพอสมควรครับแน่นอนว่ามันเป็นดีไซน์ของปีที่แล้วไม่แปลกใจที่มันยังหนาอยู่และหลายๆคนอาจจะไม่ชอบกันเท่าไร เรื่องของปุ่มควรคุมนั้นจะเป็นแบบเดิมๆของ Android One ครับมาพร้อมปุ่มเดียวและปุ่ม Back แค่นั้นไม่สามารถใช้งานแบบเต็มหน้าจอได้นะครับเป็นปกติของพวกระบบเพียวๆพวกนี้

ในส่วนของขอบล่างตัวเครื่องนั้นจะเห็นได้เลยว่าไม่มีรูหูฟังมาให้แล้ว และมีความโค้งเล็กน้อยทำให้จับถือได้ง่าย ด้านล่างนั้นจะเป็นลำโพงหลัก รู USB-C และ รูไมค์ที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควรเลยแหละ

ด้านบนนั้นจะเป็น ถาดซิมแบบ Dualsim ไม่สามารถเพิ่มเม็มได้นะครับในรุ่นนี้ และรูไมค์สำหรับอัดเสียงด้านบนครับ

ในด้านซ้ายมือนั้นต้องบอกว่าไม่มีปุ่มอะไรเลยครับในส่วนนี้จะเห็นได้ชัดว่าบอดี้นั้นจะปัดเงาสวยงามและมีการตัดขอบเงินสวยๆทำให้เหมือนเป็นโครมเมี่ยมตามขอบเครื่องในหลายๆส่วนสวยงามเหมือนกันครับเล่นกับแสงได้ดีเลย

ตัวปุ่มเองนั้นก็จะมีการเล่นกับขอบปุ่มทั้งหมดได้ดีและมีการตัดขอบเงินๆรอบๆปุ่มแบบเดียวกับตัวเครื่องทำให้เป็นดีไซน์แบบเดียวกันรวมถึง ปุ่มเพิ่มลดเสียง และ ปุ่มเปิดปิดเครื่องนั้น อยู่ฝั่งเดียวกันทั้งหมด และวัสดุเดียวกันครับ

กล้องหลังของ Nokia 9 Pureview นั้นจะเป็นกล้องหลังที่มาพร้อมกับเซนเซอร์ขาวดำ และ เซนเซอร์สี รวมกันทั้งหมด 5 ตัว ความละเอียด 12MP F1.8 ทั้งหมดใช้เลนส์ ZEISS ด้วยนั้นเองครับ และมีเซนเซอร์วัดระยะ TOF 3D และมีไฟแฟลช Twotone มาด้วยรวมถึง ไมค์อัดเสียงก็มาให้ในด้านนี้ครับรองรับการอัดเสียง OZO Audio ที่ดีกว่าเดิมในการบันทึกเสียงแบบ รอบทิศทาง แบบด้านหน้า และ แบบด้านหลัง

ในส่วนของด้านหลังนั้นจะเป็นวัสดุแบบกระจกทั้งหมดซึ่งใช้กระจก Gorilla Glass ด้านเป็นกระจกแบบโค้งมุมทั้ง 2 ข้าง ไม่ได้มีการเล่นเลเยอร์ของกระจกหรือเล่นกับแสงสีอะไรทั้งนั้นเป็นสีเดียวเรียบๆเงาๆปกติเลยนั้นเอง ตัวสีนั้นจะเปลี่ยนตามสภาพแสงเล็กน้อยจะออกน้ำเงิน ฟ้าบ้างครับถ้าเจอแสงภายนอกก็สวยดีเหมือนกัน ส่วนโลโก้วางแนวนอนและตัวกล้องนั้นจะฝังอยู่ใต้กระจกบอดี้ทั้งหมดเรียบๆไปไม่มีส่วนนูนเลยครับแต่เวลาวางอาจจะเป็นรอยได้ง่ายนิดนึง

SPEC

  • Android ONE 9.0 Pie อัพเดท 2 ปี ความปลอดภัย 3 ปี
  • Snapdragon 845
  • RAM  6GB LPPDDR4X
  • Storage 128 GB
  • หน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว QHD+ 2K pOLED Gorilla Glass 5
  • ลำโพงตัวเดียวพร้อม Smartamp
  • ไมค์อัดเสียงทั้งหมด 3 ตัว
  • USB-C
  • กล้องหลัง 5 ตัว ทุกตัวใช้เลนส์ระยะเดียวกันที่ 12MP F1.8 แยกเป็นเซนเซอร์ ขาวดำ 3 ตัว และ สี RGB 2 ตัว
  • Video HDR 4K 30FPS
  • กล้องหน้า 20MP f/1.8
  • แบตเตอร์รี่ 3320 mAh รองรับ  QC 3.0 และ ชาร์จไร้สาย Qi
  • กันน้ำ กันฝุ่น IP67
  • Bluetooth 5.0 / LTE CAT 16 4X4MIMO
  • สแกนนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • Size 155 x 75 x 8 mm
  • Weight 172 g
  • Color Midnight Blue

PERFORMANCE

ทางด้านประสิทธิภาพของตัวเครื่องตัวนี้มาพร้อมกับ Snapdragon แต่เป็นรุ่นปีที่แล้วแบบ 845 ครับแน่นอนว่าอาจจะไม่ได้แรงโหดมากแต่ก็ยังใช้งานได้ดีเหมือนกันในตอนนี้ทำคะแนไปได้ 234787 และ ในส่วนของ GeekBench นั้นทำไปได้ที่ 2404 ในการประมวลผลแกนเดียว และ 8888 ในส่วนของหลายแกน และในด้านของตัวความจำเครื่องใช้งาน UFS 2.1 ครับและในด้านความปลอดภัยนั้นจะเป็นตัว Widevine L1 ปกติรองรับ HD สบายๆครับ

SYSTEM UI

หน้าตาตัวระบบนั้นยังคงใช้งาน Android One เช่นเดิมครับเรียบๆง่ายๆตามสไตล์เค้าแหละ แน่นอนว่าระบบนี้จะเด่นๆตรงที่ได้อัพเดทความปลอดภัยไวมากๆและนานถึง 3 ปีและรองรับอัพเดทระบบ 2 ปีครับ ตัวนี้มาพร้อมกับ Android 9 นั้นเองส่วนหน้าตาคงคุ้นเคยกันดีทั้งหน้าล็อค ไอคอนต่างๆเดิมๆครับพร้อมจุดแจ้งเตือน ทำได้ไวดีครับ

ในส่วนของการแจ้งเตือนต่างๆก็เป็นโทนสีขาวในส่วนของการตั้งค่าแบบด่วนและเมื่อลากลงมาสามารถปรับแสงหน้าจอได้และปรับแต่งได้ครับ การแบ่งหน้าจอนั้นก็รองรับเป็นเรื่องพื้นฐานของเครื่องรองรับได้ปกติ และตัวปุ่มควบคุมนั้นไม่สามารถเปลี่ยนได้นะครับจะเป็นแบบเดิมๆในภาพเลยอาจจะต้องปรับตัวกันนิดหน่อย

ในเรื่องของความจำนั้นตัวนี้ไม่สามารถเพิ่มได้ และมาให้แค่ 128GB และต้องบอกว่าเหลือใช้งานจริงๆประมาณ 110 ครับและถ้าสายถ่ายภาพนั้นจะกินความจุอย่างมากและได้มาไม่กี่วันกินไป 30GB แล้วโหดมากๆแอบน้อยไปหน่อยในจุดนี้ และในเรื่องของ RAM 6 GB ใช้งานไปได้ครึ่งๆ ครับส่วนเรื่องของแป้นพิมพ์คุ้นๆกันเดิมๆของ google keyboard เลยนั้นเอง

พวกฟีเจอร์นั้นต้องบอกว่ามาน้อยมากๆเนื่องจากมันเป็นเพียวเลยมีแค่ gesture เล็กน้อยในการใช้งาน วางสาย เงียบตอนยกเครื่อง กดปุ่มค้างเข้ากล้อง อะไรพวกนี้เป็นพื้นฐานของระบบ และหน้าจอ always on ก็มีให้ปรับ 4 แบบหลักๆขาวดำ และ โทนสีของหน้าจอก็สามารถปรับแต่งได้เล็กน้อยครับ ส่วนเสียงไม่มีตัวปรับแต่งได้เลยครับ

SCREEN

หน้าจอของทาง Nokia 9 Pureview นั้นเป็นหน้าจอแบบ P-OLED ซึ่งมีขนาด 5.99 นิ้วในความละเอียดที่ QHD+ และใช้งานหน้าจอที่รองรับการแสดงผลที่ HDR10 และยังมีการครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ทำให้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการใช้งานทั้งเรื่องของความแข็งแรงและการแสดงผลแน่นอนว่าการที่รองรับ HDR10 นั้นก็ช่วยในเรื่องของการดูหนังหรือการดูคอนเทนต์ที่รองรับได้ดียิ่งขึ้นทั้งเรื่องของมิติภาพต่างๆ แต่เมื่อเรามาดูคุณภาพหน้าจอของรุ่นนี้ก็ต้องบอกว่าเมื่อเทียบกับเรือธงในตอนนี้อาจจะทำให้มันค่อนข้างดรอปพอสมควรครับทั้งเรื่องของการสู้แสงเป็นหลักแต่จริงๆเรื่องของมิติสี คุณภาพนั้นไมไ่ด้แย่นะแต่สูแสงแอบจะไม่ได้โหดมากนักครับแต่ดีกว่าจอ LCD ทั่วไปอยู่ส่วนเรื่องของสีเดิมๆจะอมโทนเย็นไปเล็กน้อยต้องลองปรับในตัวเครื่องกันอีกทีครับสำหรับตัวนี้

ในเรื่องของหน้าจอในการมองมุมต่างๆนั้นทำได้ดีเช่นกันคือเรื่องของภาพนั้นไม่ได้เพี้ยนและสีนั้นไม่ได้ดรอปลงครับรวมถึงตัวหน้าจอก็รองรับการมองได้หลากหลายไม่เหมือนจอ P-OLED ในช่วงแรกๆที่มองเอียงๆนั้นสีจะเพี้ยนพอสมควรครับ ตัวหน้าจอก็รองรับในภาพรวมได้ดียกเว้นแค่การสู้แสงในที่กลางแจ้งที่น่าจะสู้ได้ดีกว่านี้นิดนึงจลงตัวมากๆ และหน้าจอตัวนี้ยังมีการแสดงผลที่รองรับหน้าจอแบบ Always-On ด้วยนั้นเองทำให้แสดงผลขาวดำได้ดี

FINGERPRINT

ในเรื่องของการสแกนนิ้วตัวนี้มาพร้อมกับการสแกนนิ้วใต้หน้าจอแบบ Optical นะครับและในส่วนอื่นๆก็รองรับการสแกนใบหน้าด้วยจริงๆจากที่ลองทดสอบมานั้นการสแกนนิ้วนั้นทำได้ไม่ได้ไวมากนักมีหน่วงๆบ้างเล็กน้อยแต่ดีกว่าพวก Samsung A80 70 พวกนั้นแต่ยังเป็นรองเรือธงหลายๆตัวที่ใช้ระบบเดียวกันครับ ส่วนเรื่องความแม่นยำทำได้ดีแต่เสียตรงมันช้าไปนิดหน่อยครับไม่ค่อยเจอพลาดแบบต้องแสกนใหม่เท่าไรแต่แค่ช้าครับ ส่วนสแกนหน้าทำได้ดีไวกว่าสแกนนิ้วแต่ถ้าแสงน้อยก็มีจับได้ยากครับเพราะใช้ระบบ 2 มิติทั่วไปเลย เป็นปกติของระบบพวกนี้

SPEAKER

ในด้านของลำโพงตัวนี้เป็นลำโพงตัวเดียวในด้านล่างยังไม่ใช่ลำโพงคู่นะครับแต่มีตัวช่วยขับเข้ามาในส่วนของลำโพงเป็น Smartamp เล็กน้อยครับตัวนี้เราจึงขอเทียบกับรุ่นที่เป็นลำโพงเดี่ยวในช่วงเรทราคาใกล้ๆกันครับอย่างตัว A80 แน่นอนครับว่า ตัวลำโพงนั้นมิติเสียงดีตรงเบสมามากพอสมควรแต่ความดังและเวทีเสียงต่างๆนั้นยังไม่เด่นเท่าไรครับ เมื่อเทียบกับตัวนั้นจะเห็นได้ชัดว่า A80 เสียงใสเคลียร์กว่าพอสมควรและดังกว่า ทำให้ฟังเพลงคนร้องชัดกว่าและเสียงคนพูดจะได้ยินดีกว่าเวลาดูหนังครับ แต่เบสอาจจะไม่ได้มากเท่าไร ซึ่ง Nokia 9 จะเด่นเรื่องนี้นิดหน่อย

SOUND

รุ่นนี้ได้ทำการตัดหูฟังไปแล้วเรียบร้อยครับแต่ก็ยังใจดีแถมตัวแปลงมาให้ด้วย แน่นอนว่าถ้าไม่แถมนั้นจะไม่สามารถใช้หูฟังที่แถมมาในกล่องได้นั้นเองเพราะหูฟังที่แถมนั้นยังคงเป็นแบบ 3.5มม. อยู่ส่วนเรื่องของคุณภาพเสียงนั้นต้องบอกว่ารุ่นนี้ไม่ได้เน้นเรื่องเสียงเท่าไรครับทั้งส่วนของตัวแปลงก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษรวมถึงตัวเสียงที่ขับออกมาก็ค่อนข้างธรรมดาและไม่มีตัวช่วยหรือการปรับแต่งเสียงอะไรทั้งนั้นครับ เสียงที่ได่เลยธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษถ้าใครที่เน้นเสียงอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์มากนัก แต่ในเรื่องของหูฟังแถมนั้นเป็นแบบ IN-EAR รูปทรงค่อนข้างสวยเลยนะเป็นกลมๆสีดำครับและมีปุ่มควบคุมบนตัวสายหูฟังเข้ามาให้ด้วยแต่เรื่องเสียงนั้นผ่านทางหูฟังแถมต้องบอกว่าใช้งานทั่วๆไปครับ เสียงจะค่อนข้างนุ่มๆ และเสียงแหลม เสียงร้องนั้นจมหายไปพอสมควรเสียงเบสมาแบบบวมๆไปมิติเสียงกลางๆครับ

GPS

การทดสอบ GPS นั้นแน่นอนว่าค่ายนี้ไว้ใจได้มาพอสมควรครับในเรื่องของการนำทางทั้งความแม่นและระยะการจับทำได้ไวและตัวนี้ก็ยังคงทำได้ประทับใจเลยแหละจากที่ลองทดสอบทั้งไปต่างจังหวัดและใช้งานทั่วไปในเมืองลงอุโมงค์ก็ทำได้ดีและแม่นครับไม่หลุดเอ๋อ อะไรเลยส่วนในการทดสอบจากแอพนั้นทำได้ดี ในด้านซ้ายจะเป็นทดสอบกลางแจ้งครับ และ และขวาสุดเป็นใต้ทางด่วนก็ทำได้ดีจับได้ไม่แตกต่างกันมากนัก และยังคงทำได้แม่นอยุ่เหมือนกันเลยแหละ

GAMING

CAMERA + ZEISS

กล้องหลังในรุ่นนี้มาพร้อมกับเลนส์ ZEISS 5 ตัวที่เป็นเจ้าแรกของโลกที่ทำและเป็นเลนส์ระยะเดียวกันทั้งหมด สเปคเลนส์นั้นจะเป็น ระยะ 28 มม. F1.8 12MP และทำงานพร้อมกันเพื่อการเก็บระยะและมิติของภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมครับ ตัวกล้องนี่ต้องบอกว่าน่าสนใจอย่างมากเลยแหละในการใช้เทคโนโลยี Computational Imaging  เก็บความลึกได้มากถึง 1200 ระดับและแน่นอนว่าสามารถปรับภาพจุดโฟกัส ทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้แบบทั้งภาพครับถ่ายแล้วนำมาโฟกัสทีหลังได้สบายๆ อีกทั้งเซนเซอร์ขาวดำทั้ง 3 ตัวนั้นทำได้ดีในเรื่องของมิติภาพที่ดีกว่ากล้องอื่นๆแบบชัดเจน และตัวกล้องสามารถเซฟไฟล์ DNG + JPG ได้พร้อมกันด้วยในการถ่ายแบบเก็บระยะความลึก และโหมดถ่ายภาพนั้นรองรับทั้ง  Bokeh – Depth ต่างๆรวมถึงโหมดโปรก็สามารถปรับได้ ชัตเตอร์สูงสุด 1/4000-10 วิ

หน้าตาของโหมดต่างๆในตัวกล้องครับต้องบอกว่าโหมดโปรน่าจะปรับได้เยอะกว่านี้หน่อยในแง่ของการปรับชัตเตอร์ต่างๆและส่วนของการละลายหลังนั้นแนะนำว่าถ่ายแบบ Depth และไปละลายเอาทีหลังดีกว่าใช้โหมด Bokeh พอสมควรครับ ส่วนเรื่องคุณภาพนั้นต้องบอกกันตรงๆว่าตัวไฟล์มันดีมากๆ แต่ Software Auto มันค่อนข้างไม่ฉลาดทั้งเรื่องของการโฟกัส การจัดการแสงสี รวมถึงเฉลี่ยแสงยังแปลกๆครับ ต้องเอามาแต่งต่อถึงจะสุดกว่า และสวยกว่าเยอะ ถ้าใครชอบแบบยกถ่ายสวยจบ ตัวนี้ทำให้ไม่ได้แน่นอนครับ และไม่ตอบโจทย์แน่ๆเพราะไฟล์จะค่อนข้างสดๆ

ความหน่วงของกล้องยังคงมีอยู่พอสมควรทั้งระยะเวลารอดูรูปหลังถ่ายที่ใช้เวลา 4-5 วิ และถ้าเปิด Depth นั้นรอไปเลยครับ  10-20 วิได้ถ้าภาพนั้นมีมิติเยอะและเปิดเซฟ Raw ไว้ และสามารถปรับตำแหน่งโฟกัสและระยะเบลอได้ทุกจุดของภาพ รวมถึงระยะชัดหน้า ชัดหลังได้อิสระมากๆ แบบในตัวอย่างข้างบนเลยครับ และตัวแอพกล้องเองนั้นยังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควรและ มีแอพเด้งอยู่ด้วยครับเวลาใช้งาน รีบๆถ่ายไม่ได้แน่นอน เราไปลองดูตัวอย่างภาพถ่ายแบบธรรมดาไม่มีการปรับแต่งกันก่อน และ ท้ายๆจะมีแบบปรับแต่งและ สอนการปรับ Lightroom เล็กน้อยรวมถึงแจกไฟล์ไปให้ลองเล่นลองดู

Photo ภาพไฟล์ดิบๆจากตัวกล้อง JPG  ภาพเพิ่มเติมไปดูใน Drive ได้เลย

Monochrome ขาวดำ

PORTRAIT ไฟล์เดิมไม่ได้แต่ง ภาพเพิ่มเติมไปดูใน Drive ได้เลย

LIGHROOM MOBILE ปรับแต่งได้ง่ายกว่าที่คิด 

ถ้าหากใครเริ่มต้นกับการแต่งภาพอาจจะยังมึนๆเราจะมาอธิบายกันคร่าวๆครับสำหรับตัวโปรแกรมในมือถือที่ทางค่ายนั้นแนะนำมาให้เช่น Adobe Lightroom เป็นโปรแกรมที่ช่างภาพนั้นรู้จักกันดีมีทั้งบนคอมและมือถือเลยครับ ต้องบอกก่อนว่าไฟล์ Nokia 9 Pureview นั้นเป็นรุ่นที่ทางเราเอาไปให้ช่างภาพหลายๆคนแต่งก็บอกกันว่าไฟล์ดีและปรับได้ละเอียดมากๆครับถือว่าดีที่สุดในบรรดามือถือทั้งหมด นับไฟล์ดิบๆนะครับ เลยจะมาแนะนำกันเล็กน้อยใน่สวนของการปรับแต่งเบื้องต้นครับ ในภาพด้านบนนั้นจะเห็นได้ชัดว่าภาพก่อนแต่งไฟล์ดิบนั้นจะมืดมากๆ

การปรับแต่งนั้นเราจะต้อง import รูปเข้ามาก่อนนะครับและะแถบด้านล่างนั้นก็จะเป็นหัวข้อต่างๆ สามารถเลือกปรับได้เลย หัวข้อแรกจะเป็นแสงที่เป็นรูปดวงไฟตัวนี้จะปรับในเรื่องของแสง ชดเชยแสงซึ่งตัวนี้สามารถดึงได้เยอะและทำให้ภาพสว่างขึ้นมาพอสมควร จากนั้นก็ลองปรับ Shadows ดึงส่วนเงามือให้สว่าง หรือ ปรับ Highlight ที่จะลดแสงจ้าตรงก้อนเมฆได้ครับทำให้เก็บแสงได้ทั้งหมด ส่วนปรับ Contrast ให้ภาพเข้มขึ้นตามชอบ หรือจะเป็นส่วน Black White ตัวนี้จะดันส่วนสีขาว หรือ ดำให้เด่นอันนี้ก็สามารถปรับได้เช่นกัน อันต่อไป จะเป็นส่วนของ ดีเทลต่างๆทำให้ภาพนั้นคมขึ้นเป็นจุดที่ต้องปรับอย่างระวังไม่ให้มันหลอกตาเกินไปครับและเพิ่มขอบมืดในส่วนคำว่า Vigette ได้ และ การปรับให้เกลี่ยความเนียนต่างๆของตัวภาพได้ครับ และตัว Crality นั้นจะเป็นความใสคมของภาพซึ่งปรับแล้วภาพจะสวยขึ้นแต่ต้องระวังไม่ให้มันเยอะไป ค่านี้จะเน้นใช้ในตัวภาพวิวมากกว่าหรือ ภาพที่หลุดโฟกัสหรือไม่คมก็ช่วยได้ในจุดนี้  และยังสามารถปรับ อุณหภูมิของตัวภาพได้ถ้าหากภาพที่ถ่ายออกมานั้นอมฟ้า ผมเหลืองเกินไปก็ลากแถบไปอีกฝั่งที่เราชอบได้ ค่า Tint จะเป็นค่าอมแดงหรือ เขียว อันนี้ก็ต้องลองปรับกัน รวมถึง Vibrance นั้นจะเป็นความอิ่มสีที่ไม่ได้มีผลทั้งภาพจะมีผลเป็นบางโทนสี แต่ถ้าคำว่า Saturation นั้นจะเป็นปรับความอิ่มสีทั้งภาพแบบจัดๆไปเลยครับถ้าใครชอบสีสดๆก็ลองปรับกันดูได้เลย ต้องบอกว่าค่าแต่ละอันนั้นต้องปรับแล้วแต่สภาพแสงและโทนที่แต่ละคนชอบนะครับไม่ค่อยมีอะไรตายตัวเท่าไร ลองเล่นปรับกันดูได้เลยครับ

ตัวอย่าง RAW FILE ปรับแต่งเรียบร้อย

PORTRAIT แบบปรับแต่งเรียบร้อย 


GOOGLE DRIVE NOKIA 9 PUREVIEW >> DRIVE

RAW / DNG ไฟล์ทั้งหมด และ ตัวอย่างภาพถ่ายเพิ่มเติมใน GOOGLE DRIVE ไปเล่นกันได้เลย !! เพราะมีอีกหลายๆภาพไม่ได้แทรกเข้ามาเพราะเว็บจะหนักเกินไป เราแยกมาให้แล้วครับผม แต่ทุกภาพเป็นลิขสิทธ์ของทางเพจนะ เอาไปลองแต่งเล่นอะไรได้ครับ

SELFIES

กล้องหน้าของทาง Nokia 9 นั้นจะมาพร้อมกับกล้องหน้า 20MP F1.8 ความละเอียดค่อนข้างเยอะกว่ากล้องหลังพอสมควรครับแต่เรื่องของมุมกว้างและการจัดการสำหรับกล้องหน้าอาจจะไม่ได้ดีมากนักถ้าสาวๆมาถ่ายในเรื่องของแสงสียังไม่แม่นและการแต่งหน้ารวมถึงการวัดแสงเฉลี่ยแสงยังไม่ฉลาดมากนักครับแต่การละลายหลังนั้นทำได้ดีพอสมควร ตัวกล้องหน้ามีลูกเล่นค่อนข้างน้อยคือมีโหมดการถ่าย 2 กล้องพร้อมกัน และการถ่ายละลายหลัง รวมถึงแต่งหน้าเนียนเข้ามาให้แค่นั้นเลยครับ และโทนสีภาพต่างๆนั้นจะค่อนข้างจริงและไม่ได้เน้นไปที่หน้าคนให้สว่างสวยอะไรมากนักแน่นอนว่าสาวๆอาจจะไม่ชอบโทนภาพของกล้องตัวนี้และมุมนั้นไม่ได้กว้างมากนักในตัวกล้องหน้าครับ

VIDEO

การถ่ายวีดีโอนั้นตัวนี้แม้จะเป็นสายกล้องแต่ภาพวีดีโอมันกลับทำได้ธรรมดาครับเนื่องจากไม่มี OIS และในด้านของ EIS นั้นรองรับแค่ในตัว FULLHD และก็ยังทำได้ไม่นิ่งเท่าไรด้วยและไม่ลื่นไหลครับส่วนเรื่องของการถ่ายนั้นก็ไม่รองรับ 60Fps เลยครับแม้จะความละเอียดใดๆก็ตาม แต่ได้การรองรับ HDR มาแทนและรองรับการถ่ายกล้องหน้าแบบ 4K เข้ามาครับแต่เสียดายมากๆในเรื่องของการถ่ายแบบ 60FPS และ ระบบกันสั่นรวมถึงโทนสีของภาพไม่ได้ดีเท่าไรและการจัดการแสงสว่างมืดนั้นทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรครับใน่สวนการถ่ายวีดีโอ แต่ก็ต้องชมระบบเสียง OZO ที่ทำได้ดีสามารถปรับเสียงได้ว่าจะเอาเสียงรอบทิศทาง เสียงคนพูดด้านหน้า หรือ เสียงคนพูดด้านหลังอันนี้ทำได้ดี

NOKIA 9 PUREVIEW 

” มือถือสายกล้องที่เฉพาะกลุ่มอย่างมาก ถ้าไม่ใช้สายกล้องอาจจะไม่โดนเท่าไร “

เป็นรุ่นที่อยากลองตั้งแต่งานเปิดตัวด้วยความที่ทางแอดมินนั้นเป็นสายถ่ายภาพและชอบแต่งไฟล์ภาพพอสมควรจึงเป็นรุ่นที่ตั้งตารอมานานและไฟล์ที่ยืดหยุ่นอย่างมากในการดึงแสงต่างๆจากที่เปิดตัวได้มีหลายๆคนได้ลองกัน แน่นอนว่าเป็นรุ่นที่ว้าวมากๆในการเปิดตัวมา 5 กล้องและ Dynamic range ที่โหดพอสมควรแน่นอนว่าความตื่นเต้นนี้ ถ้าช่างภาพหรือสายถ่ายภาพนั้นจะค่อนข้างชอบกับเทคโนโลยีของมือถือตัวนี้มากๆ แต่ถ้าคนทั่วไป หรือ ใครที่ดูสเปคดูไฟล์แล้วเฉยๆนั้นแปลว่าอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์จริงๆเพราะ นอกเหนือจากกล้องพูดกันตรงๆว่าส่วนอื่นมันก็ทำได้ระดับกลางๆทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ ลำโพง เสียง หรือจะเป็นตัวระบบที่ค่อนข้างเรียบมากๆและ ความลื่นไหลในการถ่ายภาพสวยจบนั้นยังไม่ถูกใจผู้ใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอนครับ จริงๆอย่างที่บอกมันเฉพาะกลุ่มจริงๆและสาวกเท่านั้นเลย แต่มันก็มีข้อดีเช่นงานประกอบที่แน่นหนา การอัพเดทที่ไว และ ไฟล์กล้องที่ดีมากๆ แต่มันอาจจะไม่ได้ทำออกมาเพื่อตลาดโดยรวมมากเท่าที่ควรเหมือนเป็นรุ่นแรกๆทดลองออกมา และรุ่นต่อไปน่าจะมีอะไรที่ใช้งานเหมาะกับทุกๆคนมากกว่านี้และยังคงความโหดของกล้องเข้าไปให้ได้น่าจะน่าใช้งานมากขึ้นกว่านี้เยอะมากๆครับ

ข้อดี

  • หน้าจอทำได้ดี ทั้งเรื่องของตัวคุณภาพ และ การสู้แสง
  • วัสดุงานประกอบทำได้เนี๊ยบ สมชื่อ Nokia
  • ระบบ Android One อัพเดทได้ไว และ ลื่นไหล
  • คุณภาพไฟล์เดิมๆ DNG JPG กล้องหลังดีอันดับต้นๆของมือถือ
  • กล้องหลัง 5 ตัวรองรับการทำ Dynamic Range ที่ดีมากๆ
  • การอัพเดทที่ค่อนข้างยาวนานกว่ารุ่นอื่นๆ
  • ทำราคาได้ดีเมื่อเทียบกับสเปคและคุณภาพรวมๆ
  • ระบบอัดเสียง OZO ยังคงน่าสนใจและเด่น
  • รองรับ Wireless Charging และ กันน้ำ

ข้อสังเกต

  • ไฟล์ภาพมีขนาดใหญ่ ตัวเครื่องยังทำงานได้ไม่ลื่นเท่าที่ควร เวลาเอาไปแต่งแอพอื่น
  • ถ่ายภาพรอค่อนข้างนาน (มีอัพเดทอนาคต)
  • ระบบยังมีหน่วงๆในส่วนของกล้อง ทั้งหมด
  • ลำโพงยังเป็นลำโพงตัวเดียว
  • สแกนนิ้วทำได้ไม่ไวเท่าไร
  • ไม่มีการถ่าย 4k / FHD 60FPS งานวีดีโอไม่ดีเท่าไร
  • สำหรับ User ที่ไม่เน้นกล้องอาจจะไม่ตอบโจทย์ หรือ เน้นถ่ายไวและสวยจบ อาจจะไม่เหมาะ

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review by Nineztr 

*รูปถ่ายจากกล้องมือถือทุกรูป ไม่มีการปรับแต่ง และ สามารถกดดูไฟล์เต็มแบบต้นฉบับได้นะครับ

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments