แน่นอนว่าตระกูลนี้เด่นในเรื่องสเปกแรงเน้นการใช้งานและการเล่นเกมส์อย่างมาก MSI Katana GF66 11UC-217TH เป็น Gaming Notebook สเปกตัวนี้ถือว่าแรงมากๆ ที่มากับชิปประมวลผลใหม่ล่าสุด Intel Core i Gen 11 Tiger Lake โดยรุ่นนี้จะใช้เป็น Intel Core i7-11800H การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 มีดีไซน์การออกแบบที่ดุดันเหมือนเคยในตัวนี้ วัสดุพื้นผิวที่มีเอกลักษณ์ในแบบเรียบง่าย พร้อมกับชุดระบายความร้อน Cooler Boost 5 ยังคงใส่เข้ามาให้แบบจัดเต็มสบายๆ ทำให้ภาพรวมเป็นอีกรุ่นที่เหมาะแก่การเล่นเกม พกพา แต่ประสิทธิภาพนั้นไม่ธรรมดาในการเล่นเกมหรือทำงานหนัก

MSI KATANA GF66 นั้นมาพร้อมกับ Intel Core i Gen 11 Tiger Lake ใช้งานตัว  Intel Core i7-11800H การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 และ Onboard ที่เป็น Intel UHD  พร้อมกับ Cooler Boost 5 Heat Pipe 6 เส้น และ RAM 16GB  DDR4 3200MHz  และให้ Storage 512GB PCIe NVMe M.2 SSD พร้อมใช้งาน ส่วนหน้าจอเองนั้น 15.6 นิ้ว IPS 144HZ เป็นหน้าจอแบบด้าน พร้อมกับ คีย์บอร์ดสีแดงสีเดียว แบบ Silver Lining Print  แสงไฟตามขอบสวยงาม และพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบทั้ง USB3.2 Gen1 / USB3.2 Gen2 และ  RJ45 / HDMI  รวมถึง USB 3.2 Type-C / พร้อมใช้งานทันที และที่ชอบมากในเรื่องขององศาการกางหน้าจอตัวนี้รองรับได้ 180 องศาเลยทีเดียวครับตัวนี้

PRICE 

  • MSI KATANA GF66 11UE-268TH: Intel Core i7-11800H : Intel Core i7-11800H  : RAM 16 GB :  SSD 512GB : 43,990 บาทไทย รับประกัน 2 ปี 

UNBOX 

  • ตัวเครื่อง MSI Katana GF66
  • Adapter 150W
  • สายชาร์จแบต
  • คู่มือการใช้งาน
  • กระเป๋าสะพายหลัง

DESIGN

ในเรื่องของการออกแบบ MSI Katana ซีรีส์ เป็นการร่วมมือกันระหว่าง MSI กับ Tsuyoshi Nagano ศิลปินนักวาดภาพตัวละครในเกมแนว RPG ตั้งแต่ยุคปี 1990 ภาพที่ถูกออกแบบยังนำมาใช้เป็นภาพหน้าจอของรุ่นนี้ด้วย และตัวเครื่องเองมีน้ำหนักเพียง 2.25 กิโลกรัม มีความบางที่ 24.9 มิลลิเมตร ทำให้พกพาได้สะดวก ต้องบอกว่ามีน้ำหนักที่มากกว่ารุ่นก่อน แต่จากการใช้งานจริงก็ต้องบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ของ Gaming Notebook ปกติ ขนาดหน้าจอใหญ่สะใจ ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีแดงเช่นเดิม

ฝาพับแข็งแรงพัฒนาขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นก่อนซึ่เป็นแบบ 2 แกนขนาดใหญ่ วัสดุตลอดทั้งตัวเครื่องเป็นพลาสติกคุณภาพดีกว่ารุ่นก่อนๆทั้งหมด และในตัวนี้ฝาพับสามารถกางได้สูงสุด 180 องศาเลยทีเดียว ซึ่งปกติเราจะไม่ค่อยเห็น Gaming Notebook ทำได้เท่าไร ด้านฝาพับตัวเครื่องสลักโลโก้ MSI ลายมังกร ชัดเจน เป็นเอกลักษณ์ สวยงามเหมือนเดิมแม้จะไม่ได้มี ไฟส่องสว่าง หรือ เน้นสีดำแต่ก็มีการยิงพื้นผิวให้มีความลึกไม่เรียบมากเกินไปด้วย

ข้อพับถือว่าแข็งแรงกำลังดี ในระดับราคานี้มีความหนืดและสามารถกางได้เยอะ ซึ่งรุ่นอื่นๆอาจจะไม่สามารถกางได้สุดเท่าไร รวมถึง ฝั่งขวาจะมี พอร์ตแลน RJ45 / HDMI /  USB 3.2 Type-C / USB3.2 Gen2 และช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. แบบคอมโบแจ๊ค รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ Gamers Hotkey อย่างปุ่มเร่งพัดลมให้ทำงานเต็มที่ Cooler Boots เพื่อช่วยระบายความร้อน

ขอบหน้าจอมุมเครื่องถือว่าบางกำลังดี และมียางรองในในมุมบนเครื่อง ส่วนการระบายด้านหลังยิงออกมาทั้ง2 ข้าง และระบายได้แรงเร็ว และฝาหลังช่องระบายเยอะมากเช่นกัน เห็น HeatPipe ชัดเจน และมียางรองตัวเครื่องมาให้ และถ้าเราแกะฝาหลังออกเราจะเจอ Heatpipe ทั้งหมด 6 เส้น และ รองรับการอัปเกรด RAM – SSD ได้เช่นกันเพราะตัวนี้ติดตั้งมาให้ 1 แถวเท่านั้น ตัวนี้รองรับเพิ่มได้สบาย และการเพิ่ม SSD M.2 ไม่ได้นะครับ แต่จะเพิ่มแบบ SATA ได้ในมุมซ้ายของเครื่อง ก็ถือว่ายังดีที่ใส่เข้ามาให้ได้ และฝาหลังมีตัวถ่วงน้ำหนักสามารถแกะออกมาได้ครับ

SPEC

  • INTEL CORE I7-11800H (2.30 GHz-4.60 GHz)
  • Windows 10 Home
  • DISPLAY 15.6″ FHD (1920×1080), 144Hz, IPS-Level 15.6″
  • CHIPSET Intel® HM570
  • GRAPHICS NVIDIA® GeForce RTX™  3060 (6GB GDDR6)
  • MEMORY 16GB DDR4-3200 Memory Type 2 Slots Number of SO-DIMM Slot Max 64GB Max Capacity
  • STORAGE CAPABILITY 512GB  1x M.2 SSD slot (NVMe PCIe Gen3) 1x  SSD SATA slot
  • WEBCAM HD type ([email protected])
  • KEYBOARD  Single Backlight (RED) Keyboard
  • COMMUNICATION   WiFi 802.11 ax Wi-Fi 6 + Bluetooth v5.2
  • 1x Type-C USB3.2 Gen1 / 2x Type-A USB3.2 Gen1 / 1x Type-A USB2.0 / 1x RJ45 / 1x (4K @ 60Hz) HDMI
  • BATTERY 53.5 Battery (Whr)
  • AC ADAPTER 150W adapter
  • DIMENSION (WXDXH) 359 x 259 x 24.9 mm
  • WEIGHT (W/ BATTERY) 2.25 kg
  • COLOR  Black
  • ราคา 43,990 บาท พร้อมกับรับประกันตัวเครื่อง 2 ปีเต็ม

PERFORMANCE

ในรุ่นนี้ใช้งาน CPU i7-11800H 10nm ,2.30GHz, 16 MB L3 Cache, up to 4.60 GHz 8 Core/16 Thread ส่วนการ์ดจอ GPU แน่นอนว่าจะมีตัว Onboard ใช้งาน Intel UHD Graphics และ NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6)  มาพร้อมกับ Ram ให้มา 16GB DDR4 bus 3200 พร้อมรองรับ Dual Channel ส่วน SSD 512GB PCIe® Gen3 SSD M.2 ให้มาเรียบร้อย 1 ช่อง รองรับอีก 1 ช่องสำหรับ SSD ใช้งานได้เพิ่มเติม และมากับ Windows 10 พร้อมใช้งาน ในรุ่นนี้ถือว่าสเปกนั้นทำได้ดีพร้อมใช้งานเลยทีเดียวครับและการ์ดจอก็แรงสะใจเอาเรื่อง ในระดับราคาประมาณนี้ สำหรับเล่นเกมใช้งานทั่วไปรองรับได้สบาย

PC MARK

คะแนนไปได้ค่อนข้างสูงมากๆแน่นอนว่าตัว i7 Gen11 ก็ถือว่าแรงพอสมควร ไปได้ 6393 คะแนน เยอะกว่า Gen10 2000 คะแนน จริงๆพวกระดับราคานี้การใช้งานทั่วไปทำงานคงไม่ต้องกังวลตอบโจทย์ทำงาน ทั่วไปแทบจะทุกรูปแบบ ไม่ต้องห่วงเลยแหละ ตั้งแต่ Word ไปยังตัดต่อ เรนเดอร์ 3 มิติ งานเขียนงานวาดแปลนบ้านทุกอย่าง  รองรับได้สบายด้วยความแรงทั้งหมดถือว่าชิลๆ และดีกว่าตัว i7 Gen10 อยู่ด้วยในคะแนนส่วนนี้ ส่วนในการทดสอบนั้นเป็นอุณหภูมิปกติ เช่นเดิมไม่ได้เปิดแอร์ แต่ถ้าเปิดแอร์นั้นจะได้คะแนนประมาณ 6,500 คะแนนครับ

3D MARK 

ทำคะแนนเรียกได้ว่าสูงในการทดสอบทั้ง 4 แบบนะครับ ตัว TIMESPY ที่เน้นไปเจาะกลุ่มคอมพิวเตอร์ระดับท็อป เกมมิ่ง ทำคะแนนได้ 7111 ถือว่าดี PORT ROYAL ในการทดสอบ RAY TRACING นั้นได้ไป 3952 คะแนน ต้องบอกว่าผ่านการทดสอบใช้งานระดับสูงๆของ 3D Mark สบายๆ ส่วนในเรื่องความร้อน แอดมินทดสอบต่อเนื่อง 4 แบบทำความร้อนไปได้ 80CPU GPU 76 นะครับ ส่วนเจ้าตัว FIRE STRIKE EXTREAM ทำไปได้ 8323 และ FIRE STRIKE ULTRA 4344  คะแนน ถือว่าแรงในระดับเริ่มต้นใช้งาน RTX 3060 ถือว่าเพียงพอในการเล่นเกมต่างๆถือว่าคะแนนสูงกว่ารุ่นยุคก่อนๆเยอะเลยแหละ ถ้าเน้นในเรื่องของการใช้งานเล่นเกมต่างๆนั้นถือว่ารองรับได้ดี

CINEBENCH R15 – R20 / DISK MARK 

R15 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูง เลยแหละ R15 นั้นทำได้ 1396 cb/ 184.64 FPS ประมวลผลหนักๆได้แบบสบายมากๆ ดีกว่าพวกรุ่นก่อนหน้านี้แบบชัดเจน และมองเทียบกับ R20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผลตัวโหดกว่า R15 คะแนนก็อยู่ในระดับสูงเช่นกัน ดีกว่ารุ่นก่อนเยอะมาก และในตัว R20 นั้นที่ประมวลผลหนักหน่วงกว่าเดิม ทำคะแนน 3405 เลยทีเดียวครับ i7 ตัวนี้ ดีกว่าพวกรุ่นปกติเยอะ และ เช่นเดิมทดสอบในสภาพอากาศปกติไม่มีแอร์ครับ ส่วนตัว SSD M.2 ในความจุ 512GB นั้นทำการอ่านเขียนไปได้มากถึง 2,208 MB/s และ 1,149 MB/s  ถือว่าแรงในทั้งเรื่องของการอ่านและการเขียนถือว่าเขียนได้ไวในระดับราคานี้

SCREEN

ทางด้านรุ่นนี้จะมาพร้อมกับ หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD 1920×1080 พิกเซล ส่วนเรื่องของสีสันจริงๆนั้นอาจจะไม่ได้เด่นอะไรมากแต่ก็ถือว่าพอใช้งานได้สำหรับค่า  45%NTSC และมาพร้อมกับค่า Refresh Rate 144 Hz เพียงพอต่อการเล่นเกม การขับ FPS หนักๆได้แบบสบายครับ ส่วนเรื่องสีสันก็พอสวยดีกว่ายุคก่อนๆ แต่ถ้าเน้นทำงานกราฟิกแน่นอนว่าอาจจะไม่ตรงเท่าไรนัก ส่วนการสู้แสงต่างๆถ้ามุมมองตรงๆก็รองรับได้สบายครับ สีสวยและสว่างระดับนึงรวมถึงมิติของภาพเวลาเล่นเกมทำได้ดีสวยงามและไม่ได้ซีดหรือจืดมากนัก แต่ถ้ามุมมองอื่นๆบอกเลยว่าเจอแสงเยอะๆไม่ไหวครับซึ่งก็จะเจอปัญหานี้ในหลากหลายรุ่นที่เป็นสาย Gaming

มาดูมุมมองของหน้าแน่นอนตัวนี้ใช้งาน หน้าจอ IPS ข้อดีของมันคือการมองหน้าจอข้างๆอะไรแบบนี้สีจะไม่เพี้ยนเลยครับแต่ความสว่างนั้นอาจจะไม่ได้โหดมากนัก จะดรอปลงเล็กน้อยเลยอาจจะไม่ได้ดีเหมือนพวกคอมพิวเตอร์ที่เน้นด้านหน้าจอหรือสายทำงานครับ แต่ถ้ามองว่าเป็นคอมพิวเตอร์สายเกมในงบ 4 หมื่นมีทอน นั้นถือว่าดีกว่าที่คิดไว้เหมือนกันทั้งเรื่องของคุณภาพแสงสี และความสว่างรวมถึงความแม่นยำของสีครับดีกว่าที่คิดจริงๆหน้าจอรุ่นนี้ถือว่าเอามาทำงานได้เลยแหละ แต่ถ้าสายงานอาชีพจริงจังอาจจะยังไม่เหมาะเท่าไรครับ ตามสเปกของมันเลย เป็นหน้าจอเกมมิ่งที่ทำได้ดีกว่าทั่วไปและไว้ใจได้ในการทำงานนิดหน่อย แต่เรื่องของการสู้แสงนั้นอาจจะไม่ได้ โหดเท่าไรถ้าเล่นกลางแจ้งนั้นอาจจะไม่ได้เด่นเท่าไรนักแต่ใช้งานทั่วไปได้ดี จะเห็นในภาพที่เจอแสงสะท้อนจะไม่สามารถสู้ได้เท่าไรนั่นเอง

KEYBOARD

รุ่นนี้มาพร้อมกับ คีย์บอร์ดแบบ Full Size เลยทีเดียว มีการติดตั้ง Numpad แป้นตัวเลขด้วย ฟีลแรงกดในการใช้งานทุกระดับดีเยี่ยม การตอบสนองของแป้นพิมพ์ และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมกัน ซึ่งทำได้แม่นยำไม่แพ้เกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบแยกมาตรฐานทั่วไป มาพร้อมไฟ LED สีแดงปรับได้ 3 ระดับ ซึ่งน่าเสียดายว่าไม่รองรับการปรับสี ทำให้ใช้งานได้สีเดียวเท่านั้นครับ ส่วนระยะการกดเองกลางๆกำลังดีแบบที่เราคุ้นเคยกันในหลายๆรุ่น แม้จะไม่ใช่ Steel Series เขียนไว้แต่ก็ได้เทคโนโลยีการออกแบบที่ค่อนข้างดีของทางค่ายมาใช้งานและพัฒนาถือว่ากดได้สนุกครับ

TOUCHPAD

ในส่วนของทัชแพดเป็นแบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวาทำให้ดูเป็นเนื้อเดียวกันไม่ได้แบ่งข้าง พื้นที่ของทัชแพดมีขนาดใหญ่ ใช้งานถนัด ผิวสัมผัสของทัชแพดเป็นแบบด้านๆ ใช้งานทั่วไปอยู่ในระดับปกติ ปุ่มกดไม่ได้แข็งจนเกินไป ถือว่าลงตัวดี

SPEAKER 

ลำโพงของ MSI Katana GF66 ยังจัดวางมาในตำแหน่งส่วนของขอบตัวเครื่องด้านหน้าในส่วนใต้เครื่องตามมาตรฐน คุณภาพเสียงเบสให้แน่นลึกยิ่งกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไปเล็กน้อย ซึ่งการใช้ระบบเสียง Hi-Res Audio และ Nahimic 3 ทำให้เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นภาพรวมถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง

CONNECTOR

รุ่นนี้ให้การเชื่อมต่อมาอย่างครบถ้วน รองรับทุกการใช้งานในยุคปัจจุบันโดยพอร์ตต่าง ๆ ถูกติดตั้งไว้ทั้งทางด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง ฝั่งขวาจะมี พอร์ตแลน RJ45 / HDMI /  USB 3.2 Type-C / USB3.2 Gen2 และช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. แบบคอมโบแจ๊ค พร้อมยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6 AX ที่เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุด

ด้านฝั่งซ้ายมือจะมีช่องเสียบไฟ AC power และ USB3.2 Gen1 / USB3.2 Gen2 มาให้ไว้ใช้งาน

MSI CENTER

จากที่เราคุ้นเคยกันในรุ่นก่อนๆนั้นต้องบอกว่า MSI Dragon Center มีการเปลี่ยนมาใช้งาน MSI CENTER แทนแล้วนั้นเองบอกเลยว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่สวยลงตัว และทันสมัยขึ้นเยอะมากๆ รวมถึงหน้าตาเข้ากับโลโก้ใหม่ทันที ดูมีระดับกว่าในรุ่นก่อนๆที่เป็นมังกรสีแดง ตัวนี้ทางการมากขึ้นและยังสามารถใช้งานได้หลากหลายเช่นเดิม จริงๆมีการเปลี่ยนตัว AFTER BURNER หน้าตาใหม่ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่ายกระดับหน้าตาใหม่ทั้งหมดเลยแต่การใช้งานอะไรต่างๆการดูสเปก ประสิทธิภาพ ปรับแต่ง ซอฟต์แวร์นั้นยังคงจัดเต็มและโหลดมาเพิ่มเติม รวมถึงการปรับหน้าจอโทนสีหน้าจอ หรือว่าจะเป็นโหมดการใช้งานแบบประสิทธิภาพสูงต่างๆก็ใช้งานผ่านตัวแอปนี้ได้ทั้งหมดเลย

WORKING

การทำงานแน่นอนว่าแม้จะเป็นคอมพิวเตอร์สายเกมก็ตาม ในรุ่นนี้ใช้งาน 10nm และ ใช้ CPU i7-11800H 8 Cores 16 Threads และใช้งาน  NVIDIA® GeForce® RTX 3060 6GB GDDR6  และ RAM 12GB 3200 MHz ให้มาเพียงพอต่อการใช้งานทำงานหลากหลายโปรแกรม หลายเลเยอร์ได้สบาย และการอ่านเขียนของ SSD ก็ถือว่าไว ในทั้งเรื่องของการอ่านเขียนสามารถเอาไปทำงานได้สบายๆ ทั้งเรื่องของการเรนเดอร์ หรือว่าจะตัดต่อแน่นอนว่าสเปกแบบนี้ทำงานได้สบายๆอยู่แล้วครับ และตอบโจทย์รวมถึงสามารถรันโปรแกรมพร้อมกันได้ไม่ต้องห่วงว่าจะมีความหน่วงต่อการใช้งาน Premire Pro ตัวนี้ เรนเดอร์กันหน่อยครับว่า 4K 60 FPS นั้นทำได้ดีแค่ไหนมีเทียบตัว INTEL I7 ด้วยนิดหน่อย ซึ่งในตัวนี้จะเรนเดอร์ได้ภายใน 12 นาทีถือว่าไว เช่นกัน ถือว่าจัดการในการทำเวลาค่อนข้างต่างกับรุ่นอื่น

GAMING 

แน่นอนว่ารุ่นนี้ใช้งาน CPU i7 Gen 11 +RTX3060 แน่นอนว่าครั้งนี้ยังคงลอง สตรีมและเล่นไปด้วยแบบปรับภาพสุดก็ไม่เจออาการกระตุกอีกทั้งในการ แคปภาพหน้าจอทั้งหมดคือทำขณะที่ สตรีมไปด้วยในบางเกมนะครับเช่น Overwatch และ COD MW  ต้องบอกว่าแม้จะสตรีมหรือไม่สตรีม ตัวเครื่องจัดการได้ดีมากๆและไม่เจอ FPS ตกเลยแม้แต่น้อยคือเปิด/ปิดไม่ต่างกันเลย ส่วนเรื่องความร้อนที่ลองทำได้ดีมากๆในแง่ของ เวลาเล่นแล้วเอามือวางบนเครื่องมันไม่ร้อนเลยเล่นแบบไม่เปิดแอร์ทุกเกมนะในด้านของ CPU แอบมีเกิน 90 ด้วยเช่นกันแน่นอนว่ายังคงมาตรฐานเดิมในทดสอบแบบเล่นในสภาพอากาศปกติ ครับถือว่าเลขอาจจะดูสูงแต่ประสิทธิภาพในการใช้งานจริงๆไม่ตกเลยนะครับถือว่าสบายมากๆเลย แม้ความร้อนอาจจะมีแตะ 90+ แต่ที่บอกไปคือไม่เจออาการหน่วงหรือค้างแม้จะเล่นยาวๆครับและยิ่งเทียบกับงบ 43K ตัวนี้ถือว่าดีแล้ว และ พัดลมให้ทำงานแรงสุดตลอดก็จะช่วยระบายได้ไวขึ้น

ต้องบอกว่าสายเกมไม่ผิดหวังแน่นอนครับสำหรับการรัน FPS ปรับภาพสูงสุดยังสามารถดันได้สูงมากๆและลื่นไหล ในระดับ 100+ FPS ได้ในหลายๆเกมเลยครับ แต่แน่นอนว่าเท่าที่ลองนั้นความร้อนรอบนี้ทดสอบแอบมีแตะ 90 อยู่บ่อยๆแต่ไม่เจออาการอะไรครับผม ถือว่าประสิทธิภาพไม่ตก และภาพสูงสุดแต่ก็ขับได้ 100 FPS ขึ้นไป แต่โดยรวมชอบเรื่องของประสิทธิภาพที่นิ่งและลื่นไหลที่ไม่มีอาการหน่วงหรือแลคอะไรแม้จะเล่นยาวๆ แน่นอนว่า CPU ใช้งานแค่ 20-30% เท่านั้นในการเล่นเกมหลายๆเกมแต่ส่วนที่น่าจะต้องไปอัพจริงๆก็ถือเรื่องของ RAM 8GB ที่ให้มานั้นอาจจะไม่ค่อยพอถ้าสายเกมหนักๆอัปเกรดไป 16GB จะลงตัว เพราะตัวเครื่องพร้อมใช้งาน และระบายได้ดีมากเช่นกัน

  • Overwatch นั้น ทำไปได้ FPS 143  อุณหภูมินั้น GPU 73 CPU 78  : ULTRA
  • APEX ทำไปได้ FPS 110  อุณหภูมินั้น GPU 87 CPU 92 : ULTRA
  • Modern Warfare ทำไปได้ FPS  96  อุณหภูมินั้น GPU 87 CPU 92  : ULTRA  

MSI KATANA GF66 

”  ถือว่ายังคงโดดเด่นสเปกทำได้ดี แต่เพิ่ม RAM อีกนิดใช้งานได้ยาวๆลงตัวระดับเริ่มต้น “

MSI Katana GF66 11UC-217TH เป็น Gaming Notebook มาพร้อม CPU GEN ใหม่ ที่แรงและประหยัดพลังงาน พร้อมหน้าจอแบบ 144Hz  ตอบโจทย์สำหรับคนที่ยังอยากเล่นเกมหรือเน้นประสิทธิภาพในการทำงานหนักมากๆ รวมถึงระบายความร้อนคุมได้ดี ไม่เจออาการหน่วงหรือแลคเวลาเล่นเกมนานๆก็ตามตัว Cooler Boost 5 รองรับได้สบาย มีดีไซน์การออกแบบของตัวเครื่องที่สวยงามโฉบเฉี่ยว ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง MSI กับ Tsuyoshi Nagano ศิลปินนักวาดภาพตัวละครในเกมแนว RPG ตั้งแต่ยุคปี 1990  การแสดงผลของหน้าจอ สีสันสวยงาม คมชัดใช้ได้เลยสำหรับรุ่นนี้ ไว้ทั้งทำงานกราฟิกและใช้เล่นเกมในเครื่องเดียว ถือว่าคุ้มมากๆ

ข้อดี

  • สเปกที่ให้มารองรับการเล่นเกม ทำงานได้ดี รองรับการอัปเกรดได้สบาย
  • หน้าจอสีสันดี ตรง มีความลื่นไหล 144Hz ที่ใช้งานได้จริง
  • มาพร้อม RTX 3060 รองรับการเล่นเกม ภาพสวย และลื่นไหล
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี Resizable Bar ทำงาน CPU GPU ร่วมกันได้ดีขึ้น
  • แม้จะความร้อนสูงแต่ก็ไม่มี หน่วง หรือ ดรอปแม้แต่น้อย
  • การระบายความร้อนสะสมได้ไว หลายทิศทาง
  • พอร์ตเชื่อมต่อเพียงพอ ครบต่อการใช้งาน
  • ดีไซน์เรียบมากกว่าเดิม ใช้งานโทนสีดำ ไม่หวือหวามากแต่ลงตัว
  • หน้าจอสามารถกางได้อิสระ 180 องศา

ข้อสังเกต 

  • ความร้อนเยอะพอสมควรในการใช้งานเล่นเกมยาวๆ
  • หน้าจอไม่สู้แสงเท่าไรนัก

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ
ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Review By Nineztr

Comments กันได้เลย !

Comments

0 Shares