ชลบุรี. บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นำสื่อมวลชนไทยร่วมกิจกรรมทดสอบการขับขี่ของบีเอ็มดับเบิลยู R 12 G/S ในกิจกรรมทดสอบสมรรถนะ ณ สนาม Enduro Park ชลบุรี เปิดมิติแห่งการเดินทางที่ผสานทัทั้งสมรรถนะบนทางเรียบ ความเร้าใจบนเส้นทางออฟโรด และจิตวิญญาณแห่งการขับขี่สไตล์เอ็นดูโรไว้อย่างลงตัว ผ่านเส้นทางทดสอบระยะทางรวมกว่า 100 กิโลเมตร รอบอ่างเก็บน้ำบางพระ ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัสศักยภาพของตัวรถทั้งบนเส้นทางออนโรดและออฟโรด ท่ามกลางสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ผ่านเทคโนโลยีการขับขี่และโหมดการทำงานอันทันสมัย ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากแรงบันดาลใจของรุ่นระดับตำนานอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู R 80 G/S พร้อมส่งมอบประสบการณ์การผจญภัยสุดเร้าใจให้แก่ผู้ขับขี่ที่หลงใหลอิสระในทุกเส้นทาง
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด นำอีกหนึ่งตำนานจากอดีตอย่างตัวอักษร G/S ซึ่งย่อมาจาก Gelände/Straße (ออฟโรด/ถนน) มาเยือนงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ ผ่านรุ่นใหม่อย่างบีเอ็มดับเบิลยู R 12 G/S ที่สืบทอดเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรุ่นคลาสสิกอย่างบีเอ็มดับเบิลยู R 80 G/S ในอดีต ก่อนจะนำมาถ่ายทอดในแบบล้ำสมัย แต่รักษาไว้ซึ่งสมรรถนะที่
ยอดเยี่ยมทั้งบนท้องถนนและบนเส้นทางออฟโรด

งานออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยู R 12 G/S ใหม่ มีหลายองค์ประกอบที่ต่อยอดจากรุ่นดั้งเดิมอย่าง R 80 G/S โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นฝาครอบล้อหน้าทรงสูง ล้อแบบ cross-spoke สีทอง และแฟริ่งหน้าที่กะทัดรัดและเพรียวลม ส่วนการจัดวางแฮนด์ ที่วางเท้า และเบาะหนัง เรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยมที่พอเหมาะพอดีสำหรับร่างกายของผู้ขับขี่ จึงช่วยเสริมการควบคุมให้แม่นยำที่สุด ทั้งในท่านั่งและท่ายืน ถังน้ำมันเหล็กกล้าขนาด 15.5 ลิตร มีรูปทรงที่พอดีกับเข่าทั้งสองข้างของผู้ขับขี่ ส่วนเบาะหน้าติดตั้งมาที่ระดับความสูง 860 มิลลิเมตร ให้ตัวรถมีบุคลิกที่ชัดเจน พร้อมโลดแล่นไปในทุกเส้นทาง

หัวใจของบีเอ็มดับเบิลยู R 12 G/S ใหม่ คือเครื่องยนต์บ็อกเซอร์สองสูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ขนาด 1,170 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 80 กิโลวัตต์ / 109 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 115 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที พร้อมส่งกำลังไปยังล้อหลังผ่านเกียร์ 6 สปีด ส่วนตัวรถมีท่อเหล็กกล้าชิ้นเดียว (one-piece tubular bridge steel) เป็นแกนกลางของโครงสร้าง ส่วนหัวแกนบังคับเลี้ยวที่ส่วนหน้า ติดตั้งมาในตำแหน่งยกสูง ให้มุมเลี้ยวได้กว้างถึง 42 องศาเพื่อความคล่องตัวขณะขับขี่ออฟโรด ระบบกันสะเทือนหน้าและหลังมีระยะยุบตัว 210 มม. และ 200 มม. ตามลำดับ เพื่อรับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นในการขับขี่สไตล์เอ็นดูโร เข้าคู่กับล้อหน้าขนาด 21 นิ้วและล้อหลังขนาด17 นิ้วได้อย่างลงตัว

ส่วนนวัตกรรมและระบบอำนวยความสะดวก ก็มาแบบครบชุดในบีเอ็มดับเบิลยู R 12 G/S ใหม่ มีทั้งโหมดการขับขี่
3 โหมด (Rain, Road และ Enduro) ระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ระบบควบคุมแรงบิดขณะเครื่องยนต์หน่วง (MSR) เบรก BMW Motorrad ABS Pro ที่ปรับการทำงานตามมุมเอียงของรถเพื่อความปลอดภัยขณะเข้าโค้ง ระบบช่วยออกตัวบนทางลาด (HTC) ระบบเข้าเกียร์ Gearshift Assist Pro ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control และแฮนด์แบบมีระบบทำความร้อนในตัว นอกจากนี้ R 12 G/S ใหม่ ยังติดตั้งเบาะหลังมาเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสาร พร้อมเสริมความมั่นใจขณะขับขี่ยิ่งขึ้นไปอีกด้วยระบบตรวจสอบแรงดันยาง (RDC) ที่สามารถแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ได้

บีเอ็มดับเบิลยู R 12 G/S ใหม่ พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของในสองสี ได้แก่ ขาว Light White ราคา 719,000 บาท และ น้ำตาล Option 719 Sandrover Matt ราคา 799,000 บาท โดยรุ่นสี Option 719 จะมาพร้อมอุปกรณ์พิเศษเฉพาะรุ่น ได้แก่ชุดแต่งอลูมิเนียม Option 719 Shadow Billet Pack II ระบบไฟหน้า LED แบบปรับได้ Headlight Pro ฟังก์ชันเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ConnectedRide Control และท่อไอเสียชุบโครเมียมวาววับ







