Nothing Thailand แบรนด์ไอทีไลฟ์สไตล์จากประเทศอังกฤษเดินหน้าเขย่าตลาดหูฟังไร้สายด้วยการเปิดตัวไลน์อัป CMF by Nothing ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดพร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ CMF Clip Pro, CMF Buds Pro 2 และ CMF Buds Neo มุ่งตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเน้นความคุ้มค่า คุณภาพเสียงระดับพรีเมียม หรือดีไซน์การสวมใส่แบบเปิดรับสัมผัส
คุณพลภัทร สายบัวทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท Nothing ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า “CMF by Nothing มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน โดยนำเสนอนวัตกรรมอันทันสมัยในระดับราคาที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ การเปิดตัวหูฟังไร้สายพร้อมกันทั้ง 3 รุ่นในครั้งนี้ เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ฟังเพลงที่เหนือชั้นและครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการความคุ้มค่า ผู้ที่มองหาคุณภาพเสียงขั้นสูง หรือสายสปอร์ตและผู้ที่ชื่นชอบความสบายในการสวมใส่ตลอดวัน”

เริ่มต้นที่ CMF Clip Pro หูฟังไร้สายดีไซน์แบบ Open-Ear ครั้งแรกที่ Nothing และ CMF by Nothing วางจำหน่ายคลิปหนีบหูแบบเปิดตามหลักสรีรศาสตร์ น้ำหนักเบาเพียง 5.92 กรัมต่อข้าง ออกแบบด้วยแกน C-shaped ที่เสริมความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นสูงด้วยแกนลวดไทเทเนียม สวมใส่มั่นคงสบายหูตลอดวันโดยไม่บล็อกรูหู ช่วยให้ยังคงได้ยินเสียงรอบข้างเพื่อความปลอดภัยสูงสุดขณะทำกิจกรรม รุ่นนี้อัดแน่นด้วยสเปกเสียงทรงพลังผ่านไดรเวอร์ไดนามิกแม่เหล็กคู่ขนาด 10.8 มม. พร้อมเทคโนโลยี Ultra Bass Technology และรองรับระบบเสียง LDAC ทั้งยังมีระบบ Sound Seal ป้องกันเสียงรั่วไหลออกสู่ภายนอกเพื่อความเป็นส่วนตัว ด้านการสนทนามาพร้อมไมโครโฟน 4 ตัวทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผล VPU แยกเสียงพูดชัดเจน ตัวหูฟังใช้ Bluetooth 5.4 ทนทานด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 และเพิ่มความสะดวกด้วยเคสชาร์จที่มีปุ่ม Smart Dial สำหรับควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้ในตัว พร้อมรองรับแบตเตอรี่ใช้งานรวมสูงสุดถึง 32.5 ชั่วโมง CMF Clip Pro มาในราคา 3,999 บาท โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามมาด้วยหูฟังไร้สายรุ่นฮิต แต่รอบนี้มาพร้อมสีใหม่ CMF Buds Pro 2 หูฟังระดับโปรที่ยกระดับประสบการณ์ฟังเพลงไปอีกขั้น ด้วยระบบไดรเวอร์คู่ทรงพลัง (Dual Drivers) ประกอบด้วยไดรเวอร์เบสขนาด 11 มม. และไดรเวอร์ทวีตเตอร์ Micro-planar ขนาด 6 มม. พร้อมรองรับตัวแปลงสัญญาณเสียงคุณภาพสูง LDAC (Hi-Res Audio Wireless) และ Spatial Audio Effect ถ่ายทอดเสียงได้ละเอียดคมชัดสมจริงในทุกย่านความถี่ เสริมความเงียบสงบด้วยระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ Smart Hybrid Active Noise Cancellation สูงสุดถึง 50 dB ควบคู่กับโหมดรับเสียงภายนอก (Transparency Mode) และไมโครโฟนความละเอียดสูงถึง 6 ตัวพร้อมเทคโนโลยี Clear Voice Technology ขจัดเสียงรบกวนและเสียงลมขณะสนทนาได้อย่างหมดจด ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ตัวเคสชาร์จซึ่งมาพร้อมนวัตกรรม Smart Dial ที่ผู้ใช้สามารถหมุนปรับระดับเสียง หรือกดสั่งการเล่นเพลงและรับสายได้ทันที ตัวหูฟังรองรับ Bluetooth 5.3, มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP55 และแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานรวมสูงสุด 43 ชั่วโมง CMF Buds Pro 2 สีขาว สีดำและสีเขียวใหม่ล่าสุด พร้อมวางจำหน่ายในราคา 2,399 บาท และพร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ในขณะที่เตรียมวางจำหน่ายรุ่นสีชมพูภายในเดือนตุลาคม 2569 นี้

ปิดท้ายด้วยหูฟังราคาสุดคุ้มด้วยพังเสียงเกินต้าน CMF Buds Neo หูฟังไร้สายดีไซน์เก๋แบบสองสีทูโทนที่ถ่ายทอดความกะทัดรัดผ่านเคสชาร์จทรงสี่เหลี่ยมโค้งมนพร้อมดีไซน์ปุ่มหมุนอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ CMF มาพร้อมไดรเวอร์ไดนามิกขนาดใหญ่ 12.4 มม. (Titanium-coated PET Dome) ที่ถ่ายทอดเนื้อเสียงเบสได้หนักแน่นสะใจ คมชัดทุกมิติ เสริมด้วยเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนแบบปรับอัตโนมัติ (Adaptive Active Noise Cancellation) สูงสุด 35 dB และระบบเสียงมิติสมจริง Spatial Audio ตัวหูฟังใช้การเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0 ที่เสถียรรวดเร็ว รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ (Dual-Device Connection) ปรับแต่งแนวเสียงเพิ่มเติมผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X ได้อย่างอิสระ พร้อมระบบไมโครโฟน 4 ตัวช่วยให้คุยสายได้คมชัด และแบตเตอรี่ที่ใช้งานร่วมกับเคสชาร์จได้ยาวนานรวมสูงสุดถึง 52 ชั่วโมง รวมถึงรองรับระบบชาร์จเร็ว โดยวางจำหน่ายในราคา 1,099 บาท และเปิดให้เป็นเจ้าของได้ตั้งแต่วัน 4 ตุลาคม 2569



สำหรับผู้ที่สนใจหูฟังไร้สาย CMF by Nothing ทั้ง 3 รุ่นพร้อมให้คุณจับจองและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการทั้ง Shopee, Lazada, TikTok Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ชั้นนำ เช่น AIS, Banana, Dotlife, Power Buy และ True ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ







