ครั้งแรกในซีรีส์นี้! กับตัวเรือนไทเทเนียมและหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรุ่น fēnix 9 Pro
การ์มิน ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์จีพีเอสสมาร์ตวอตช์ระดับโลก เปิดตัว fēnix® 9 และ fēnix 9 Pro มัลติสปอร์ตสมาร์ตวอตช์ระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักกีฬาและผู้ชื่นชอบกิจกรรมเอาต์ดอร์ก้าวไปสู่ศักยภาพสูงสุด ตอบโจทย์ทั้งการฝึกซ้อมแบบมัลติสปอร์ต การพัฒนาสมรรถนะ กีฬาที่เน้นความอึดและความอดทน รวมถึงการใช้ชีวิตแบบแอ็กทิฟ โดยทั้งสองรุ่นได้รับการอัปเกรดที่สำคัญ ที่มาพร้อมฟีเจอร์ Garmin Epic วิธีใหม่ในการรวมกิจกรรมหลายรายการให้เป็นเรื่องราวเดียวที่สามารถแชร์ผ่าน Garmin Connect™ พร้อมด้วยข้อมูล Stamina ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยให้นักกีฬาปรับการฝึกซ้อมได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ fēnix 9 Pro มาพร้อมการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม1 และ LTE1,2 ในตัว ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถโทร ส่งข้อความ และส่งสัญญาณ SOS ได้โดยตรงจากข้อมือ

มิสซี่ยางผู้จัดการประจำการ์มินประเทศไทยกล่าวว่า “fēnix 9 และ fēnix 9 Pro ได้รับการออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาสมรรถนะและก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม นักกีฬาสามารถเข้าใจพัฒนาการด้านความอึดและวางแผนการฝึกซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยข้อมูล Stamina ขั้นสูง ขณะที่เครื่องมือนำทางช่วยให้ผู้ชื่นชอบกิจกรรมเอาต์ดอร์มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง นอกจากนี้ ฟีเจอร์ใหม่ Garmin Epic ยังเปลี่ยนกิจกรรมให้เป็นเรื่องราวที่ผู้ใช้งานสามารถย้อนกลับมาสัมผัสได้อีกครั้ง โดย fēnix สมาร์ตวอตช์ทั้งสองรุ่นจะช่วยให้ผู้ใช้งานก้าวข้ามขีดจำกัดและค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ๆ เรียกว่าสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้ใช้งานที่หันมาฝึกซ้อมหลากหลายรูปแบบมากขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ใช้งานในประเทศไทย สะท้อนจากข้อมูล Garmin Connect ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 พบว่า การฝึก HIIT มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 40% ตามด้วยการฝึกเสริมสร้างความแข็งแรงที่ 17% และการวิ่งที่ 8% การเติบโตของกิจกรรมทั้งที่เน้นความเข้มข้น ความแข็งแรง และความอึด สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบการฝึกซ้อมที่หลากหลาย รอบด้าน และมุ่งพัฒนาสมรรถนะมากยิ่งขึ้น”

fēnix 9 ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัด อัดแน่นด้วยเครื่องมือใหม่และฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับทั้งการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการสำรวจเส้นทางให้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม
ยกระดับทุกการฝึกซ้อมรองรับทุกการเคลื่อนไหว

- จอแสดงผลสว่างและตัวเรือนแข็งแกร่ง: หน้าจอ AMOLED สว่างกว่ารุ่นก่อนถึง 2 เท่า พร้อมเลนส์แซฟไฟร์ที่ทนต่อรอยขีดข่วน ปุ่มป้องกันการรั่วซึม และรองรับการดำน้ำลึกสูงสุด 40 เมตร
- ฟีเจอร์ Garmin Epic เปลี่ยนทุกกิจกรรมให้เป็นเรื่องราว: ไม่ว่าจะเป็นทริปเดินป่าหลายวัน การแข่งขันจักรยานแบบสเตจเรซ หรือแผนการฝึกความแข็งแรง ผู้ใช้สามารถรวมกิจกรรมที่บันทึกไว้ตลอดหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนให้เป็น “Epic” เดียว ดูข้อมูลสุขภาพและสมรรถนะในช่วงเวลานั้น เพิ่มภาพถ่าย และแชร์ให้เพื่อนหรือครอบครัวผ่าน Garmin Connect ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ติดตาม Stamina ได้ลึกยิ่งขึ้น: ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Stamina Zones และ Stamina Curve แสดงให้เห็นว่าความอึดเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตามพัฒนาการด้านความฟิตและประวัติการฝึกซ้อม ช่วยให้นักกีฬาประเมินจังหวะและบริหารพลังงานระหว่างทำกิจกรรมได้ดียิ่งขึ้น
- อินไซต์สำหรับการเล่นเครื่องกรรเชียงบก (Rowing Machine): ดูข้อมูลเพิ่มเติมเช่น VO2 Max และ Power Curve เพื่อประเมินความก้าวหน้า กำหนดเป้าหมาย และปรับความเข้มข้นของการฝึกซ้อมให้เหมาะสม3
- ฟีเจอร์ Rucking ที่ครอบคลุมกว่าเดิม: ปรับน้ำหนักสัมภาระระหว่างทำกิจกรรม ทำตามโปรแกรม GORUCK™
ได้โดยตรงจากนาฬิกา และตั้งค่าเป้าหมาย เช่น จำนวนแคลอรีที่ต้องการเผาผลาญ โดยรองรับน้ำหนักสัมภาระสูงสุด 100 กิโลกรัม

ให้ทุกการเคลื่อนไหวราบรื่นบนเส้นทางที่ชัดเจน
ผู้ใช้สามารถนำทางได้อย่างมั่นใจด้วยแผนที่แบบกำหนดเส้นทางได้ในตัว (Built-in Routable Maps) ที่ทำงานลื่นไหลและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ด้วย RAM ที่มากกว่า fēnix 8 ถึง 50% และ Map Engine รุ่นใหม่ที่ทรงพลังกว่าเดิม ทำให้การเลื่อนดูแผนที่รวดเร็วขึ้นสูงสุด 30% นอกจากนี้ Perspective View ใหม่ยังเพิ่มรายละเอียดของแผนที่ทั้งในระยะใกล้และเส้นทางที่อยู่ไกลออกไป ช่วยให้ผู้ใช้คาดการณ์สิ่งที่จะพบตลอดเส้นทางได้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมหน่วยความจำขนาด 64 GB ที่ช่วยให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแผนที่ได้มากกว่า fēnix 8 ถึง 2 เท่า และยังสามารถจัดเก็บเพลงโปรดไว้ได้สูงสุดถึง 7,000 เพลง
fēnix 9 Pro ต่อยอดฟีเจอร์ระดับพรีเมียมทั้งหมดจาก fēnix 9 พร้อมยกระดับด้วยดีไซน์ใหม่ ตัวเลือกการเชื่อมต่อโดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ หน้าจอระบบชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ โหมดไฟฉายเพิ่มเติม และฟังก์ชันที่หลากหลายยิ่งขึ้น
ดีไซน์ระดับพรีเมียมและสมรรถนะที่พร้อมสำหรับทุกกิจกรรม

- ตัวเรือนไทเทเนียมครั้งแรกในตระกูล fēnix: ผสานรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเข้ากับความแข็งแรงทนทาน โดยใช้เทคโนโลยี Nano-molding เชื่อมโลหะและพลาสติกเข้าด้วยกันในระดับโมเลกุล ช่วยผสานความแข็งแกร่งเข้ากับฟังก์ชันการใช้งาน ลดความหนาโดยรวม และคงน้ำหนักที่เบาสบาย
- หน้าจอ AMOLED สว่างสูงสุด 3,000 นิต: แสดงข้อมูลและแผนที่ได้อย่างคมชัดแม้อยู่กลางแจ้ง โดยรุ่น fēnix 9 Pro ขนาด 51 มม. มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.5 นิ้ว เป็นครั้งแรกของการ์มิน เพิ่มพื้นที่หน้าจอขึ้น 15% เมื่อเทียบกับ fēnix 8 โดยไม่เพิ่มขนาดตัวเรือน
- ตัวเลือกหน้าจอระบบชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์: fēnix 9 Pro บางรุ่นมาพร้อมหน้าจอระบบชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ได้นานหลายสัปดาห์
- ไฟฉายในตัวสำหรับการใช้งานยามค่ำคืน: เพิ่มโหมดแสงสีเขียวเพื่อช่วยรักษาการมองเห็นในที่มืด
ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ – Stay Connected
fēnix 9 Pro (เฉพาะรุ่น) รองรับการเชื่อมต่อ inReach2 ช่วยให้ผู้ใช้ติดต่อกับเพื่อนและครอบครัว รวมถึงขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากศูนย์ประสานงาน Garmin Response℠ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงได้จากข้อมือ โดยสามารถทำทั้งหมดนี้ได้แม้ไม่ได้พกโทรศัพท์ และนอกเหนือจากการโทร การส่งข้อความ และการส่งสัญญาณ SOS แล้ว แผนบริการ inReach ที่ยังใช้งานอยู่ยังรองรับความสามารถเพิ่มเติม ได้แก่
- การแจ้งเตือน LiveTrack ผ่านแอป Garmin Messenger™ ผ่านการเชื่อมต่อ LTE: แจ้งเตือนบุคคลใกล้ชิดเมื่อผู้ใช้เริ่มทำกิจกรรม พร้อมเปิดให้ติดตามกิจกรรมได้แบบเรียลไทม์ และช่วยให้ผู้ใช้ส่งข้อความถึงผู้รับที่เลือกไว้ล่วงหน้าได้อย่างรวดเร็ว
- Garmin Locate: เมื่อเชื่อมต่อ LTE บุคคลใกล้ชิดสามารถดูตำแหน่งของผู้ใช้ผ่านแอป Garmin Messenger
- ข้อมูลพยากรณ์อากาศผ่านดาวเทียม: รับข้อมูลพยากรณ์อากาศสำหรับตำแหน่งที่ระบุส่งตรงมายังนาฬิกาได้ทั้งผ่านดาวเทียมและ LTE
พร้อมลุยทุกกิจกรรมในสไตล์ของตัวเอง

สายอุปกรณ์เสริม ComfortFit รุ่นใหม่สำหรับ fēnix 9 และ fēnix 9 Pro ช่วยให้ผู้ใช้ปรับลุคได้ตามต้องการ ด้วยโครงสร้างผ้าแบบ Split-weave ที่ผสานความยืดหยุ่น ความทนทาน ความนุ่มสบาย และคุณสมบัติทนต่อความชื้นเข้ากับระบบ QuickFit จึงช่วยให้ปรับความกระชับและเปลี่ยนสายได้อย่างสะดวก
fēnix 9 และ fēnix 9 Pro มีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 43 มม. 47 มม. และ 51 มม. พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป โดย fēnix 9 มีราคาเริ่มต้น 33,490 บาท พร้อมระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 29 วันในโหมดสมาร์ตวอตช์สำหรับรุ่นขนาดใหญ่ที่สุด ขณะที่ fēnix 9 Pro มีราคาเริ่มต้น 36,990 บาท พร้อมระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 31 วัน ในโหมดสมาร์ตวอตช์สำหรับรุ่นที่มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ที่สุด ส่วนรุ่นระบบชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์มีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 57 วัน4 ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกสี รุ่นย่อย ช่องทางจัดจำหน่าย ฟีเจอร์ด้านสุขภาพและสุขภาวะตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ ได้ที่ Garmin.com/th-TH/
ติดตามข้อมูลต่าง ๆ จากการ์มินได้ที่ ศูนย์ข่าว และสามารถติดต่อทีมสื่อสารองค์กร รวมถึง @garmin_thailand บนโซเชียลมีเดีย และบล็อกของการ์มิน

1 fēnix 9 Pro รุ่นที่มาพร้อมการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมและ LTE ในตัวไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย
2จำเป็นต้องมีแผนบริการที่ยังใช้งานอยู่ทั้งนี้เครือข่าย LTE อาจไม่ครอบคลุมในทุกภูมิภาคการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมและฟังก์ชัน SOS บนอุปกรณ์นี้มีข้อจำกัดสำคัญเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ inReach รุ่นอื่นซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของฟีเจอร์การเชื่อมต่อและทำให้บางฟีเจอร์ไม่สามารถใช้งานได้ในบางสถานการณ์ผู้ใช้ควรตรวจสอบข้อกำหนดข้อจำกัดและบริการที่รองรับในพื้นที่ใช้งานหรือจุดหมายปลายทางเพื่อให้มั่นใจว่าสมรรถนะพื้นที่ครอบคลุมและระดับการให้บริการของอุปกรณ์เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งานดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ garmin.com/fenix9pro-requirements
3ต้องใช้งานร่วมกับเครื่องกรรเชียงบกที่ติดตั้ง Power Meter
4สำหรับการชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้สมมติฐานว่าสวมใส่ตลอดวันและอยู่กลางแจ้งภายใต้ความเข้มแสง 50,000 ลักซ์เป็นเวลา 3 ชั่วโมงต่อวัน







