เอซุส ภายใต้แบรนด์รีพับบลิค ออฟ เกมเมอร์ส (ROG) ประกาศวางจำหน่ายไลน์อัปเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ROG Zephyrus Series รุ่นปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้วในไทย นำทัพโดย ROG Zephyrus DUO เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก 2 หน้าจอ OLED ขนาด 16 นิ้วรุ่นแรกของโลก, ROG Zephyrus G16 ราชาเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Ultra Slim จอ OLED ขนาด 16 นิ้ว และ ROG Zephyrus G14 จอ OLEDขนาด 14 นิ้วที่แรงและน้ำหนักเบาที่สุด พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ! Early Bird Promotion ของ ROG Zephyrus DUO สำหรับลูกค้า 10 ท่านแรกที่ซื้อสินค้าและลงทะเบียนในช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 รับของแถมฟรีมูลค่ารวม 19,100 บาท ได้แก่ กระเป๋า ROG Slash Sleeve 4.0, เมาส์เกมมิ่ง ROG Harpe Ace Extreme, หูฟังเกมมิ่ง ROG Pelta และอัปเกรดประกันอุบัติเหตุ ASUS Perfect Warrantyรวมระยะเวลาคุ้มครองเป็น 3 ปีเต็ม ครอบคลุมค่าใช้จ่าย 100% เคลมได้ปีละ 1 ครั้ง

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ROG ได้เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านเกมมิ่งด้วยแนวคิดอันกล้าท้าทาย (For Those Who Move First) และความทุ่มเทต่อคอมมูนิตี้เกมเมอร์สทั่วโลก และในปี 2026 ROG ก็ได้เปิดตัว ROG Zephyrus DUO (GX651AX) ในวาระครบรอบ 20 ปีของ ROG โดยเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก 2 หน้าจอ OLED ขนาด 16 นิ้วรุ่นแรกของโลก ที่ใช้โปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุด Intel® Core™ Ultra 9 Processor 386H ที่มีจุดเด่นเรื่องการจัดการพลังงานในระดับดีเยี่ยม เพื่อให้สามารถใช้งานได้มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในระบบ 2 หน้าจอ แบตเตอรี่ไม่หมดเร็วเกินไป ความร้อนเกิดขึ้นน้อย โดยสามารถแบ่งโหมดการใช้พลังงานได้ 3 ระดับ (15W, 25W และสูงสุด 80W)และใช้การ์ดจอที่แรงที่สุดอย่าง NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 (VRAM 24GB GDDR7) ค่า TGP 150W 

มี RAM on board มาให้สูงสุด 64GB แบบ LPDDR5X-8533 MHz และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ M.2 SSD 2280 PCIe® 5.0 NVMe™ ที่มีความเร็วสูงสุดในปัจจุบันขนาด 2TB มาให้แล้ว 1 แถว สามารถอัปเกรด SSD ขนาดสูงสุด 2TB เพิ่มได้อีก 1 แถว โดยถ้าอัปเกรด SSD จะมีการวางน็อตเฉพาะจุดตรงกลางใต้เครื่องโน้ตบุ๊ก เพียงขันน็อตแค่ 2 ตัวก็เปิดช่องอัปเกรด SSD ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องขันน็อตเปิดฝาใต้เครื่องออกทั้งหมด

รวมทั้งจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของรุ่นนี้คือ หน้าจอ OLED แบบสัมผัส ความละเอียด 3K ขนาด 16 นิ้วแบบ 2 หน้าจอเครื่องแรกของโลก พร้อมอัปเกรดจอทั้ง 2 จอไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีอย่าง ROG Nebula HDR Display ที่ดีที่สุดของ ROG ให้ความสว่างของจอสูงสุดถึง 1,100 nits อัตราส่วนภาพ 16:10 รีเฟรชเรท 120Hz เวลาตอบสนอง 0.2ms อัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000: 1 ครอบคลุมพื้นที่สี DCI-P3 100% และความแม่นยำของสี Delta E < 1 พร้อมใช้งานได้ทันทีสำหรับทุกสถานการณ์ ตั้งแต่งานตัดต่อวิดีโอ งานภาพถ่ายระดับมืออาชีพ ไปจนถึงการเล่นเกมที่มีสีสันสดใสอย่างน่าทึ่ง หากใช้คู่กับปากกาสไตลัส ASUS Pen 3.0 SA205H ที่แถมมาให้ในกล่อง จะยิ่งช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานบนระบบจอสัมผัสของ ROG Zephyrus DUO ที่ราบรื่นในการจดบันทึกและสร้างสรรค์ผลงานมากยิ่งขึ้นไปอีก

อีกทั้ง ROG Zephyrus Duo (GX651AX) ยังโดดเด่นมากๆ ด้วยการรองรับ 5 โหมดการใช้งาน ได้แก่ โหมดใช้งานหน้าจอเดียว (Laptop Mode), โหมดหน้าจอคู่ (Dual Screen Mode), โหมดหนังสือ (Book Mode) แบบแนวตั้ง 90 องศา, โหมดแชร์หน้าจอ (Sharing Mode) วางแนวนอนได้ถึง 180 องศา เพื่อแชร์จอให้เพื่อนเห็น และโหมดกางเต็นท์ (Tent Mode) ทำให้คุณสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 ฝั่งได้อย่างสบายๆ รองรับการเล่นเกมแบบ 2 ฝั่ง (เช่น เกม Street Fighter, EAFC เป็นต้น) 

แถมตัวคีย์บอร์ดรองรับระบบไร้สาย (Wireless Mode) ที่ถือใช้งานห่างจากตัวเครื่องสูงสุดได้ถึง 10 เมตร เรียกได้ว่านี่คือเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่แปลงร่างได้เก่งที่สุด ฉีกกฎการใช้โน้ตบุ๊กแบบเดิมๆ ด้วยนวัตกรรมที่มากที่สุดในเกมมิ่งโน้ตบุ๊กปี 2026

ตัวเครื่องสี Stellar Grey วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยด์ระดับพรีเมียม ผ่านกระบวนการ CNC-machined อย่างพิถีพิถัน ด้วยความปราณีตขั้นสุด ฝาหลังโน้ตบุ๊กมีแถบไฟ Slash Lighting มีเอฟเฟ็กต์แอนิเมชันสำเร็จรูปมาให้ถึง 15 รูปแบบ รวมถึงโหมด Sonic Match ที่สามารถซิงก์กับเสียงเพลงโปรดของคุณโดยอัตโนมัติ พร้อมกล้องหน้าความละเอียด FHD 1080P และมีระบบ IR Camera for Windows Hello ตั้งค่าสแกนใบหน้าเพื่อล็อกอินเข้าระบบได้

ตัวเครื่องระบายความร้อนด้วยเทคโนโลยี ROG Intelligent Cooling ซึ่งเป็นชุดส่วนประกอบที่ทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน เพื่อให้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงมีความเย็นและเงียบ โดยภายในประกอบด้วยห้องไอน้ำ Vapor Chamber ครอบคลุมเมนบอร์ดถึง 45%, เทคโนโลยี Dual Fans พัดลม 2 ตัว ที่มีประสิทธิภาพในการดึงเอาความร้อนออกจากชิปโปรเซสเซอร์ได้ดีที่สุดในปัจจุบัน และ Graphite Nano-Insulated Film ที่ติดตั้งระหว่างเมนบอร์ดกับจอแสดงผล ซึ่งจะช่วยให้หน้าจอ OLED เกิดความร้อนน้อยลงเวลาสัมผัส

ระบบเสียง Dolby Atmos มีลำโพง 6 ตัว ประกอบด้วย Speakers (dual-force woofer) 4 ตัว และ Tweeters 2 ตัว ช่วยเพิ่มระดับเสียงที่ดังขึ้นและชัดเจนขึ้น และในรุ่นนี้ยังมีระบบ AI Noise Cancellation ตัดเสียงรบกวนแบบสองทางขั้นสูง เพื่อให้การสื่อสารทั้งตอนประชุมและเล่นเกมราบรื่น

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 90 Whr รองรับการชาร์จเร็วจาก 0-50% ในเวลาเพียง 30 นาที (เฉพาะเมื่อใช้กับอะแดปเตอร์หลักเท่านั้น) พร้อมทั้งมี Port USB Type-C รองรับ PD Charge สูงสุดที่ 100W มีระบบเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi 7 + Bluetooth 6.0 ที่รวดเร็วที่สุดบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กในปัจจุบัน โดยใช้ระบบ Wi-Fi ด้วยการกระจายสัญญาณแบบ Metal Cavity Antenna รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ช่วยแก้ข้อจำกัดของสัญญาณในโครงเครื่องโลหะทั่วไป ทำให้ได้ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้น และส่งสัญญาณทะลุผ่านสิ่งกีดขวางได้ดียิ่งขึ้นแม้ในระยะไกล ดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ในอาคารหลายชั้น ROG Zephyrus Duo ก็ยังคงเชื่อมต่อได้อย่างเสถียร ไม่มีสะดุด

ROG Zephyrus DUO (GX651AX) วางจำหน่ายราคา 235,990 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ! Early Bird Promotion ของ ROG Zephyrus DUO สำหรับลูกค้า 10 ท่านแรกที่ซื้อสินค้าและลงทะเบียนในช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 รับของแถมฟรีมูลค่ารวม 19,100 บาท ได้แก่ กระเป๋า ROG Slash Sleeve 4.0, เมาส์เกมมิ่ง ROG Harpe Ace Extreme, หูฟังเกมมิ่ง ROG Pelta และอัปเกรดประกันอุบัติเหตุ ASUS Perfect Warrantyรวมระยะเวลาคุ้มครองเป็น 3 ปีเต็ม ครอบคลุมค่าใช้จ่าย 100% เคลมได้ปีละ 1 ครั้ง

นอกจากนี้ ROG พร้อมวางจำหน่าย ROG Zephyrus G16 หน้าจอ OLED ขนาด 16 นิ้ว รุ่นปี 2026 โดยเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องความแรง ความบาง และดีไซน์พรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่พกพาได้สะดวก สามารถนำไปเล่นเกมและทำงานระดับมืออาชีพได้อีกด้วย ตัวเครื่องบางเพียง 1.49 ซม. น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.95 กก. โดยมีรุ่นแนะนำจำนวน 2 รุ่น ดังนี้

  • ROG Zephyrus G16 (GU606AW-TB118WA) ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra 9 Processor 386H, การ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 5080 (VRAM 16GB GDDR7, TGP 160W), RAM 32GB (LPDDR5X-8533 on board), SSD 1TB PCIe® 4.0 NVMe™ M.2 2280 สามารถอัปเกรดเพิ่มได้ 1 แถว, ตัวเครื่องสี Platinum White ราคา 159,990 บาท
  • ROG Zephyrus G16 (GU606AR-TB056WA) ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra 9 Processor 386H, การ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 5070 Ti (VRAM 12GB GDDR7, Max TGP 140W), RAM 32GB (LPDDR5X-8533 on board), SSD 1TB PCIe® 4.0 NVMe™ M.2 2280 สามารถอัปเกรดเพิ่มได้ 1 แถว, ตัวเครื่องสี Eclipse Gray ราคา 139,990 บาท

โดยหน้าจอของทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็น ROG Nebula HDR Display โดยเป็นจอ OLED ความละเอียด 2.5K (2560 x 1600, WQXGA) ขนาด 16 นิ้ว อัตราส่วน 16:10 พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 240Hz เวลาตอบสนอง 0.2ms และ NVIDIA® G-SYNC ป้องกันภาพฉีกขาด ความสว่างจอสูงสุด 1,100 nits ครอบคลุมพื้นที่สี DCI-P3 100% ความแม่นยำของสีที่ Delta E < 1 ซึ่งจะช่วยให้แสดงผลใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด รองรับระบบ Dolby Vision และผ่านการรับรองมาตรฐาน VESA HDR True Black 1000 ที่เป็นมาตรฐาน HDR ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับจอ OLED และ Micro LED โดยเน้นการแสดงผลสีดำที่ลึกและคอนทราสต์ที่สูงกว่า Display HDR ปกติที่ใช้กับจอ LCD ตัวหน้าจอใช้วัสดุกระจกนิรภัยระดับพรีเมียมจาก Corning® Gorilla® Glass DXC ที่มีคุณสมบัติลดแสงสะท้อนที่ยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งทนทานต่อการขีดข่วนสูง

ระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling ประกอบด้วยห้องไอน้ำ Vapor Chamber ครอบคลุมถึง 42% เทคโนโลยี Dual Fans พัดลม 2 ตัว มีความบางใบพัดเพียง 0.1 มม. มีระบบกรองฝุ่น (Dust Filter) ตรงฝาปิดใต้เครื่องเพื่อให้ CPU และ GPU ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งดีไซน์ช่องระบายความร้อนให้สามารถรับลมเย็นเพิ่มขึ้นได้ถึง 11.4% (Airflow Rate) ขนาดแบตเตอรี่ 90 Whr และมีระบบเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi 7 + Bluetooth 5.4

รวมทั้ง ROG ก็ยังมี ROG Zephyrus G14 (GA403GM) สำหรับลูกค้าท่านใดที่กำลังมองหาเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่เร็วแรง เครื่องบาง และมีน้ำหนักเบาที่สุด ขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว วางจำหน่ายในราคา 92,990 บาท โดยมีรายละเอียดสเปก ได้แก่

โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ AI 9 465 Processor, การ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 5060 (VRAM 8GB GDDR7, TGP 100W), RAM On board 32GB (LPDDR5X-7500 on board), SSD 1TB PCIe® 4.0 NVMe™ M.2 2280 จำนวน 1 แถว ถ้าจะอัปเกรดต้องถอดของเก่าออก, ตัวเครื่องสี Eclipse Gray

หน้าจอ ROG Nebula HDR Display จอ OLED ความละเอียด 3K (2880 x 1800 px) ขนาด 14 นิ้ว อัตราส่วน 16:10 อัตรารีเฟรชเรท 120Hz เวลาตอบสนอง 0.2ms และ NVIDIA® G-SYNC ป้องกันภาพฉีกขาด ความสว่างจอสูงสุด 1,100 nits ครอบคลุมพื้นที่สี DCI-P3 100% ความแม่นยำของสีที่ Delta E < 1 ซึ่งจะช่วยให้แสดงผลใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด รองรับระบบ Dolby Vision และผ่านการรับรองมาตรฐาน VESA HDR True Black 1000

น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.50 กก. มีความบางเพียง 1.59 ซม. ขนาดแบตเตอรี่ 73 Whr และเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi 7 + Bluetooth 5.4

โดยสินค้า ROG Zephyrus รุ่นปี 2026 ทุกรุ่น มาพร้อมกับการรับประกัน ASUS Exclusive Care ให้ความครอบคลุม เพิ่มความอุ่นใจยิ่งขึ้น ได้แก่

  • 3 years On-site Service ประกัน 3 ปีซ่อมถึงที่ภายในประเทศ
  • 3 years Global warranty ประกัน 3 ปีเข้าศูนย์ ASUS ได้มากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก 
  • 1 year Perfect warranty ประกัน 1 ปีในกรณีเครื่องเกิดอุบัติเหตุครอบคลุมค่าอะไหล่ 80%

ลูกค้าสามารถหาซื้อ ROG Zephyrus รุ่นปี 2026 ทุกรุ่น ได้ผ่านร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และช่องทางการจำหน่าย ดังนี้

  • ASUS Exclusive Storeสาขาเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลเชียงราย, เซ็นทรัลชลบุรี, เซ็นทรัลขอนแก่น, เซ็นทรัลนครราชสีมา, เซ็นทรัลระยอง, เซ็นทรัลเชียงใหม่, เซ็นทรัลนครศรีธรรมราช, สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์และเซ็นทรัลพิษณุโลก

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook https://www.facebook.com/ASUSROG.TH