ในโลกที่รูปทรงถูกกำหนดด้วยการสัมผัส และวัสดุสามารถสื่อสารได้ทรงพลังไม่แพ้เสียง Bang & Olufsen ขอนำเสนอผลงานสองรุ่นสุดท้ายในซีรีส์ Atelier ฉลองครบรอบ 100 ปี จำนวน 5 ชิ้น ได้แก่ Beolab 90 Monarch Edition และ Beolab 90 Zenith Edition ต่อเนื่องจากรุ่น Titan, Shadow และ Mirage ผลงานเหล่านี้ได้ยกระดับลำโพงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ไม้ที่ขึ้นรูปอย่างประณีต อะลูมิเนียมขัดเงา และรายละเอียดที่ประกอบอย่างพิถีพิถัน เผยให้เห็นถึงพื้นผิว สัมผัส และงานฝีมือ ซึ่งกลายเป็นภาษาของการออกแบบอย่างแท้จริง

Beolab 90 Monarch Edition: ออกแบบขึ้นอย่างประณีตด้วยไม้โรสวูด

ลำโพง Beolab 90 รุ่น Monarch เป็นงานที่สะท้อนถึงความประณีตของพื้นผิววัสดุ และมรดกการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สไตล์เดนมาร์ก แผ่นไม้โรสวูดที่จัดวางในมุมเฉียง และองค์ประกอบอลูมิเนียมที่ผ่านการตกแต่งอย่างประณีต เปลี่ยนลำโพงที่โดดเด่นนี้ให้กลายเป็นวัตถุเชิงประติมากรรมที่มีความลื่นไหลและงดงาม

• ไม้ที่เคลื่อนไหว: แผ่นไม้โรสวูดที่ถูกจัดวางทั้งแบบเอียงและโค้ง รับกับรูปทรงของตู้อลูมิเนียม สร้างจังหวะแบบรอบทิศทาง 360 องศา ที่สะท้อนถึงผ้าคลุมแบบคลาสสิก พร้อมเพิ่มมิติของพื้นผิวและความรู้สึกเมื่อสัมผัส

• ปมเชือกไดนามิก: ปมไม้จำนวนหกจุดเชื่อมแผ่นไม้เข้าด้วยกัน โดยปมด้านหน้ามีลวดลายเส้นแสงที่ลอดผ่านเนื้อไม้เล็กน้อย ช่วยเพิ่มมิติและความน่าสนใจทางสายตา

• ความต่อเนื่องของสถาปัตยกรรม: วงแหวนด้านบนทำจากไม้โรสวูดเนื้อแข็งโอบล้อมตัวลำโพง ขณะที่แผงฐานด้านล่างยังคงลวดลายแบบลาเมลลา (lamella) เพื่อเชื่อมต่อองค์ประกอบจากด้านบนสู่ด้านล่างให้เป็นรูปทรงประติมากรรมที่ต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียว

• การเลือกใช้วัสดุ: ความตัดกันระหว่างไม้โรสวูดโทนอุ่นและส่วนครอบอลูมิเนียมสีโอเคอร์ช่วยเน้นให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างวัสดุธรรมชาติและวัสดุและวัสดุสังเคราะห์

มิติของระบบเสียง: ส่วนที่เป็นผ้ากึ่งโปร่งแสงช่วยให้มองเห็นไดรเวอร์ของเสียงที่อยู่ด้านหลัง สามารถผสานทั้งด้านการใช้งานและความสวยงามเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

ลำโพงรุ่น Monarch เป็นการเฉลิมฉลองมรดกด้านงานฝีมือแบบเดนมาร์กของ Bang & Olufsen โดยจังหวะของแผ่นไม้ลาเมลลา (lamella) และปมไม้ที่ถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน ช่วยสร้างความรู้สึกของการเคลื่อนไหวรอบตัวลำโพง แต่ละองค์ประกอบได้ถูกออกแบบมาเพื่อนำสายตา ทำให้ Beolab 90 กลายเป็นวัตถุที่ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในด้านรูปลักษณ์และคุณภาพเสียง

Beolab 90 Zenith Edition: บทเพลงแห่งไข่มุก

ลำโพง Beolab 90 รุ่น Zenith เป็นผลงานที่สะท้อนความประณีตของพื้นผิวและความงดงามเชิงประติมากรรม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความเชี่ยวชาญระดับ Atelier ของ Bang & Olufsen เม็ดอะลูมิเนียมนับพันและการฝังมุกอย่างประณีต ได้เปลี่ยนลำโพงที่โดดเด่นนี้ให้กลายเป็นผลงานที่เปล่งประกายและสัมผัสได้อย่างมีมิติ

• โครงสร้างแบบไข่มุก: แผงทั้ง 6 แผง ประกอบด้วยทรงกลมอะลูมิเนียมชุบอะโนไดซ์ 289 ชิ้น จัดเรียงใน 7 เฉดสีที่ออกแบบเฉพาะโดยได้แรงบันดาลใจจากไข่มุก สร้างพื้นผิวที่แวววาวและสะท้อนแสง ซึ่งโต้ตอบกับแสงและสภาพแวดล้อมโดยรอบ

• ความประณีตของหน้ากาก: หน้ากากอะลูมิเนียมที่ผ่านการขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรถูกพ่นผิวแบบ pearl blasted และชุบอโนไดซ์เป็นสีเทาเข้ม เพื่อให้มีลักษณะคล้ายเปลือกหอยนางรม

• แผ่นฝาด้านบนแบบฝัง: แผ่นฝังมุกทรงกลม ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับลูกทรงกลมอะลูมิเนียม ประดับอยู่บนลำโพง ทำหน้าที่เป็นจุดเด่นที่เปล่งประกาย และช่วยเสริมองค์ประกอบโดยรวมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

รูปทรงของประติมากรรม: แผงด้านข้างถูกออกแบบให้โค้งรับไปตามแนวของตัวตู้ลำโพง สะท้อนรูปทรงเชิงสถาปัตยกรรมของลำโพง และผสานพื้นผิวเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว

• ความกลมกลืนของวัสดุ: ส่วนครอบอะลูมิเนียมขัดเงาและผ้ากึ่งโปร่งแสงช่วยสร้างสมดุลทั้งด้านภาพลักษณ์และเสียง ทำให้ดีไซน์ของลำโพงมีความโดดเด่นและสัมผัสได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว

ลำโพงรุ่น Zenith ถ่ายทอดการเล่นกับแสงสะท้อนและพื้นผิวอย่างละเมียดละไม ราวกับมีชีวิต พื้นผิวที่ซ้อนเลเยอร์และการผสานระหว่างผิวเงาและผิวด้านช่วยจับแสงในรูปแบบที่แตกต่างกันตลอดทั้งวัน สร้างมิติทางสายตาที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งสอดรับกับความเป็นเลิศด้านเสียงภายใน และยกระดับลำโพง Beolab 90 ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่กระตุ้นประสาทสัมผัสได้หลากหลายด้าน

การเดินทางครบรอบ 100 ปี: การสานต่อและเติมเต็มชุดผลงานชิ้นเอกของ Atelier

ลำโพง Beolab 90 รุ่น Monarch และ Zenith เป็นการเติมเต็มซีรีส์ Anniversary Editions ทั้ง 5 รุ่นของ Bang & Olufsen โดยเข้าร่วมกับรุ่น Shadow, Mirage และ Titan ในฐานะผลงานที่สะท้อนเอกลักษณ์ของงานฝีมือ Atelier ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ แต่ละรุ่นยังคงรักษาประสิทธิภาพด้านเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Beolab 90 เอาไว้ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยลำโพงเฉพาะทางจำนวน 18 ตัว และเทคโนโลยีการควบคุมทิศทางเสียงขั้นสูง (beam-forming) พร้อมทั้งนำเสนอการตีความใหม่ในด้านพื้นผิว แสง สี และรูปทรง ทั้ง 5 รุ่นนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงแห่งเสียงอันไพเราะตลอดหนึ่งศตวรรษ โดยผลิตในจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 10 คู่เท่านั้น ลำโพงแต่ละคู่มาพร้อมกับใบรับรอง และเมื่อมีการสั่งซื้อ นักสะสมจะได้รับประติมากรรม Beolab 90 ขนาดเล็กที่ทำจากอะลูมิเนียมในรุ่นเดียวกัน บรรจุในกล่องอะลูมิเนียมแบบสั่งทำพิเศษ ยิ่งตอกย้ำสถานะของผลงานชิ้นนี้ในฐานะไอเท็มสำหรับนักสะสมอย่างแท้จริงในประวัติศาสตร์ของ Bang & Olufsen

เปิดตัวที่ร้าน Bang & Olufsen สาขา San Francisco Culture Store

หลังจากการเปิดตัวรุ่น Shadow และ Mirage Editions ที่ Bang & Olufsen สาขา San Francisco Culture Store ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ลำโพง Beolab 90 รุ่น Monarch และ Zenith เตรียมพร้อมปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในสถานที่เดียวกัน ซึ่งร้านดังกล่าวเป็นโชว์รูมที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ Bang & Olufsen จะเป็นเจ้าภาพจัดแสดงรุ่นใหม่เหล่านี้ในช่วงเริ่มต้นของทัวร์ระดับโลก โดยมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบงานศิลปะด้านเสียงคุณภาพสูงได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด