เสียวหมี่ ประเทศไทย ขอส่งต่อความแข็งแกร่งระดับไททัน แก่ผู้ให้บริการ Grab / LINE MAN / Bolt (Rider & Driver) ทุกท่านในการทำหน้าที่ส่งต่อความสุขในทุกสภาวะอากาศและสถานการณ์ด้วย REDMI Note 15 Series ที่มาพร้อมความทนทานต่อแรงกระแทกถึง 2.5 เมตร ผ่านการรับรองกันน้ำ 24 ชม. ที่ความลึก 2 เมตร โดยมอบส่วนลดทันที 5%1 เมื่อซื้อ REDMI Note 15 Series ทุกรุ่นตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569 ที่ Xiaomi Store หรือที่เว็บไซต์ www.mi.com/th15 เพียงกดรับโค้ดส่วนลดในแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการของตนเอง แล้วมาแสดงหน้าร้านหรือกรอกลงในเว็บไซต์ก่อนขั้นตอนการชำระเงิน

REDMI Note 15 Series สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากเสียวหมี่ ซึ่งประกอบไปด้วย REDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G, REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 มาพร้อมประสิทธิภาพความทนทานระดับไททันในทุกรุ่น และถูกออกแบบมาเพื่อรับมือทุกความท้าทายในชีวิตประจำวัน มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่จุใจให้คุณใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G ให้ขนาดความจุ 6500mAh และ REDMI Note 15 Pro 5G ให้แบตเตอรี่ขนาด 6580mAh 

นอกจากนี้สมาร์ทโฟนรุ่น Pro ยังใช้แบตเตอรี่ SiC ที่จะทำงานร่วมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge เพื่อช่วยคงความจุของแบตเตอรี่ไว้ได้ 80% หรือมากกว่าหลังผ่านการชาร์จมาแล้วกว่า 1,600 รอบ ซึ่งเทียบเท่าการใช้งานทั่วไปที่ยาวนานประมาณ 6 ปี3 ในขณที่ REDMI Note 15 5G ใช้แบตเตอรี่ SiC ขนาดความจุ 5520mAh2 และ REDMI Note 15 ให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุถึง 6000mAh2 ทั้งนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ยังรองรับการชาร์จแบบย้อนกลับเพื่อแบ่งปันพลังงานให้กับอุปกรณ์อื่นได้อีกด้วย4

ทั้งนี้สมาร์ทโฟนรุ่น Pro ทั้งสองรุ่นยังยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยการรับรองประสิทธิภาพระดับพรีเมียมจาก SGS Premium Performance5 ในด้านการความทนต่อการตกกระแทก การกดทับ และการงอ และเพิ่มความแกร่งยิ่งขึ้นด้วยโครงสร้าง REDMI Titan ที่ผสานเข้ากับแผงวงจรหลักที่มีความแข็งแรงสูง เฟรมกลางที่เสริมความทนทาน และโครงสร้างดูดซับแรงกระแทกหลายชั้น เสริมด้วยกระจกหน้าจอ Corning® Gorilla® Glass Victus®2 จึงทำให้สามารถรองรับการตกจากความสูงได้ถึง 2.5 เมตร6 ทั้งนี้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในซีรีย์ก็ใช้โครงสร้างที่แข็งแรงทนทานซึ่งผ่านการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทกจาก SGS7 เช่นกันจึงมอบการปกป้องขั้นสุดให้คุณใช้งานได้อย่างไร้กังวล 

นอกจากนี้ประสิทธิภาพในการกันน้ำและฝุ่นก็ไม่เป็นสองรองใคร โดยในรุ่น Pro นั้นผ่านมาตรฐาน IP66, IP68, IP69 และ IP69K8 และทนต่อการแช่น้ำลึกได้สูงสุด 2 เมตรนานถึง 24 ชั่วโมง9 โดยมีองค์ประกอบในการกันน้ำที่ออกแบบมาอย่างแม่นยำถึง 17 จุด ในการป้องกันขั้นสุด ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ก็ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับน้ำกระเซ็นและน้ำหกเช่นกัน ทั้งนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์ยังใช้เทคโนโลยี Wet Touch 2.0 ที่ช่วยให้หน้าจอยังคงตอบสนองได้อย่างแม่นยำแม้หน้าจอหรือนิ้วมือจะเปียกก็ตาม 

REDMI Note 15 Series ได้รับออกแบบมาเพื่อมอบความคมชัดเหนือระดับในทุกการภาพถ่าย พร้อมการอัปเกรดการถ่ายภาพแบบครบวงจรให้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์ ด้วยการผสานรวมของเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง ระยะโฟกัสที่หลากหลาย และการถ่ายภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูงไว้ในกลุ่มเดียวกัน โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ให้กล้องความละเอียดสูงถึง 200MP ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ให้กล้องคมชัดความละเอียด 108MP

ทั้งนี้สมาร์ทโฟนในซีรีย์นี้นั้นขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่จาก Snapdragon และ MediaTek เพื่อประสิทธิภาพที่รวดเร็วและลื่นไหลยิ่งขึ้น พร้อมยังให้หน้าจอขนาดใหญ่และความคมชัดมากยิ่งขึ้น REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ใช้หน้าจอขนาด 6.83 นิ้ว ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ใช้หน้าจอขนาด 6.77 นิ้ว คุณจึงสามารถรับชมความบันเทิงได้แบบเกือบไร้ขอบจอ รวมไปถึงการเพิ่มการใช้งานที่ดื่มด่ำยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มระดับความดังของเสียงได้สูงสุดถึง 400%10 ในสามาร์ทโฟนรุ่น Pro และ 300% ในรุ่นอื่น เพื่อให้คุณรับชมรับฟังได้อย่างเต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น11

ผู้ให้บริการ Grab / LINE MAN / Bolt (Rider & Driver) ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของ REDMI Note 15 Series ทุกรุ่นและรับส่วนลดพิเศษ 5%1 ได้แล้ววันนี้ ถึง 31 มกราคม 2569 เพียงกดรับโค้ดส่วนลดในแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการของตนเอง แล้วมาแสดงหน้าร้านหรือกรอกลงในเว็บไซต์ก่อนขั้นตอนการชำระเงิน ที่ www.mi.com/th และ Xiaomi Store15 56 สาขาที่ร่วมรายการดังนี้ 

กระบี่

  • เซ็นทรัล กระบี่

กรุงเทพมหานคร

  • ซีคอนบางแค
  • ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
  • เซ็นทรัล บางนา
  • เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
  • เซ็นทรัล พระราม 2
  • เซ็นทรัล พระราม 3
  • เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์
  • เซ็นทรัลเวิลด์
  • ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค
  • เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
  • เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค
  • บิ๊กซี พระราม 2
  • บิ๊กซี รัชดาภิเษก
  • ฟอร์จูนทาวน์
  • แฟชั่นไอส์แลนด์
  • แฟชั่นไอส์แลนด์ 2
  • เมกาบางนา
  • โรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง
  • วัน แบงค็อก
  • สยามพารากอน

ฉะเชิงเทรา

  • ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา

ชลบุรี

  • เซ็นทรัล ชลบุรี
  • เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช ชลบุรี
  • โรบินสันไลฟ์สไตล์ อมตะนคร

เชียงราย

  • เซ็นทรัล เชียงราย

เชียงใหม่

  • เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่
  • บิ๊กซี หางดง
  • เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ชอปปิ้ง เซ็นเตอร์ เชียงใหม่
  • โลตัส เชียงใหม่ รวมโชค

นครปฐม

  • เซ็นทรัล นครปฐม
  • เซ็นทรัล ศาลายา

นครราชสีมา

  • เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ โคราช (นครราชสีมา)
  • เทอร์มินอล 21 โคราช

นครศรีธรรมราช

  • เซ็นทรัล นครศรีธรรมราช

นครสวรรค์

  • เซ็นทรัล นครสวรรค์

นนทบุรี

  • เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ
  • เซ็นทรัล เวสต์เกต
  • เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์
  • เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน
  • โรบินสัน ศรีสมาน

ปทุมธานี

  • ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 2
  • ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3
  • ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต

ภูเก็ต

  • บิ๊กซี ภูเก็ต
  • โรบินสันไลฟ์สไตล์ ถลาง

ระยอง

  • เซ็นทรัล ระยอง
  • ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น

ราชบุรี

  • โลตัส บ้านโป่ง

ลพบุรี

  • บิ๊กซี ลพบุรี

สกลนคร

  • โรบินสัน สกลนคร

สงขลา

  • เซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่

สมุทรปราการ

  • บิ๊กซี อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง
  • มาร์เก็ต วิลเลจ สุวรรณภูมิ

สุพรรณบุรี

  • โรบินสันไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี

สุราษฎร์ธานี

  • เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี

REDMI Note 15 Series ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมีดังต่อไปนี้

  • REDMI Note 15 Pro+ 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB12 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mocha Brown, Glacier Blue และ Black13 วางจำหน่ายในราคา 14,990 บาท15
  • REDMI Note 15 Pro 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium Color14, Mist Purple และ Black13 โดยรุ่นความจุ 12GB+512GB12 วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท และรุ่นความจุ 8GB+256GB12 วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท15
  • Redmi Note 15 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB12 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Mist Purple และ Black13 โดยวางจำหน่ายในราคา 8,499 บาท15
  • Redmi Note 15 รุ่นความจุ 8GB+256GB12 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Purple และ Black13 โดยวางจำหน่ายในราคา 6,699 บาท15