Samsung Galaxy Fold สมาร์ทโฟนกึ่ง tablet แห่งโลกอนาคต ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว โดยในอดีตอุปกรณ์แบบนี้เคยปรากฏอยู่แค่ในหนัง Sci-fi เท่านั้น โดยหลายคนอาจคิดว่าอีกนานกว่าจะมีอุปกรณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริง แต่ว่าไม่ใช่ เพราะตอนนี้บริษัท AT&T ได้เปิดให้ pre-order เจ้า Samsung Galaxy Fold แล้วในราคา 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 63,600 บาท) ซึ่งถือว่าราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจซื้อนั้น เราควรศึกษาข้อมูลของเจ้าสมาร์ทโฟนตัวดังกล่าวก่อนทั้งข้อมูลสเปคและข้อมูลอื่นๆของตัวเครื่อง ในวันนี้เราจึงสรุปข้อมูลที่สำคัญ 12 ข้อ เกี่ยวกับเจ้า Samsung Galaxy Fold มาให้ทุกคนได้อ่านกัน

1.ช่วงบริเวณรอยพับของตัวเครื่องนั้นจะสามารถเห็นได้ชัดเจน

อย่างที่เราสังเกตเห็นได้ในรูปว่าเราจะเห็นบริเวณรอยพับตรงกลางอย่างชัดเจน ซึ่งเวลาเราสไลด์หน้าจอ บริเวณรอยพับนั้นอาจจะทำให้เกิดความรำคาญเล็กน้อย แต่รอยดังกล่าวนั้นไม่เป็นอุปสรรคในการดูรูปหรือวิดิโอแต่อย่างใด ทำให้อาจต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งเพื่อให้เราชินกับรอยดังกล่าวได้

2.นี่จะเป็นสมาร์ทโฟนที่มีน้ำหนักมากที่สุดที่เคยมีมา

ดูจากขนาดของตัวเครื่องแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่มันจะเป็นสมาร์ทโฟนที่มีน้ำหนักมากที่สุด

เปรียบเทียบน้ำหนักสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ

  • Galaxy Fold: 263 กรัม
  • Galaxy S10+: 175 กรัม
  • iPhone XS Max: 208 กรัม
  • Pixel 3 XL: 184 กรัม
  • OnePlus 6T: 185 กรัม

ซึ่งทำให้มันไม่ใช่สมาร์ทโฟนที่พกพาสะดวกเท่าไหร่นัก อีกทั้งความหนาของเจ้า Galaxy Fold ตอนพับอยู่นั้นเหมือนกับมีโทรศัพท์ 2 เครื่องวางทับกันอยู่ จึงทำให้พกพาใส่กระเป๋ากางเกงไม่ค่อยสะดวกนัก

3.Samsung ทำแกนพับออกมาได้ค่อนข้างดี

โดยแกนพับนั้นถือว่าแข็งแรงพอสมควร เพราะเวลาเรากางเจ้า Galaxy Fold ออกมาสุด มันจะมาอยู่ที่ 180 องศาพอดีเป๊ะ และเวลาปิดไปประกบกันสุดจะมีเสียงคลิ๊กให้เรารู้ด้วย ส่วนด้านความทนทานถือว่าทำออกมาได้ดีสังเกตจากไฟล์ GIF ด้านล่าง

4.นิ้วเราอาจจะพลาดไปโดนปุ่ม Bixby อยู่บ่อยครั้ง

เพราะ ปุ่ม Bixby กับปุ่มสแกนลายนิ้วมือนั้นเป็นปุ่มเดียวกัน ทำให้เวลาปลดล็อคตัวเครื่องจะทำให้เราได้ยินเสียง Bixby อยู่บ่อยครั้ง (สำหรับบางคนที่ยังไม่รู้ Bixby เป็น Assistant AI ของ Samsung ที่คล้ายกับ Google Assistant หรือ Siri ของไอโฟนนั่นเอง)

แต่ปัญหานี้ก็สามารถแก้ไขได้ เพราะ One UI เวอร์ชั่นใหม่ของ Samsungสามารถปรับฟังก์ชั่นการทำงานของ Bixby ได้แล้ว ซึ่งหากเราปรับให้ต้องกดปุ่ม 2 ครั้ง Bixby ถึงจะทำงาน เรื่องนี้ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

5.Samsung Galaxy Fold จะมีแบตเตอรี่อยู่ทั้ง 2 ด้าน

เจ้า Galaxy Fold นั้นจะมีแบตเตอรี่ถึง 2 อัน และมันจะเชื่อมกันผ่านแกนพับ ซึ่งความจุแบตเตอรี่ทั้ง 2 อันรวมกันแล้วจะมีมากถึง 4,380 mAh ส่วนความอึดของแบตเตอรี่นั้นอาจจะไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เพราะการที่มีหน้าจอที่ใหญ่ ทำให้ใช้พลังงานมากพอสมควร แต่หากเราใช้งานในขณะที่พับอยู่ ก็อาจจะไม่ใช้พลังเท่าไหร่นัก ซึ่งคาดการณ์ว่าเต็มที่แบตเตอรี่ของมันนั้นสามารถอยู่ได้เต็มที่ไม่เกิน 1 วัน ทำให้เรื่องแบตเตอรี่นั้นไม่ใช่จุดเด่นของเจ้า Galaxy Fold เท่าไหร่นัก   อีกทั้ง เพราะแบตเตอรี่ทั้ง 2 ตัว นั้นเชื่อมกันผ่านแกนพับ หากแบตเตอรี่มีปัญหาแล้วหล่ะก็ การเปลี่ยนแบตเตอรี่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย

6.หน้าจอหลักจะทำมาจากพลาสติก

โดยหน้าจอหลักนั้นมีขนาดถึง 7.3 นิ้ว และเป็นหน้าจอ Super AMOLED แบบเดียวกับ Galaxy S10 ทำให้ภาพดูค่อนข้างสวยงาม แต่การที่จอหลักทำมาจากพลาสติกนั้นทำให้มันเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายมากๆ แต่เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะเวลาที่เราพกพาเรามักจะพับหน้าจอปิดก่อนทำให้โอกาสที่หน้าจอหลักด้านในจะเป็นรอยนั้นมีไม่ค่อยสูงนัก

7.หน้าจอด้านหน้ามีขนาดค่อนข้างเล็ก

ด้วยขนาดเพียง 4.6 นิ้ว ประกอบกับรูปร่างจอที่สูงและแคบ ทำให้การใช้งานจริงอาจจะใช้ได้ไม่เท่าจอปกติที่มีขนาด 4.6 นิ้ว แต่หากใช้งานแค่รับเข้าโทรออก หรือเปิดเพลงก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร

แต่หากสังเกตดูแล้วการที่จอด้านหน้ามีขนาดที่เล็กนั้น เป็นเพราะมีขอบบนและขอบล่าง ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งในอนาคตเราอาจจะได้เห็น Samsung พัฒนาในด้านนี้ก็เป็นได้

8.หน้าจอหลักโค้งเว้าไปค่อนข้างมาก

ซึ่งส่วนโค้งเว้าของหน้าจออาจจะเป็นส่วนที่น่ารำคาญที่สุดรองจากรอยพับของหน้าจอแล้วก็ได้ แต่ก็แลกกับการที่มีกล้องหน้ามาให้ถึง 2 ตัวซึ่งก็น่าจะเป็นการแลกที่คุ้มค่าพอสมควร แถมบวกกับกล้องหน้าของหน้าจอด้านหน้าอีก ทำให้ทั้งเครื่องมีกล้องหน้าถึง 3 ตัวเลยทีเดียว

9.ตัวเครื่องจะแถมมาพร้อมกับหูฟัง wireless แต่ไม่มีช่องเสียบหูฟัง

และยังมีในส่วนของเคสที่แถมมาให้ด้วย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆอย่างหนึ่ง สำหรับการปกป้องเจ้ามือถือราคากว่า 60,000 บาท เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครที่น่าจะผลิตเคสสำหรับ Galaxy Fold ออกมาขายมากนัก

10.ความต่อเนื่องในการทำงานของหน้าจอทั้ง 2 ถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆ

ถือเป็นฟีเจอร์นึงที่โดดเด่นมากๆเลยทีเดียว โดยดูเหมือนว่า Samsung จะร่วมมือกับ Google เพื่อพัฒนาระบบ Android เพื่อความต่อเนื่องในการใช้งานนี้ แต่ในปัจจุบันความต่อเนื่องนี้น่าจะมีผลต่อแอพที่เป็นของ Samsung กับ แอพของ Google เท่านั้น โดยในอนาคตอาจจะมีการพัฒนาให้มีความต่อเนื่องในทุกๆแอพเลยก็ได้

11.ตัวเครื่องจะมีให้เลือกถึง 4 สี

โดยจะมีสี Space Silver, Cosmos Black, Martian Green และ Astro Blue โดยสองสีหลังเราสามารถเลือกสีของตัวแกนพับได้ อีกทั้งสองสีหลังสีตัวเครื่องยังเปลี่ยนไปตามมุมการสะท้อนของแสงอีกด้วย

12.การเปลี่ยนเครื่องใหม่นั้นอาจจะคุ้มกว่าการซ่อม

ด้วยความซับซ้อนของตัวเครื่องนั้นทำให้การซ่อมเป็นอะไรที่ยากมากๆ ดังเช่นหากแกนพับมีปัญหา การเปลี่ยนแกนพับนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะต้องคำนึงถึงแบตเตอรี่ทั้ง 2 ตัว ที่เชื่อมกันผ่านแกนพับด้วย  ในตอนนี้เรายังไม่ทราบถึงนโยบายการประกัน และการซ่อมของ Samsung แต่คาดว่าค่าซ่อมไม่น่าจะใช่น้อยๆเลยทีเดียว

ในตอนนี้ก็จบกันไปแล้วสำหรับ 12 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับเจ้า Samsung Galaxy Fold ถึงแม้ว่าจะมีบางข้อที่เป็นการแสดงออกในด้านลบเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนตัวดังกล่าว เราก็ยังต้องยอมรับอยู่ดีว่านี่คือเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต แต่ในส่วนของราคานั้นยังแอบแรงอยู่นิดนึงที่มีราคาสูงถึง 6 หมื่นกว่าบาท แต่ด้วยฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยของตัวเครื่องนั้น จึงไม่ผิดนัก หากจะกล่าวว่า Samsung คือผู้ที่เปิดประตูสู่ยุคใหม่แห่งโลกสมาร์ทโฟน

 

0 Shares

Comments กันได้เลย !

Comments