หากพูดถึงโน้ตบุ๊กที่เป็นสายคอเกมต้องทางค่าย MSI นี้เลย ขอแนะนำกับรุ่น MSI CYBORG 15 A12V ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพในการใช้งานที่จัดเต็ม กับงานดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยหรูพรีเมียม หล่อเท่สุดๆ เอาใจสายคอเกมมิ่งโดยตรง และส่วนด้านหลังตัวเครื่องนั้นยังมาพร้อมกับการสกรีน LOGO ที่สวยงามเเละเป็นเอกลักษณ์มาได้เท่เเบบสุดๆ ในรุ่นนี้ยังคงมาพร้อมกับชุดระบายความร้อน Cooler Boost ที่สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างดีเยี่ยม กับพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ 1ตัว เเถมรุ่นนี้ยังมีการขยายพื้นที่ถึง 3  ฮีทไปป์เเละยังมีการเพิ่มด้วยเทคโนโลยี Shared heat Pipa ที่มีการใช้งาน Pipe ร่วมกันทั้ง CPU และ GPU เพื่อการใช้งานที่ยาวนานเเละเล่นเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เเถมรุ่นนี้ยังใส่คีย์บอร์ดที่มีไฟ Translucent Blue Backlit สุดเท่ที่หลายคนอยากได้ใส่มาเอาใจสายคอเกมเมอร์เพิ่มความสวยหรู เเละยังมีความดุดันในเเบบเกมมิ่งอีกด้วย 

MSI CYBORG 15 A12V นั้นมาพร้อมกับ Intel 12 Gen Core i7 ส่วนการ์ดจอโดยมาพร้อมกับ GPU NVIDIA RTX 40 Series ตามความละเอียดของหน้าจอในรุ่นหน้าจอ 15.6 FHD 144Hz จะมาพร้อมกับ NVIDIA GeForce RTX 4060 GPU 8GB GDDR6 ทั้งนี้ยังมาพร้อมกับ RAM 8GB*2 DDR5-4800MHz up to 64GB และให้ Storage 512GB PCIe NVMe M.2 SSD Gen4 มีการให้หน้าจอแสดงสีสันได้อย่างลงตัว และมีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบถ้วนทั้งUSB3.2 Gen1 และ  RJ45 / HDMI รวมถึง USB 3.2 Type-C + DP ( display port ) เรียกได้ว่าทาง MSI ให้มาแบบจุกๆเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายดีไซน์ตัวเครื่องดี เรียวบาง มีน้ำหนักเพียงแค่ 1.98 กิโลกรัม

DESIGN 

สำหรับการออกแบบดีไซน์ในรุ่นนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าเป็นสายคอเกมมิ่งจริงๆ โน๊ตบุ๊กที่มาด้วยการดีไซน์แบบสไตล์ไซเบอร์พังก์ ที่ล้ำสมัยเอาใจสายคอเกม ซึ่งยังได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องยนต์จักรกลที่จะทำให้ตัวเครื่องมีความหล่อเท่ แบบหรูหรา ดุดันไม่เกรงใจ และขนาดตัวเครื่องมีความบางเพียง 21.95 mm เรียกได้ว่ารุ่นนี้ทำดีไซน์ออกมาเอาใจสายคอเกมแบบสุดๆ ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ดูเท่ หรูหรา เฉียบบาง บอกได้คำเดียวว่า แอดยกให้เป็นลำดับหนึ่งของคอเกมสุดๆ ที่มาพร้อมด้วยคอนเซปต์การจินนาการล้ำสมัย ในสไตล์ไซเบอร์พังก์ ที่ด้วยนามว่า “C15”

ทางด้านของการออกแบบฝาหลังนั้นด้วยชิ้นส่วนโปร่งแสงที่ล้อมอยู่ไปทั่วทั้งตัวเครื่องและคีย์บอร์ด ทำให้ภายนอกดูโปร่งโล่ง มุมต่างๆ ลายเส้นตกแต่งที่เหมือนไซเบอร์เนติกส์ และมุมมองจากบนลงล่าง ช่วยให้คุณมองเห็นโลกอนาคตไซเบอร์พังก์ผ่านการออกแบบใหม่ล่าสุด อีกทั้งยังมีโลโก้ MSI แบบใหม่ ที่มีการออกแบบให้กับฟอนต์ล้ำสมัยกับการสัมผัสได้ถึงโลกอนาคต แถมฝาหลังตรงกลางยังมีลายมังกรสีดำที่เรียบเนียนไปกับฝาและส่วนของตัวเครื่องทำด้วยวัสดุโปร่งแสงทั้ง4ด้าน และทำให้เกิดเอฟเฟ็กต์แบบโปร่งใสไปทั่วทั้งแชสซี ตั้งแต่พอร์ตเชื่อมต่อไปจนถึงน๊อต ช่วยให้เราได้สัมผัสถึงด้านสุนทรียศาสตร์เชิงกลไก

รุ่นนี้ต่อมาหากพูดถึงในส่วนของข้อพับมีการออกแบบมาได้แข็งแรงทนทาน ทาง MSI มีการออกแบบมาให้มีการปรับใช้งานได้หลายระดับ ข้อพับมีความหนืดไม่โครงเคร่ง รุ่นนี้ยังสามารถกางข้อพับได้กว้าง และโน้ตบุ๊กที่ใช้งานได้สะดวกแบบสุดๆ แถมยังสามารถรองรับการกางจอได้สูงถึง 180 องศา 

ทางด้านของการใช้งานคีย์บอร์ดในรุ่นนี้เรียกได้ว่า มีการออกแบบมาได้สวยและโดดเด่นมากๆ ความรู้สึกครั้งแรกที่เห็นคือมันน่าใช้สุดๆ ตัวคีย์บอร์ดมีปุ่มกดที่มีขนาดใหญ่กำลังดี แถมในรุ่นนี้ยังมีการออกแบบระยะปุ่มกดมาให้เหมาะสมสำหรับสายคอเกมโดยเฉพาะ และยังมีการปุ่ม WASD ที่สีนีออนที่ไฮไลต์เพื่อการเคลื่อนไหวในเกมที่รวดเร็วอย่างแม่นยำ พร้อมปุ่ม Space ที่เน้นสไตล์ Sci-Fi ปุ่มลูกศร และปุ่ม Power เพื่อเพิ่มการสัมผัสสำหรับสไตล์ไซเบอร์พังก์อีกด้วย ยังมีการวางตำแหน่งของปุ่มการใช้งานพวก คีย์ลัดต่างๆ และการออกแบบดีไซน์มาได้โดนใจของคอเกมจริงๆ

ในส่วนของด้านล่างตัวเครื่องให้เป็นช่องระบายอากาศ ก็จะอัดแน่นไปด้วยระบบในรุ่นนี้มีการออกแบบช่องระบายความร้อนมาให้เยอะขึ้นและใหญ่ขึ้นให้มาแบบที่เต็มพื้นที่ ซึ่งหลังจากที่ได้ลองใช้สามารถระบายความร้อนได้เร็วแรง ช่วยให้เครื่องไม่อืดไม่ค้างไม่ร้อนขณะที่เราใช้งานเป็นเวลานานๆ หรือขณะที่เรากำลังเล่นเกม ส่วนบริเวณใต้เครื่องจะมีในส่วนของลวดลายและรูปทรงทางด้านเรขาคณิตที่ถูกติดไว้บริเวณฝาปิดด้านล่างตัวเครื่อง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เน้นขับธีม Sci-Fi และข้อความที่เต็มไปด้วยสไตล์ไม่เหมือนใคร อีกทั้งในรุ่นนี้ยังมีลำโพงที่แฝงตามข้างเครื่องด้วยวางอยู่บริเวณด้านซ้ายและด้านขวามุมด้านข้าง

SPEC

  • INTEL 12 Gen CORE I7 Processor
  • Windows 11 Home
  • 15.6” FHD (1920×1080) 144Hz,IPS-Level NTSC 45%
  • GRAPHICS NVIDIA® GeForce RTX™ 4060( 8GB GDDR6)
  • MEMORY DDR5-4800 2 Slots Max 64GB 
  • STORAGE 2x M.2 NVMe PCle Combo Gen4x4 Upto 2TB
  • WEBCAM HD Type (30fpa@720p)
  • KEYBOARD Single Blue Gaming Keyboard with Number-pad & Transparent WASD Keys
  • COMMUNICATION Intel Wi-Fi 6 (802.11ax 2×2)+Bluetooth 5.2
  • 1x Type-C USB3.2 Gen1 / DP1.4, 2x Type-A USB3.2 / 1x HDMI 2.1(4k@60Hz) 1x audio combo jack / 1x kensington Securit,1x 1x RJ45,1x DC-in
  • SPEAKER 2x 2W Speaker, Hi-Res Audio Certified,Nanimic
  • BATTERY 3-Cell,53.5 Whr/Adapter 120W
  • Weight 1.98kg
  • 359.36 mm x 250.34 mm x 21.95-22.9 mm

PERFORMANCE

ในรุ่นนี้ใช้งาน INTEL 12 Gen CORE I7 Processor ส่วนการ์ดจอ GPU จะใช้งาน NVIDIA® GeForce RTX™ 4060( 8GB GDDR6) มาพร้อมกับ Ram ให้มา 8GB*2 DDR5-4800 ส่วน SSD 512GB PCle® Gen4 SSD M.2 มากับ Windows 11 พร้อมใช้งานมากๆ ถือได้ว่ารุ่นนี้ให้สเปกครบครันและแรงแบบสุดๆเลยทีเดียว ในสเปกระดับนี้สามารถเล่นเกมหรือใช้งานตัดต่อ เรนเดอร์ แต่งรูป ทำเอกสาร ได้อย่างสบาย

PC MARK 

รุ่นนี้ต้องบอกว่าเรื่องผลคะแนนต่างๆทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง บอกเลยว่าเป็นเลขคะแนนที่เรียกว่าค่อนข้างสูงสำหรับสเปกการใช้งานรวมไปถึงการเล่นเกม ซึ่งยังมีการรองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆทั้งWoed การตัดต่อ การเรนเดอร์ไฟล์ใหญ่ๆ ทำกราฟิก 3 มิติ งานออกแบบต่างๆในรุ่นนี้รองรับได้สบาย

3D MARK

จากการทดลอง 3D Mark ในรุ่นนี้สามารถทำคะแนนได้ดีในการทดสอบทั้งหมด 4 รูป โดยตัว Time Spy Score ทำคะแนนไปได้ 7754 คะแนนถือว่าสูงไม่มาก ส่วนทางด้านของ Port Royai Score ทำคะแนนได้ไป 4265 คะแนน ส่วนคะแนน Fire Strike Score ทำคะแนนไปได้ 17621 คะแนน และตัวสุดท้ายคือ Speed Way Score ทำคะแนนไปได้ 1787 คะแนน ถือว่าแรงในระดับการทำงานกลางๆได้แบบสบายๆและก็เพียงพอในการเล่นเกม การใช้งานทั่วไปต่างๆได้แบบไม่มีปัญหา ยังคงรองรับได้ดีอยู่

CINEBENCN / DISK MARK 

ได้มีการทดสอบ R23 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนถือได้ว่าอยู่ระดับน่าประทับใจเลยแหละ ในส่วนที่มีการทดสอบคะแนนแนวทางด้านของ CPU (Multi Core) ทำคะแนนไปได้ 12945 pts และส่วน CPU (Sing Core) ทำคะแนนไปได้ 1650 pst  และแน่นอนว่าในการทดสอบในสภาพอากาศปกติไม่มีแอร์เช่นเดิม คะแนนที่ออกมาก็ยังคงอยู่ในระดับที่น่าประทับใจอยู่ ถือว่าโอเคเลยแหละ

SCREEN

ทางด้านหน้าจอรุ่นนี้จะพร้อมกับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว แบบ IPS Leve ความละเอียดระดับ FHD 1920x1080 พิกเซล Refresh Rate 144Hz จากการที่ได้ลองใช้ในรุ่นนี้สามารถแสดงสีสันได้ดีอยู่ในระดับที่ใช้งานในรูปแบบต่างๆได้แบบสบายหน้าจอคมชัด สำหรับใครที่ทำงานทางด้านของการทำงานกราฟิกในรุ่นนี้อาจจะยังไม่โดดเด่นอะไรมาก ตามแบบหน้าจอของคอเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแสดงเฉดสีสันยังอยู่ในระดับกลางๆ แต่สำหรับใครที่เน้นเล่นเกมต้องรุ่นนี้เลย ลงตัวแบบสุดๆ ด้วยในรุ่นนี้ความที่ MSI ออกแบบและปรับแต่งมาเป็นอย่างดีสำหรับสายเกมเมอร์ บวกด้วยความเพอร์เฟกต์ด้วยจอแสดงผลที่มีค่ารีเฟรชเรตถึง 144Hz เลยทำให้เวลาใช้งานต่างๆแบบค่อนข้างจะหนักหรือเล่นเกมแบบหนักๆได้อย่างดี

จึงทำให้เวลาที่เล่นเกมบนเจ้าตัวเครื่องนี้ แอดรู้สึกได้ว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทำมาเพื่อเล่นเกมจริงๆอย่างไหลลื่น แถมยังมีจุดเด่นหลักๆของหน้าจอแบบ IPS นั้นก็มีข้อดีคือการมองหน้าจอข้างๆได้อย่างชัดเจน สีไม่ผิดเพี้ยน รวมๆแล้วนั้นเรื่องของคุณภาพแสงสี ความสว่าง หรือความแม่นยำของสี รองรับการใช้งานทั่วไปได้อย่างสบายๆ แถมในรุ่นนี้ก็ยังมีในส่วนของ Matrix Display 1+2 ที่ผู้ใช้สามารถสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมและประสิทธิภาพการใช้งานได้เข้าถึงเกมอย่างมากยิ่งขึ้น ด้วยการเอาต์พุตการแสดงผลได้แบบ 2 หน้าจอ (HDMI + USB-C) เอาหน้าจอมอนิเตอร์อีกอันมาเสียบต่อและเล่นเกมได้เลย

KEYBOARD

หากจะให้พูดถึงการใช้งาน เรามาย้ำกันกับเรื่องคีย์บอร์ดที่ดีไซน์ออกมาได้ดูเท่และคอเกมสุดๆ ของรุ่นนี้กันดีกว่า แน่นอนว่ารุ่นนี้อย่างที่ได้บอกไป ทาง MSI จะให้มาพร้อมกับเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบสีฟ้าที่ยังมีลูกเล่น Translucent และยังมาพร้อมกับไฮไลต์ปุ่มควบคุม WASD โปร่งใส และลูกเล่นที่ Space bar รวมถึงมาพร้อมปุ่ม Number Pad สำหรับคีย์ตัวเลข ปุ่มกดก็ยังคงมาพร้อมกับสีดำสนิทให้เขากับตัวเครื่องด้านใน แรงกดหรือการตอบสนองของแป้นพิมพ์รุ่นนี้ทำออกมากได้ยอดเยี่ยมมาก และยังไม่พอทางค่าย MSI ยังมีการทัชแพดดีไซน์ใหม่ ที่มีการเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ บอกได้คำเดียวว่าอเมซิ่งมาก

SPEAKER

ทางด้านของลำโพงในรุ่นนี้ยังคงจัดวางมาในตำแหน่งเดิมเหมือนกับในรุ่นอื่นๆและซีรีส์อื่นๆของMSI จะอยู่บริเวณขอบตัวเครื่องด้านหน้าและบริเวณใต้เครื่องตามมาตรฐานทางด้านซ้ายและด้านขวา จากการใช้งานทดสอบเสียงแล้วนั้นคุณภาพเสียงค่อนข้างดี อาจจะเป็นเพราะว่าในรุ่นนี้ มาพร้อมกับลำโพงขนาด 2W จะวางอยู่บริเวณทางด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง มีเสียงเบสแน่นๆ ทางค่ายยังมีเอกลักษณ์เด่นๆที่สามารถขจัดการผิดเพี้ยนของเสียงได้ แถมในรุ่นนี้ยังรองรับระบบแบบ Hi-Res AUDIO อีกด้วย ทำให้เสียงที่ออกมานั้นแม่นยำ มีคุณภาพสูงช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมหรือดูหนังฟังเพลง ทำกิจกรรมต่างๆมากยิ่งขึ้นอีกด้วย อีกทั้งในรุ่นนี้ยังคงสามารถแชร์เสียงผ่านระบบ Bluetooth ได้เหมือนเดิมอีกด้วย แถมทาง MSI ยังใส่ฟีเจอร์ EasySurround มาให้ เพื่อสร้างประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำสมจริง ดีแบบสุดๆเลย

CONNECTOR 

ทางด้านของการเชื่อมต่อในรุ่นนี้ถ้าจะพูดแบบหลักๆ จากที่ได้ลองใช้งาน ก็ถือว่าทาง MSI ให้พอร์ตการเชื่อมต่อมาอย่างครบครันเลยจริงๆ สามารถรองรับทุกการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ การต่อกับหน้าจอแยก การดีไซน์การจัดวางพอร์ตการเชื่อมต่อต่าง ๆ มาให้ที่ตัวเครื่องก็ยังคงจัดเรียงเป็นระเบียบไว้ทั้งทางด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง ทางด้านของฝั่งซ้ายมือนั้นจะมีช่องเสียบ Type-C USB3.2 Gen2/Type-A USB3.2 Gen1/HDMI/RJ45/DC-in และส่วนทางด้านขวามือนั้น ช่องหูฟังขนาด 3.5มม. Audio combo jack /Type-A USB3.2 Gen1/Kensington Security Slot พร้อมยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6 AX ที่เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดมาให้เราใช้งานอีกด้วย

MSI CENTER

หากจะพูดถึงเรื่องนี้แน่นอนอย่างที่แฟนๆของMSI ที่รู้ๆกัน เหมือนเดิมกับ MSI Centerในรุ่นนี้ก็ยังคงมาพร้อมรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีการอัดแน่นฟีเจอร์เด็ดมาให้เราได้ปรับแต่งตามที่เราต้องการไว้ทั้งหมด เรียกว่าเจ้าตัวนี้เป็นหัวใจหลักของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งที่ลงตัว การตรวจสอบที่แม่นยำ ประสิทธิภาพขั้นเทพ ปรับแต่งตัวไฟปุ่มกด เรียกได้ว่าในครั้งนี้ทางค่ายได้พัฒนาออกมาเยอะมากๆและตรงจุดสุดๆ MSI Center ในรุ่นนี้ยังสามารถปรับแต่ง UI ให้เป็นสีขาวหรือสีดำได้ตามความต้องการของเราอีกด้วยนะ หรือแม้กระทั่งฟังก์ชันต่างๆที่เราต้องการจะปรับแต่งก็สามารถทำตามใจชอบได้เลยแหละ ปรับแต่งได้อย่างง่ายๆ สะดวกสบาย ในครั้งนี้ออกแบบมาได้ดูสวยงาม ทันสมัยมากขึ้น มีการปรับแต่งพื้นที่ซอฟต์แวร์น้อยลงกว่ารุ่นก่อนๆ แถมในรุ่นนี้ก็ยังมีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่เข้ามาให้อีกด้วย อย่าง Recommended Feature Set หรือ Consolidated Services + Hardware Diagnosis มาให้ถือสุดๆไปเลย

GAMING

ต่อมาเรามาพูดถึงจุดเด่นของรุ่นนี้กันดีกว่า ในด้านของการใช้งานเล่นเกมอย่างที่บอกไป ในสเปกข้างต้นแล้วว่าในรุ่นนี้ ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพการใช้งานที่เร็วแรงกว่าเดิม ใช้Intel 12 Gen Core i7 Processo และมาพร้อมกับ GPU ตัวแรงอย่าง Nvidia Geforce RTX 40 Series ซึ่งก็มีจุดเด่นทางด้านของการเล่นเกมหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ประสิทธิภาพของซีพียูที่พัฒนามามากยิ่งขึ้น ด้วยสถาปัตยกรรมไฮบริดคอร์ที่ได้รับการอัปเกรดมาสูงสุดถึง 14 คอร์ โดยในรุ่นนี้จะมีความแรงและประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจาก Gen ถึง 45%  และนอกจากนี้ทางด้านของ GPU Nvidia Geforce RTX 40 ที่ให้มาอย่างRTX 4060 ในรุ่นนี้ก็ยังมาพร้อมกับสถาปัตยกรรม Ada Lovelace แบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและยังมีการอัปเกรดไปสู่ DLSS 3 ที่มาพร้อมกับ AI-Accelerated จะมาช่วยให้มีเฟรมเรตดียิ่งขึ้น หลังจากได้ลองเวลาที่เล่นเกมรุ่นนี้ในหลายๆเกมไม่ว่าจะเกมอะไร ก็สามารถเล่นได้แบบสบายๆ อีกทั้งในรุ่นนี้ ยังมีในส่วนของ Ray-Tracing ทำให้เวลาที่เล่นเกมมีแสงและเงาที่สมจริงสุดๆ ในส่วนของเรื่องความร้อนนั้นยังคงทำได้ดีมากๆในแง่ของเวลาเล่นแล้วเอามือวางบนเครื่อง เครื่องจะไม่ค่อยร้อนเลย อาจจะเป็นเพราะว่าในรุ่นนี้ทาง MSI มีการออกแบบระบบระบายความร้อนมาได้ดี ด้วยการใส่พัดลมขนาดใหญ่มาให้ถึง 1ตัว มีช่องระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้นและเยอะขึ้น

โดยแอดกับทีมงานได้มีลองทดสอบเล่นเกมในห้องแอร์อุณหภูมิ 25องศา ในส่วนนี้ถือว่าทางค่ายทำได้ดีมากๆ นอกจากนี้ยังมีโหมดต่างๆมากมายที่เอื้อต่อการเล่นเกม ทั้ง Gaming Mode ที่เราคลิกเพียงครั้งเดียวก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้ดีขึ้นกว่าเก่า ตอบสนองความต้องการของเราได้เป็นอย่างดี และSmart Priority ที่ทางค่ายได้ทำการร่วมมือกับ Microsoft Azure ที่เข้ามาช่วยกำหนดลำดับความสำคัญในการทำงานให้อัตโนมัติ อีกทั้งในรุ่นนี้ยังสามารถเล่นเกมบนสมาร์ตโฟนในรูปแบบ Console ผ่าน Controller ได้แบบชิลๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นยังมีโปรแกรม MSI App Player ที่ช่วยในด้านของการใช้งานแบบเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างมือถือและแล็ปท็อป โดยตัวโปรแกรมนี้นั้นสามารถทำงานได้เร็วแรงกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นเรือธงถึง 6 เท่า เป็นการทำงานที่น่าทึ่งมากจริงๆ เอาใจสายเกมมิ่งสุดๆในรุ่นนี้ แถมในรุ่นนี้ก็ยังมีการใช้งานในส่วนของ Discrete Graphic Mode ใน MSI Center มาให้ปรับแต่งการใช้งาน ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นอีกด้วย

MSI CYBORG 15 A12V

 สเปกโหด พร้อมประสิทธิภาพการใช้งานเอาใจสายเกมมิ่ง ดีไซน์สวยดุดันล้ำสมัยเอาใจเกมเมอร์”

เอาเป็นว่าในเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ทำออกมาได้ดีมากๆโดยเฉพาะสายคอเกม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเรื่องดีไซน์ที่ลงตัว ดุดันเอาใจเกมเมอร์ สเปกที่ให้มาแบบดุดันไม่เกรงใจใคร ทั้งทางด้านหน้าจอ และสเปกภายใน พร้อมกับยังมีระบบระบายความร้อนที่ถูกพัฒนา มาให้ใช้งานได้อย่างหลากหลาย ยาวนานโดยที่ประสิทธิภาพไม่ลดลง หมดปัญหาเครื่องร้อนเครื่องอืดไปได้เลย แถมในรุ่นนี้ยังมีเกมมิ่งคีย์บอร์ดเกมมิ่งสีฟ้าพร้อมลูกเล่น Translucent นอกจากนี้ ภาพรวมจากการใช้งานจริงแล้วในรุ่นนี้ค่อนข้างโอเคมาก ทั้งด้านของการใช้งาน การออกแบบดีไซน์ พอร์ตการเชื่อมต่อค่อนข้างลงตัวดีแล้ว ไม่พบปัญหาอะไรให้ต้องเป็นกังวลเลย เป็นอีกรุ่นที่น่าจับตามอง สำหรับใครที่สนใจในรุ่นนี้จะมีราคาวางจำหน่ายเริ่มต้นอยู่ที่ 42,990 บาท พร้อมกับการรับประกัน 2 ปี ยังมีอีกครับ ทางค่ายยังมี option ที่เป็นตัว Core i5 12th Gen ราคาเริ่มต้นที่ 39,990 บาท

ข้อดี

  • สเปกเร็วแรงตอบโจทย์ทุกการใช้งานมากขึ้น
  • ประสิทธิภาพการใช้งานสูง
  • เอาใจสายคอเกมมิ่งด้วย GPU NVIDIA RTX 40 Series
  • หน้าจอมีขนาดใหญ่ Refresh Rate สูงแสดงผลที่ลื่นไหล
  • มีระบบระบายความร้อนที่ใช้เทคโนโลยี Cooler Boost
  • ดีไซน์เรียบหรูมากกว่าเดิม ดูเท่เอาใจสายคอเกมเมอร์
  • คีย์บอร์ดเป็นTranslucent Blue Backlit

ข้อสังเกต 

  • พอร์ตการเชื่อมต่อน้อยเกินไป
  • พัดลมระบายความร้อนมี 1 ตัว

สำหรับรีวิวนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนสำหรับรุ่นอื่นๆก็ติดตามกันได้เลย ถูกใจฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ  มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  เพื่อนๆสนใจอยากให้พวกผมรีวิวรุ่นไหนสามารถ Inbox มาบอกเราได้เลยนะ

ฝากไลค์เพจ FACEBOOK เราด้วยนะครับ >>>>>>>>>  TECHHANGOUT

เข้าร่วมกลุ่ม TECHHANGOUT พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูล คุยกันเองชิลๆได้เลยที่ — Facebook  Techhangout พูดคุย Smartphone gadget 

Comments กันได้เลย !